"ถ้าคุณธันวาขยับมาทางซ้ายอีกแค่เซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังละเมิดสิทธิ์การหายใจในรัศมีหนึ่งเมตรของผมนะครับ"
เสียงใสแจ๋วที่เจือความกวนประสาทดังขึ้นทันทีที่ธันวาผลักประตูไม้เก่าแก่ของร้าน 'ซ่อมชีวิต' เข้าไป สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าค้างอยู่กลางอากาศ ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบตึงราวกับถอดแบบมาจากไม้บรรทัดเหล็ก ตอนนี้กลับกระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความระอา
มินตรากำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ย มือข้างหนึ่งสวมถุงมือผ้าสีมอมแมม ส่วนอีกข้างถือกระดาษกาวสีน้ำตาลความยาวเท่าแขน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมมองลงมาที่เขาด้วยแววตารู้ทัน ชวนให้นึกถึงแมวตัวแสบที่เพิ่งแกล้งทำแจกันตกแตกแต่ทำหน้าตาเฉย
"ผมแค่วางแผนผังการปรับปรุงร้านตามที่คุณป้าปรางจ้างมา ไม่ได้มาเดินแบบแฟชั่นวีกลานกว้าง รัศมีหายใจอะไรของคุณนั่นกว้างเกินความจำเป็นไปหน่อยมั้งครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ร่างสูงในชุดสูทลำลองสีเทาอ่อนเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างจำยอม เขาวางม้วนพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะไม้สักที่เต็มไปด้วยคราบกาวและเศษไม้
"ไม่ได้หรอกครับ ความเป็นส่วนตัวของช่างฝีมือเป็นเรื่องสำคัญนะ..." มินตราก้าวลงจากเก้าอี้ด้วยความคล่องแคล่ว เธอปัดมือที่เปื้อนฝุ่นไม้เบาๆ ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าสถาปนิกหนุ่มที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว "แล้วก็นี่... ข้อตกลงร่วมกันระหว่างเรา"
กระดาษโน้ตสีเหลืองสะท้อนแสงแผ่นหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า ธันวาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ก้มมองข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบพอสมควร
*กฎสามข้อของผู้ชายปากแข็ง (และสถาปนิกจอมเนียบ)*
1. ห้ามทำหน้าบึ้งเกินวันละสามครั้ง เพราะมันทำให้บรรยากาศในร้านดูเหมือนห้องดับจิต
2. ห้ามสั่งให้ผมทิ้งของเก่าชิ้นไหนเด็ดขาด แม้แต่เศษไม้ผุๆ เพราะทุกชิ้นมีวิญญาณของมันเอง
3. ทุกครั้งที่เถียงผมชนะ ต้องเลี้ยงกาแฟโบราณหน้าปากซอยหนึ่งแก้ว (แต่ถ้าผมชนะ คุณต้องช่วยผมขัดเก้าอี้ไม้สนหลังร้าน)
ธันวาอ่านจบแล้วก็นิ่งเงียบไปหลายวินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวหนังสือเหล่านั้นสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของคนเขียน ความรู้สึกระหว่างความหงุดหงิดกับความเอ็นดูตีรวนกันอยู่ในอกจนบอกไม่ถูก นี่เธอกำลังทำตัวเป็นเด็กประถมหรืออย่างไร ถึงได้มาตั้งกฎเกณฑ์ไร้สาระแบบนี้ใส่สถาปนิกแถวหน้าของบริษัท
"คุณว่างมากเหรอครับ ถึงได้มีเวลามานั่งคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พยายามรักษามาดนิ่งเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "ผมมาที่นี่เพื่อทำงานโครงสร้าง ไม่ได้มาเข้าค่ายลูกเสือ"
"อ้าว ก็เพราะคุณเป็นคนทำงานโครงสร้างนี่แหละครับ ผมถึงต้องมีกฎนี้ไว้ป้องกันตัว" มินตรากอดอกเชิดคางขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "คุณดูโครงสร้างร้านนี้สิ มันคือความทรงจำนะคุณธันวา มันไม่ใช่แค่ปูนกับอิฐที่คุณจะรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ให้มันดูโมเดิร์นเย็นชาเหมือนตึกคอนโดที่คุณออกแบบหรอกนะ"
คำพูดนั้นสะดุดหูธันวาเข้าอย่างจัง ใบหน้าหล่อเหลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววูบลงโดยอัตโนมัติ ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดหลายปีถูกสะเก็ดคำพูดของหญิงสาวกะเทาะออกเบื้องลึก ภาพความทรงจำในอดีต—วันที่ตึกที่เขาออกแบบเกิดความผิดพลาดทางโครงสร้างจนพังทลายลงมาคร่าชีวิตคนสำคัญ—ผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับภาพสโลว์โมชัน ความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดที่ฝังรากลึกในอกบีบรัดหัวใจเขาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
มินตราที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม ชะงักไปเช่นกัน รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าของเธอเลือนหายไปในพริบตา เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยลืมกฎรัศมีหนึ่งเมตรที่ตัวเองเพิ่งตั้งไปเมื่อครู่
"เอ่อ... ผมพูดแรงไปเหรอครับ?" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นความลังเลและกังวลอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความรู้สึกผิด "คือ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"เปล่าครับ" ธันวารีบตัดบท น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อยจนเจ้าตัวต้องกระแอมเบาๆ เพื่อปรับให้เป็นปกติ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา แล้วเสมองไปทางอื่น "ผมแค่คิดว่า... กฎของคุณมันดูเด็กไปหน่อยเท่านั้นเอง"
มินตรามองอาการหลบสายตาของคนตัวโตกว่า เธอเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความเปราะบางบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทราคาแพงและท่าทีเย่อหยิ่งนั้น ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แค่ "ปากแข็ง" อย่างที่เธอเขียนเล่นในกระดาษ แต่เขากำลังแบกรับอะไรบางอย่างที่หนักหนาสาหัสเอาไว้ต่างหาก
"งั้น..." มินตราเสียงอ่อนลง เธอดึงกระดาษโน้ตแผ่นนั้นกลับมาถือไว้ "ผมยอมลดให้ข้อหนึ่งก็ได้ ไม่ต้องเลี้ยงกาแฟทุกครั้งที่ผมแพ้ แต่... คุณต้องสัญญาว่าจะไม่แอบรื้อโครงสร้างหลักของร้านลับหลังผม"
ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันในความเงียบที่โรยตัวอยู่ระหว่างพวกเขา บรรยากาศรอบตัวไม่ได้อึดอัดเหมือนตอนแรก หากแต่มีความอบอุ่นแปลกประหลาดแทรกซึมเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยฝุ่นไม้และกลิ่นน้ำมันสน
"ก็ได้ครับ..." ธันวาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างไม่รู้ตัว "ผมสัญญาว่าจะไม่รื้ออะไรทั้งนั้น... จนกว่าเราจะตกลงกันได้"
มินตราคลี่ยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง รอยยิ้มที่สว่างไสวเสียจนธันวารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบอกอย่างไม่มีสาเหตุ เขาจำต้องเบนสายตาหนีไปมองโต๊ะทำงานรกๆ เพื่อซ่อนความรู้สึกประหลาดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในใจ
ป้าปรางที่แอบยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังม่านกั้นห้องครัว ยกมือขึ้นปิดปากอมยิ้มอย่างพอใจ หญิงสูงวัยส่ายหัวเบาๆ กับความปากแข็งของสถาปนิกหนุ่มก่อนจะหันหลังกลับไปเตรียมน้ำชา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับเข้าสู่โหมดการทำงานปกติ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบสงบนั้น
ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ นิ้วเรียวชะงักไปเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น—*คุณหญิงนภา* (มารดาของเขาเอง)
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขากดตัดสายทันทีอย่างไม่ลังเล แต่ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนยาวเหยียดที่ถูกส่งเข้ามา
*“ธันวา... เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแล้วกลับมาคุยเรื่องงานแต่งงานกับหนูลดาได้แล้ว ลูกหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ร้านซ่อมของเก่าซอมซ่อแบบนั้นมันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอกนะ!”*
ธันวาอ่านข้อความนั้นจนจบ ดวงตาคมกริบแข็งกร้าวขึ้นในพริบตา ความโกรธและความอึดอัดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนสันจมูกร้อนผ่า
แต่วินาทีที่เขากำลังจะกดล็อกหน้าจอเพื่อเก็บมือถือ มินตราที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เผลอเหลือบไปเห็นข้อความบนหน้าจอเข้าอย่างจังโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากตัวหนังสือมันใหญ่และสว่างวาบคาตา
"งาน... แต่งงานเหรอครับ?" มินตราพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
ธันวาชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งค้าง ประโยคแก้ตัวมากมายพรั่งพรูเข้ามาในหัว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร—
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน พร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวพรวดพราเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ
"ธันวา! อยู่นี่จริงๆ ด้วยสินะคะ... คุณแม่บอกแล้วว่าคุณหนีมาหลบอยู่ที่นี่กับใครก็ไม่รู้!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้ หวังว่าจะอมยิ้มและใจฟูไปกับความกวนของพ่อหนุ่มสถาปนิกเขานะครับ - สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน•ตอนที่ 2
กฎสามข้อของผู้ชายปากแข็ง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!