เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของกรณ์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงหินอัคนีเบื้องล่าง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ขณะที่ปลายนิ้วยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากการคำนวณสเตตัสในวินาทีเป็นตายเมื่อครู่ การปะทะกับบอสลับระดับตำนานอย่าง 'ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ' ในดันเจี้ยนโบราณนั้นสูบพลังงานสมาธิไปจนหมดสิ้น แต่สิ่งที่ตรึงร่างของเขาไว้ให้อยู่กับที่ ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกาย หากเป็นประโยคคำถามสุดท้ายที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด
*“เจ้าหนู... เจ้าสนใจจะสืบทอดบัลลังก์แห่งอาเซอร์ร็อธแทนข้าไหมล่ะ?”*
ดวงตาสีดำสนิทของกรณ์หรี่ลงเล็กน้อย เขามองร่างโปร่งแสงของอดีตกษัตริย์ผู้ร่วงโรยที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองลอยละลิ่วขึ้นสู่เพดานโดมสูงระฟ้า บรรยากาศรอบกายเงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง รอยต่อระหว่างโลกเกมเสมือนจริงกับความรู้สึกนึกคิดสมจริง ทำให้เขารู้สึกราวกับว่านี่ไม่ใช่แค่การเขียนโปรแกรมผ่านชุด VR แต่เป็นการส่งต่อเจตจำนงบางอย่างที่หนักอึ้ง
“การรับมรดกจาก NPC ระดับนี้... ไม่น่าจะเป็นแค่เควสต์เปลี่ยนคลาสธรรมดาแน่ๆ ครับ” กรณ์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
ในขณะเดียวกัน ร่างเพรียวระหงในชุดเกราะหนังสีดำสนิทของริน กิลด์มาสเตอร์สาวแห่งกิลด์ 'เบลดออฟดรากอน' ก็ทรุดตัวลงพิงกับเสาหินอัคนีอย่างหมดแรง หน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจหอบถี่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่มักจะเรียบเฉยและเยือกเย็นเสมอ บัดนี้กลับเจือด้วยร่องรอยความตื่นตะลึงอย่างปิดไม่มิด
“กรณ์... เมื่อกี้ นายคุยอะไรกับบอสกันแน่?” รินเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเจือความระคนประหลาดใจและกังวลใจในเวลาเดียวกัน เธอก้าวเข้ามาใกล้เขาช้าๆ สายตาคู่คมสำรวจสำรวจร่องรอยความเสียหายบนตัวเด็กหนุ่มรุ่นน้องปีสามคนนี้อย่างเผลอไผล “ฉันเห็นระบบแจ้งเตือนข้อความสีแดงขึ้นเต็มหน้าจอไปหมด... นายไปทำอีเวนต์ลับอะไรเข้าอีกล่ะเนี่ย?”
กรณ์หันไปมองรุ่นพี่สาวที่มีศักดิ์เป็นถึงกิลด์มาสเตอร์ผู้ทรงอิทธิพล แต่ในยามนี้กลับดูเหมือนเด็กสาวที่กำลังอยากรู้อยากเห็นเรื่องลับสุดยอด เขายิ้มบางๆ ที่มุมปาก พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้เธอกังวลจนเกินไป
“ก็แค่... การพูดคุยธุรกิจระยะยาวนิดหน่อยครับ รุ่นพี่ริน” กรณ์ตอบพลางยักไหล่เบาๆ “แต่ดูเหมือนว่าระบบกำลังจะให้คำตอบว่า ‘ธุรกิจ’ ที่ว่านี้ มันคุ้มค่าแค่ไหนนะ1ครับ”
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางดังขึ้นตัดB1ทVบทสนทนา หน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ เสียงสังเคราะห์ของระบบดัง กังวานด้วยโทนเสียงที่แตกต่างจากยามปกติ มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนเควสต์ทั่วไป แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพื้นที่
[ประกาศจากระบบหลัก: ตรวจพบผู้เล่น 'Korn' ผ่านเงื่อนไขการสืบทอดเจตจำนงแห่งอาเซอร์ร็อธสำเร็จ]
[ระบบกำลังประเมินผลงานต่อสู้... ความเสียหายรวม: 99.8% (ใช้ตัวละครสายคำนวณและกลยุทธ์แบบโซโล่ผสมผสาน)]
[ประเมินระดับความยาก: SSS (สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เซิร์ฟเวอร์)]
[เงื่อนไขผ่านสมบูรณ์: ปลดล็อกหีบสมบัติแห่งปฐพี (Mythic Box) และสิทธิ์ในการครอบครองไอเทมระดับตำนาน]
รินเบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นตัวอักษรสีทองอร่ามสามตัว ‘SSS’ ปรากฏหราอยู่ตรงหน้า แม้แต่ตัวเธอเองที่เป็นกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์อันดับหนึ่งและผ่านดันเจี้ยนระดับสูงมานับไม่ถ้วน ก็ยังไม่เคยเห็นเรทการประเมินที่สูงส่งขนาดนี้มาก่อนในชีวิตการเล่นเกม
“ระ... ระดับ SSS งั้นเหรอ?” รินอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง “นั่นมัน... เป็นเรทที่มีอยู่แค่ในข่าวลือของเซิร์ฟเวอร์เบต้าไม่ใช่หรือไงกัน นายทำได้ยังไงกรณ์?”
“ผมก็แค่วางแผนรับมือตามรูปแบบการโจมตีของบอสที่คำนวณไว้ล่วงหน้าครับ” กรณ์ตอบด้วยท่าทีถ่อมตัวอย่างเคย แม้ในใจจะแอบปาดเหงื่อกับความเสี่ยงร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่งผ่านพ้นมา “โชคดีที่บอสมีจุดอ่อนเรื่องจังหวะการคูลdownของสกิลช่วงท้ายพอดีครับ”
คำว่า ‘โชคดี’ ของเขานั้น แท้จริงแล้วแลกมาด้วยการคำนวณความน่าจะเป็นนับพันครั้งในหัวสมองภายใต้เวลาไม่ถึงสามวินาที รินมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ยังคงสงบนิ่งแม้จะเผชิญหน้ากับความสำเร็จระดับพลิกแผ่นดิน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกของเธอ มันไม่ใช่ความอิจฉา แต่เป็นความรู้สึกทึ่งและ... ความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดที่ไม่อาจหาได้จากเหล่าสมาชิกกิลด์จอมกร่างคนอื่นๆ
ทันใดนั้น พื้นเบื้องหน้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย หินอัคนีแยกตัวออกจากกันช้าๆ เผยให้เห็นแท่นศิลาโบราณที่ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากใต้พื้นดิน บนแท่นนั้นมีหีบสมบัติขนาดกลางลวดลายวิจิตรบรรจง ตัวหีบทำจากแร่ไมธริลบริสุทธิ์และประดับด้วยอัญมณีสีเพลิงที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับมีชีวิต รังสีออร่าสีทองแดงและแสงสีรุ้งแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไอเทมระดับตำนาน... สิ่งที่กิลด์ใหญ่ทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์ต่างทุ่มงบประมาณและกำลังคนนับร้อยเพื่อตามล่า แต่วันนี้มันกำลังจะตกเป็นของนักศึกษาปีสามผู้รักความสงบเพียงคนเดียว
“นั่นมัน... ‘หีบอัคคีบรรพกาล’ (Primordial Flame Chest)” รินพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว เธอขยับเข้าไปใกล้แท่นศิลามากขึ้นโดยอัตโนมัติ สายตาจับจ้องไปที่หีบสมบัติราวกับถูกสะกดจิต “ในฐานะกิลด์มาสเตอร์ ฉันเคยเห็นฐานข้อมูลไอเทมระดับตำนานในสารานุกรมของเกมมาบ้าง แต่ไอเทมชิ้นนี้... มันมีพลังงานที่บริสุทธิ์เกินกว่าจะเทียบกับของในคลังกิลด์เราเสียอีก”
“รุ่นพี่สนใจอยากลองเปิดดูด้วยกันไหมครับ?” กรณ์หันมาถามด้วยรอยยิ้มจางๆ พร้อมกับผายมือเชิญชวน “ถือเสียว่าเป็นของขวัญตอบแทนที่รุ่นพี่กรุณามาช่วยผมเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ก็แล้วกันครับ”
รินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินข้อเสนอ เธอหันมาสบตากับกรณ์ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเขินอجلเล็กน้อยที่ถูกปิดบังไว้ภายใต้มาดนิ่ง “ทะ... ทำไมฉันต้องไปยุ่งกับของรางวัลของนายด้วยล่ะ นั่นมันสิทธิ์ของนายคนเดียวนะกรณ์ อย่ามาทำเป็นใจดีแจกของเรี่ยราดนะ”
“ผมไม่ได้แจกเรี่ยราดสักหน่อยครับ” กรณ์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพตามแบบฉบับของเขา “แต่ถ้าไม่มีรุ่นพี่คอยดึงความสนใจของสมุนบอสในรอบที่สอง ผมคงไม่มีสมาธิพอจะคำนวณมุมอับสายตาของบอสได้หรอกครับ ความสำเร็จนี้... เป็นของพวกเราทั้งคู่ครับ”
คำพูดที่เรียบง่ายแต่จริงใจของกรณ์ทำให้หัวใจของกิลด์มาสเตอร์สาวกระตุกวูบ ใบหน้าเนียนใสของเธอขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีเพื่อซ่อนอาการเขินอาย พร้อมกับทำเสียงฮึดฮัดในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
“อะ... อื้ม ถ้านายพูดแบบนั้น... ฉันก็จะไม่ปฏิเสธความหวังดีก็ได้” รินพยายามจัดน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติที่สุด แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด “งั้นก็รีบเปิดดูสิ ว่าข้างในนั้นมันมีอะไรกันแน่ ฉันลุ้นจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ”
กรณ์พยักหน้ารับช้าๆ เขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นศิลา ยื่นมือออกไปสัมผัสกับตัวล็อกของหีบสมบัติอัคคีบรรพกาล ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนผิวแร่ไมธริล แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้นจนต้องหรี่ตาลง เสียงกลไกโบราณดังขึ้นครืดคราดราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดึกดำบรรพ์ ฝากล่องค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ภายใน
แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจำลองของดันเจี้ยน กลิ่นอายพลังอันเก่าแก่และทรงอำนาจแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูอากาศ รินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความทึ่งเมื่อเห็นรูปร่างของไอเทมชิ้นนั้นชัดเจน
มันคือดาบยาวโบราณที่ไร้ซึ่งฝัก ใบดาบสลักด้วยอักขระเวทมนตร์โบราณที่เปล่งแสงสีฟ้าครามสลับกับประกายไฟสีแดงเพลิง ด้ามจับพันด้วยหนังมังกรแท้ และที่สำคัญที่สุด... บนตัวดาบมีสัญลักษณ์รูปมงกุฎติดปีก ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงถึงสถานะความหายากระดับสูงสุดที่เหนือกว่าระดับตำนานทั่วไป
*ติ๊ง!*
[ระบบ: ผู้เล่น 'Korn' ได้รับไอเทมระดับตำนานขั้นสูง **'ดาบเพลิงสวรรค์ อัคคีทมิฬ' (Heaven's Flame, Black Pyre)** สำเร็จ]
[รายละเอียดไอเทม: ดาบประจำตัวของราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ พลังโจมตีพื้นฐาน +2,500 เพิ่มอัตราการคริติคอล 50% และมีโอกาส 15% ที่จะเรียกเปลวเพลิงโบราณแผดเผาเป้าหมายในรัศมี 10 เมตร (ผูกมัดถาวรกับผู้เล่น Korn เท่านั้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือดรอปได้)]
กรณ์หยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว น้ำหนักของมันพอดีมืออย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าตัวดาบถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากตัวดาบส่งผ่านฝ่ามือเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เขารู้สึกได้ถึงพละกำลังและสมาธิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
“สุดยอด... ค่าสเตตัสเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียวครับ” กรณ์พึมพำด้วยความทึ่ง
แต่ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ชื่นชมความสำเร็จของไอเทมชิ้นใหม่ บรรยากาศภายในห้องโถงหินอัคนีก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังหิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเข้าดันเจี้ยนที่ควรจะปิดตายไปแล้ว
*ตึง... ตึง... ตึง...*
รินหันขวับไปมองทางปากทางเข้าทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเคร่งเครียดและระแวดระวังถึงขีดสุด มือเรียวรีบชักดาบประจำตัวออกจากฝักโดยอัตโนมัติ
“เสียงแบบนี้... ไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไปแน่ๆ” รินกล่าวเสียงเครียด ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า “ระบบดันเจี้ยนถูกเคลียร์ไปแล้ว ทำไมถึงยังมีสัญญาณชีพจรพลังงานระดับสูงเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ล่ะ?”
กรณ์หุบยิ้มลงทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปที่หน้าต่างระบบแจ้งเตือนส่วนตัวที่จู่ๆ ก็เด้งขึ้นมาอีกครั้งด้วยข้อความสีแดงฉาน
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบผู้บุกรุกภายนอกดันเจี้ยน... สมาชิกกิลด์ 'ดาร์กฟีนิกซ์' นำโดย 'กิลด์มาสเตอร์เร็กซ์' ได้ทำการเจาะเกราะป้องกันดันเจี้ยนลับและกำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่คุณอยู่]
[ภารกิจลับต่อเนื่องถูกกระตุ้น: ปกป้อง 'ดาบเพลิงสวรรค์' จากการแย่งชิงของกิลด์คู่อริ ภายในเวลา 3 นาที]
รินกัดริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นชื่อของกิลด์คู่อริตัวฉกาจ “เร็กซ์... เจ้าสารเลวนั่นมันตามกลิ่นสมบัติมาเจอได้ยังไงกัน! กรณ์ ถอยไปอยู่ข้างหลังฉัน เรารีบหาทางหนีออกจากที่นี่ก่อนที่พวกมันจะ...”
“ไม่ต้องถอยห่างหรอกครับ รุ่นพี่ริน”
เสียงของกรณ์ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่นิ่งสนิทอย่างน่าประหลาด เขาก้าวขึ้นมาขนาบข้างเธอ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนประกายแสงสีฟ้าครามจากดาบในมือ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่เต็มไปด้วยความเฉียบคมของนักวางแผนที่พร้อมจะเล่นเกมเดิมพันครั้งใหญ่
“ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงที่... เราก็ควรจะต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญสักหน่อยไม่ใช่หรือครับ?”
สิ้นคำพูดของกรณ์ เงาร่างของกลุ่มคนจำนวนมากก็ก้าวพ้นความมืดออกมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง
---
*รี้ดเดอร์ที่รักครับ ทุกท่านคิดว่าการเผชิญหน้าระหว่างกรณ์กับกิลด์มาสเตอร์เร็กซ์ในสถานการณ์ที่เพิ่งได้ไอเทมระดับตำนานมาหมาดๆ จะจบลงอย่างไร? มาร่วมลุ้นและติดตามแผนการสุดแนบเนียนของพ่อหนุ่มโลว์โปรไฟล์คนนี้ไปพร้อมกันในตอนหน้าได้เลยนะครับ!*
**ขอบคุณจากใจ - ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ**
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด•ตอนที่ 8
ของรางวัลจากระบบ SSS
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!