"ถ้าคุณกรณ์ยังเดินช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะปรับสถานะปาร์ตี้ให้คุณกลายเป็นเป้าล่อธนูของพวกโบลว์เอลฟ์แทนนะครับ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นจากเบื้องหน้า ทว่าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าเรียวขาภายใต้กางเกงหนังเข้ารูปของกิลด์มาสเตอร์สาวกำลังก้าวช้าลงโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ระยะห่างระหว่างเธอกับชายหนุ่มด้านหลังยังคงอยู่ในรัศมีของสกิลสนับสนุนระดับกลาง
รินในชุดเกราะลาดตระเวนสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดของป่ารัตติกาล แสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ จากคริสตัลนำทางสะท้อนบนเส้นผมสีรัตติกาลของเธอ ปลุกบรรยากาศรอบตัวให้ดูน่าค้นหาและอันตรายในคราวเดียวกัน
กรณ์ถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับกวาดสายตาผ่านหน้าจออินเตอร์เฟซโฮโลแกรมที่ซ้อนทับอยู่เหนือทัศนียภาพจริง อัตราการฟื้นฟูมานาของเขาตกลงไปแปดเปอร์เซ็นต์เนื่องจากผลกระทบของหมอกพิษในเขตแดนชั้นใน แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือระบบคำนวณเควสต์ที่ปรากฏอยู่มุมขวาบนกำลังกระพริบเตือนสีแดงฉาน
[ระบบเควสต์คู่รัก (เงื่อนไขพิเศษ): ระยะห่างระหว่างผู้เล่นทั้งสองคนต้องไม่เกิน 3 เมตร มิฉะนั้นค่าความเข้ากันได้จะลดลง และศัตรูในพื้นที่จะเพิ่มอัตราการเกิดอีก 200%]
"ผมไม่ได้เดินช้าครับรุ่นพี่ แต่กำลังคำนวณทิศทางลมเพื่อลดการใช้สเตมิน่าของสกิลก้าวพริบตาต่างหาก" กรณ์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามแบบฉบับของเขา มือขวาขยับปรับฮูดคลุมศีรษะให้กระชับ "อีกอย่าง... ถ้าผมเดินเร็วกว่านี้ เกรงว่ารุ่นพี่คงต้องคอยหันมามองผมบ่อยเกินกว่าจะตั้งสมาธิกับมอนสเตอร์ข้างหน้าสินะครับ"
รินสะดุดฝีเท้าเล็กน้อยจนเกือบเสียหลัก เธอกัดริมฝีปากเบาๆ ซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อไว้ใต้เงาหมวกเหล็ก ก่อนจะสะบัดหน้ากลับมามองค้อนด้วยหางตา
"หลงตัวเองเป็นที่สุด... รีบเดินเถอะน่า เงื่อนไขของเควสต์ระบุไว้ชัดเจนว่าเราต้องไปถึงแท่นบูชาโบราณก่อนเที่ยงคืน ไม่อย่างนั้นไอเทม 'สร้อยคอแห่งพันธะนิรันดร์' จะถูกรีเซ็ตค่าสถานะ และเราต้องเริ่มฟาร์มใหม่ตั้งแต่ต้น"
คำว่า 'ฟาร์มใหม่ตั้งแต่ต้น' ทำให้กรณ์ต้องยอมหุบปากแล้วเร่งฝีเท้าตามไปเงียบๆ แม้ภายนอกเขาจะทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มผู้ไร้พิษภัย แต่ในฐานะอดีตเกมเมอร์สายคำนวณ เขาย่อมรู้ดีว่าเควสต์ระดับ A นี้มีความซับซ้อนซ่อนอยู่มากกว่าที่กิลด์มาสเตอร์สาวแสดงออก การที่พวกเขาต้องมาติดอยู่ในป่ารัตติกาลสองต่อสองท่ามกลางบรรยากาศชวนขนลุกเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
ป่ารัตติกาลในเกม 'Chronicles of Azeroth' ขึ้นชื่อเรื่องระบบนิเวศน์ที่สมจริงจนน่ากลัว เสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า เสียงลมหายใจแผ่วเบาของสัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาแน่น และกลิ่นอายอับชื้นของดินชื้นแฉะผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ
ทว่า ในความมืดมิดและน่าอึดอัดนั้น กลับมีบางสิ่งที่อบอุ่นอย่างประหลาดก่อตัวขึ้น
เมื่อเส้นทางแคบลงจนบังคับให้ทั้งสองต้องเดินเรียงหนึ่ง รินที่เดินนำอยู่เกิดสะดุดรากไม้เรืองแสงขนาดใหญ่เข้าโดยไม่คาดคิด ร่างเพรียวบางเซถลาไปข้างหน้าตามแรงโน้มถ่วง
กรณ์ที่เดินตามหลังมาด้วยระยะห่างไม่ถึงสองเมตรตามเงื่อนไขเควสต์ พุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที สัมผัสจากเกราะหนังหนรกนุ่มมือผสานกับไออุ่นจากตัวของหญิงสาวส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาในเสี้ยววินาที
ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกักค้าง รินแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ใบหน้าที่มักจะนิ่งสงบและเย็นชาบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู ยิ่งในยามที่แสงสลัวจากพืชเรืองแสงสาดกระทบลงมา ยิ่งขับให้แววตาของเธอดูลุกลี้ลุกลนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
"ระวังด้วยครับรุ่นพี่... ดูเหมือนทางข้างหน้าจะไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิด" เสียงกระซิบกระชากนุ่มนวลดังอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดต้นคอทำให้หัวใจของกิลด์มาสเตอร์สาวเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
รินรีบผลักอกอีกฝ่ายออกเบาๆ แม้แรงผลักนั้นจะเบาหวิวราวกับลูกแมวก็ตาม เธอยกมือขึ้นจับพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง พยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติที่สุด แต่ความสั่นเครือเล็กน้อยในน้ำเสียงนั้นกลับทรยศเธอจนหมดสิ้น
"ล...ปล่อยได้แล้วมั้ง! ฉันแค่วางเท้าพลาดเอง... ไม่ได้เงอะงะสักหน่อย!"
"ครับๆ ผมเข้าใจครับ รุ่นพี่ไม่ได้เงอะงะ แค่... โชคไม่ดีที่มีรากไม้งอกผิดที่ผิดทางเท่านั้นเอง" กรณ์ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นฉายแววเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด ท่าทีที่สุขุมและเป็นสุภาพบุรุษเสมอต้นเสมอปลายของเขานี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้คนฟอร์มจัดอย่างรินไปไม่เป็นทุกครั้ง
ทั้งสองกลับมาเดินเคียงข้างกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ระยะห่างระหว่างไหล่ลดลงโดยปริยาย ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาอีก บรรยากาศรอบตัวไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้า กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบที่มีจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นฉากหลัง เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวประสานกันเป็นจังหวะเดียวใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่
หน้าจอระบบแจ้งเตือนปรากฏขึ้นเบาๆ ในสายตาของกรณ์
[ค่าความเข้ากันได้ของปาร์ตี้เพิ่มขึ้น 15%]
[ปลดล็อกสถานะพิเศษ: 'ไออุ่นยามราตรี' - เพิ่มพลังป้องกันเวทมนตร์ 10% ให้แก่ผู้เล่นทั้งสองคนในรัศมี 2 เมตร]
กรณ์เหลือบมองตัวเลขที่ขยับขึ้นอย่างพึงพอใจ อย่างน้อยที่สุด การทำเควสต์คู่รักน่ารำคาญนี่ก็เริ่มให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าทางสถิติแล้ว... หรือบางที สิ่งที่คุ้มค่ากว่าอาจจะไม่ใช่ตัวเลขบนหน้าจอก็ได้
เมื่อพวกเขาเดินพ้นแนวพุ่มไม้ทึบ เบื้องหน้าก็ปรากฏลานหินกว้างที่ปกคลุมด้วยไอหมอกสีขาวโพลน ตรงกลางลานมีแท่นบูชาหินโบราณสลักลวดลายประหลาด ดวงตาของรูปปั้นอสูรบนแท่นบูชาเปล่งแสงสีแดงก่ำราวกับกำลังจับ
"ถึงแล้ว..." รินพึมพำเบาๆ พร้อมกับยกคทาเวทมนตร์ขึ้นเตรียมพร้อม "ตามข้อมูลในฐานข้อมูลกิลด์ เราต้องวาง 'สร้อยคอแห่งพันธะนิรันดร์' ลงบนแท่นบูชาพร้อมกัน แล้วกำจัดบอสเฝ้าสุสานที่จะปรากฏตัวออกมาในเวลาสามนาที"
กรณ์พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว สมองส่วนหน้าเริ่มประมวลผลรูปแบบการโจมตีที่เป็นไปได้ของบอสระดับพิทักษ์เขตแดน "ผมจะรับหน้าที่เป็นแนวหน้าดึงความสนใจของมันเองครับ รุ่นพี่คอยสนับสนุนจากระยะไกลและร่ายเวทมนตร์บทใหญ่เมื่อผมให้สัญญาณ"
"เดี๋ยว... ให้คุณเป็นแนวหน้าเนี่ยนะ? คุณเป็นสายสนับสนุนไม่ใช่เหรอ!" รินหันมามองด้วยความตกใจ
"ผมมีแผนสำรองไว้อยู่แล้วครับ" กรณ์ส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ "เชื่อใจผมสิครับ"
คำว่า 'เชื่อใจผมสิครับ' ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างประหลาด รินเม้มปากแน่น หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกลับมาเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง เธอกำคทาในมือแน่นขึ้น พยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่เอื้อมไปแตะลงบนแท่นบูชาพร้อมกันเพื่อเริ่มกระบวนการอัญเชิญบอส เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นกลับไม่ใช่เสียงเริ่มต้นเควสต์ปกติ
[คำเตือน! ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลในพื้นที่...]
[เขตแดนป่ารัตติกาลถูกแทนที่ด้วยเหตุการณ์พิเศษ: 'เงาแห่งผู้ถูกลืม' (ระดับความยาก: SSS)]
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หมอกสีขาวโพลนรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก อุณหภูมิในอากาศลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามเกราะของพวกเขา
และสิ่งที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกของแท่นบูชา... ไม่ใช่มอนสเตอร์รูปร่างอสูรตามที่ควรจะเป็น
แต่มันคือเงาสะท้อนสีดำทมิฬที่มีรูปร่างหน้าตาและสวมชุดเกราะเดียวกับ "กรณ์" ทุกประการ ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น และรอยยิ้มนั้น... เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่น่ากลัวเกินกว่าจะเป็น NPC ทั่วไป
"ระวังตัวด้วยนะ... ตัวฉันอีกคน" เสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานออกมาจากเงาสนั้นทำเอาลมหายใจของรินสะดุดกึก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด•ตอนที่ 17
ค่ำคืนแห่งการฟาร์มเลเวลคู่สองต่อสอง
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!