กลิ่นหอมกรุ่นของชาคาโมมายล์ลอยกรุ่นตัดกับความเงียบงันภายในห้องรับรองส่วนท้ายของวิหารแห่งแสง แสงไฟจากคริสตัลมานาสีนวลสะท้อนเงาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมัน เผยให้เห็นร่องรอยความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันงดงามราวกับงานประلักของริน รุ่นพี่สาวผู้มักจะรักษามาดกิลด์มาสเตอร์ผู้ไร้เทียมทานเอาไว้เสมอ
ทว่าในยามนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองกำลังสั่นคลอน
"นายเคยคิดไหมกรณ์... ว่าถ้าวันหนึ่งกิลด์ของเราล่มสลาย ทุกอย่างที่ฉันทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายมาตลอดสามปี จะกลายเป็นแค่เรื่องตลกในสายตาคนอื่น"
เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างกระจกสีของวิหาร ผมสีดำสนิทที่มักจะรวบตึงไว้อย่างเรียบร้อยถูกปล่อยให้คลอเคลียข้างแก้ม เผยให้เห็นแววตาที่ไหววูบอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบปี
ผมวางแก้วชาลงบนจานรองอย่างเงียบเชียบ จงใจเว้นจังหวะให้ความเงียบทำหน้าที่โอบอุ้มความรู้สึกของเธอ แทนที่จะรีบเอ่ยคำปลอบโยนที่ดูไร้สาระ ในฐานะเกมเมอร์สายคำนวณ ผมรู้ดีว่าตัวเลขและสถิติสามารถแก้ปัญหาในเกมได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจมนุษย์
"ความพ่ายแพ้ในโลก VRMMO ไม่เคยเป็นเรื่องตลกหรอกครับรุ่นพี่" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง "โดยเฉพาะกับคนที่แบกความคาดหวังของคนนับร้อยเอาไว้บนบ่า"
รินเงยหน้าขึ้นสบตาผม นัยน์ตากลมโตคู่สวยนั้นสั่นระริก เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมเศษ
เสี้ยวความกล้าครั้งสุดท้ายเพื่อเปิดเผยสิ่งที่เก็บงำไว้ภายใต้รอยยิ้มเย่อหยิ่งและท่าทีเข้มงวด
"มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนนับร้อยในกิลด์ *เซเลสเทียล ดอว์น* นะกรณ์..." เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ก่อนจะหลบสายตาไปมองคริสตัลมานาที่กำลังส่องแสงกะพริบ "แต่มันคือชื่อเสียงของตระกูล... และคำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับพ่อ"
บรรยากาศภายในห้องราวกับถูกแช่แข็งลงทันที ข้อมูลชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมเคยสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมสุดโต่งของรินในการลงดันเจี้ยน การฝึกซ้อมอย่างไร้ความปรานี และการกดดันตัวเองให้อยู่ในจุดสูงสุดเสมอ เริ่มต่อ
ต่อกันเป็นภาพที่ชัดเจน
"ตระกูลวรโชติ..." ผมทวนชื่อนามสกุลของเธอในใจ
"ใช่... ตระกูลที่สร้างชื่อเสียงมาจากวงการธุรกิจอีสปอร์ตและเทคโนโลยีเสมือนจริง" รินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "พ่อคาดหวังให้ฉันสืบทอดกิจการ และบททดสอบแรกที่ท่านมอบให้คือการพิสูจน์ว่า กิลด์ที่ฉันสร้างขึ้นสามารถครองความเป็นอันดับหนึ่งในเซิร์ฟเวอร์หลักได้ติดต่อกันสามปีซ้อน... ถ้าฉันทำไม่ได้ กิจการทั้งหมดของครอบครัวจะถูกโอนไปให้สายรอง และแม่... แม่ของฉันก็จะไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในตระกูลอีกเลย"
หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่ขอบตาของหญิงสาว แต่เธอกลับเงยหน้าขึ้นพยายามบังคับไม่ให้มันไหลลงมา ความพยายามที่จะเข้มแข็งในวินาทีที่อ่อนแอที่สุดนั้น ช่างเป็นภาพที่บาดลึกเข้ามาในความรู้สึกของผมอย่างประหลาด
โลกของเกม *อาเซอร์ร็อธ* สำหรับคนส่วนใหญ่คือสถานที่หลบหนีความวุ่นวาย คือความบันเทิงหลังเลิกเรียน หรือเป็นการผจญภัยเพื่อฆ่าเวลา แต่สำหรับริน มันคือสนามรบจริงที่เดิมพันด้วยอนาคต ศักดิ์ศรี และครอบครัวของเธอ
ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายความอบอุ่นจากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ ผมเลือกที่จะไม่พูดคำหวานปลอบใจ แต่ยื่นมือไปแตะเบาๆ บนขอบโต๊ะไม้ใกล้กับมือที่กำลังกำแน่นของเธอ
"ถ้างั้น..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่ทำให้เธอนิ่งงันไป "เราคงต้องเปลี่ยนแผนจากการตั้งรับ เป็นการกวาดล้างให้สิ้นซากแล้วล่ะครับรุ่นพี่"
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับมามองผมราวกับไม่อยากเชื่อสายตา "นายหมายความว่ายังไง? นายก็รู้ว่ากิลด์คู่แข่งอย่าง *ไนท์แมร์ ฟอร์จูน* กำลังร่วมมือกับกิลด์พันธมิตรเพื่อโค่นเราในศึกชิงปราสาทกิลด์วอร์สสัปดาห์หน้า กำลังของเรามีไม่ถึงครึ่งของพวกเขาด้วยซ้ำ!"
"กำลังคนอาจจะน้อยกว่า..." ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาทอประกายความคมกริบราวกับนักวางแผนสนามรบที่กำลังวิเคราะห์กระดานหมากรุก "แต่กลยุทธ์ การบริหารทรัพยากร และความเข้าใจในระบบเกมของผม... เหนือกว่าพวกเขาหลายเท่าตัว"
ผมก้มลงมองหน้าเธอในระยะประชิด จนรินต้องผถะถอยหลังด้วยความประหม่า ใบเนียนขาวของเธอมือสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แม้ในสถานการณ์ที่กดดันที่สุด เธอก็ยังมักจะแพ้ทางความใกล้ชิดแบบไม่ทันตั้งตัวเสมอ
"จำคำพูดของผมไว้นะครับรุ่นพี่" ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ตราบใดที่มีผมอยู่เคียงข้าง... ชื่อเสียงของกิลด์และครอบครัวที่คุณปกป้อง จะไม่มีวันแปดเปื้อนเด็ดขาด"
ทันทีที่สิ้นคำพูด ร่างกายของรินก็แข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวและโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับมาเนิ่นนาน
แต่ก่อนที่รินจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับมา บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปฉับพลัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของเกมก็ดังขึ้นกังวานก้องไปทั่วทั้งวิหารแห่งแสง เสียงนั้นไม่ได้มาจากระบบปกติทั่วไป แต่มันเป็นเสียงประกาศสีแดงฉานที่บ่งบอกถึงภัยพิบัติระดับสูงสุด!
*(ติ๊ง!)*
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับเซิร์ฟเวอร์: ตรวจพบการปลุกพลังของ "ราชันย์มังกรทมิฬ บาลทาซาร์" ณ ดันเจี้ยนลับใต้ดินชั้นที่ 50 กิลด์ทั้งหมดในเขตพันธมิตรแสงสว่างถูกยกระดับเข้าสู่สถานะ "สงครามเบ็ดเสร็จ"]*
*[คำเตือนพิเศษ: เงื่อนไขการทำลายล้างกิลด์ "เซเลสเทียล ดอว์น" ถูกเร่งให้เร็วขึ้น 72 ชั่วโมงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของแพตช์ลับ!]*
รินหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ผิดกับผมที่หรี่ตามองหน้าต่างระบบนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
ศึกที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด•ตอนที่ 19
ความลับของรินที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!