“ริน! ก้มลง!”
เสียงตะโกนของผมดังแทรกผ่านเสียงคำรามกึกก้องของ ‘อสูรกายโลหิตทมิฬ’ บอสประจำดันเจี้ยนระดับหายนะที่กำลังคลุ้มคลั่ง มันไม่ใช่แค่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือทักษะ ‘คลื่นพิฆาตสังหาร’ ที่มีรัศมีการทำลายล้างกว้างเกินกว่าที่รินจะหลบได้ทันในจังหวะนี้
ดวงตาของผมจับจ้องอยู่ที่แถบพลังชีวิตของรินที่เหลือไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ หากโดนการโจมตีนี้เข้าไป กิลด์มาสเตอร์ผู้สง่างามของผมคงต้องกลายเป็นดวงวิญญาณเร่ร่อนในดันเจี้ยนนี้แน่นอน และนั่นหมายถึงภารกิจที่พวกเราทุ่มเทกันมาตลอดทั้งสัปดาห์จะพังทลายลงในพริบตา
ร่างกายของผมตอบสนองเร็วกว่าความคิด
ผมพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกจากหน้าไม้ ทิ้งระยะห่างเชิงยุทธวิธีที่เคยรักษาไว้มาตลอดทั้งเกมไปจนหมดสิ้น มือคว้าเข้าที่ไหล่ของรินแล้วเหวี่ยงร่างของเธอไปด้านหลังสุดแรงเกิด ก่อนจะหมุนตัวรับการโจมตีนั้นเข้าที่แผ่นหลังเต็มรัก
*เปรี้ยง!*
เสียงเกราะเหล็กกล้าของผมแตกละเอียดราวกับกระจกที่ถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวดจากการประมวลผลของระบบ VR พุ่งเข้าสู่สมองเสมือนหนึ่งการถูกกระชากวิญญาณ ค่าความเสียหายสีแดงฉานเด้งขึ้นบนหน้าจอจนบดบังวิสัยทัศน์ของผมไปชั่วขณะ
[-8,450 Critical Hit!]
[-สถานะ: เลือดไหลไม่หยุด]
[-คำเตือน: ค่าความทนทานของเกราะเหลือ 0]
แรงปะทะนั้นรุนแรงจนผมกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงถ้ำ ร่างกายชาดิกไปจนถึงปลายนิ้ว ผมมองดูแถบเลเวลที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจากการถูกโจมตีรุนแรงและการหักลบค่าประสบการณ์เมื่อไอเทมสวมใส่พังทลาย
“กรณ์! ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น...” เสียงของรินสั่นเครือ แววตาที่เคยเย็นชาและเด็ดเดี่ยวบัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความตกใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“อย่า... อย่าเสียสมาธิครับพี่ริน” ผมแค่นยิ้ม แม้เลือดในปากจะทำให้น้ำเสียงดูแหบพร่า “ช่องโหว่... บอสเปิดช่องโหว่ทางซ้ายใต้ซี่โครงแล้ว นั่นคือจุดตายเดียวที่เหลืออยู่... รีบจัดการมันซะครับ”
รินนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนที่แววตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดขาดที่ผ่านการฝึกฝนมานับปี เธอรู้ดีว่าคำพูดของผมไม่ใช่การเสียสละที่สูญเปล่า แต่เป็นหมากกระดานสุดท้ายที่ผมวางเอาไว้เพื่อให้เธอเป็นผู้ชนะ
เธอกระโจนขึ้นสู่กลางอากาศ ดาบเลเซอร์ในมือเรืองแสงสีฟ้าจัดจ้านราวกับจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ผมเห็นเงาร่างของเธอกรีดกรายผ่านช่องว่างที่ผมสร้างขึ้นด้วยชีวิต นี่คือจังหวะที่ผมคำนวณไว้แม่นยำที่สุด
*ฉึก!*
ปลายดาบเสียบทะลุจุดตายของบอส เสียงร้องโหยหวนของสัตว์ร้ายดังสะท้อนไปทั่วโถงถ้ำ ก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวแสงสีทอง ทว่าในจังหวะที่ความตายของบอสได้รับการยืนยัน เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ผิดปกติก็ดังขึ้นในหัวของผม
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบตัวตนที่สามในพื้นที่จำกัด]
ผมหรี่ตาลง มองผ่านฝุ่นควันที่เริ่มจางหายไป สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่สมบัติล้ำค่าที่พวกเราเฝ้ารอ แต่มันคือเงาร่างของชายสวมหน้ากากสีเงินที่ถืออาวุธระดับตำนานที่ผมคุ้นเคยดี มันคือมือสังหารระดับท็อปจากกิลด์คู่แข่งที่เฝ้ารอจังหวะให้พวกเราอ่อนแอที่สุด
รินหันกลับมาหาผมด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบเหงื่อและเลือด เธอพยายามจะก้าวเข้ามาหาผม แต่ชายสวมหน้ากากกลับพุ่งตัวเข้าขวางทาง พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบ
“ต้องขอโทษด้วยนะคุณกิลด์มาสเตอร์... ดูเหมือนว่าวันนี้ปาร์ตี้ของพวกคุณจะต้องจบลงตรงนี้... พร้อมกับการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด”
เขาชี้ปลายดาบมาที่ผมที่กำลังนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นดิน ก่อนจะกดปุ่มใช้งานสกิลสังหารหมู่ที่กินอาณาเขตทั้งหมดของห้องโถงนี้ไว้จนไม่มีทางหนี
รินหันมาสบตาผม สายตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่การมองลูกน้องหรือรุ่นน้อง แต่มันคือความรู้สึกที่อัดอั้นมานานจนเกินจะบรรยาย แต่ในวินาทีที่ดาบของศัตรูกำลังจะตวัดลงมา กล่องข้อความสีดำสนิทกึ่งโปร่งใสก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าผมเพียงคนเดียว
[เงื่อนไขครบถ้วน: ปลดล็อกโหมด ‘ราชันย์ผู้ไร้บัลลังก์’...]
[คุณต้องการแลกเปลี่ยน ‘เลเวลทั้งหมด’ เพื่อรับ ‘พลังที่แท้จริง’ ของอาเซอร์ร็อธหรือไม่?]
ผมมองรินที่กำลังพุ่งตัวกลับมาเพื่อปกป้องผมอีกครั้ง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอก็อาจจะไม่รอด แล้วนิ้วของผมก็แตะลงบนปุ่ม ‘ตกลง’ อย่างไม่มีความลังเล
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด•ตอนที่ 25
การตัดสินใจเสี่ยงตาย
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น เมื่อเซียนเกมออฟไลน์ต้องมารับมือยัยกิลด์มาสเตอร์สุดโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!