"ตกลงว่าเราเป็นอะไรกันครับคุณธันวา"
เสียงของมินตราไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นพอจะทำให้ปลายปากกาโรทริงในมือของสถาปนิกหนุ่มหยุดชะงักลงทันที เส้นหมึกสีดำเข้มข้นไหลเยิ้มเกินขอบกระดาษไขแผ่นนั้นไปนิด เหมือนกับหัวใจของคนที่กำลังนั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะเขียนแบบ ที่จู่ๆ ก็ควบคุมจังหวะการเต้นของตัวเองไม่ได้
โต๊ะทำงานในสตูดิโอแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มและกลิ่นอายฝุ่นจากไม้เก่าๆ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของธันวา เผยให้เห็นสันจคมกริบและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันสนิท เขาไม่ได้หันไปมองหน้าเธอทันที สายตายังคงจดจ้องอยู่กับแปลนบ้านไม้สักสามชั้นที่เขาแก้มาเป็นรอบที่สี่ แต่สมองกลับว่างเปล่า
"คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ มินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบๆ เจือความเยือกเย็นตามสไตล์คนฟอร์มจัด ทว่านิ้วมือข้างที่ถือดินสอกลับบีบแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"อย่ามาทำเป็นไขสืบเลยค่ะธันวา" หญิงสาวกอดอก ก้าวเข้าไปยืนประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้งอแงเหมือนเวลาที่เธอซ่อมตู้โบราณแล้วทำน๊อตหาย แต่มันเต็มไปด้วยความจริงจังที่สั่นไหวเล็กน้อย "เราไปไหนมาไหนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ช่วยกันรื้อ ช่วยกันซ่อมของพังๆ จนบ้านหลังนี้ใกล้จะเสร็จอยู่แล้ว... แต่เวลาคนอื่นถามว่าเราเป็นอะไรกัน คุณมักจะเงียบ หรือไม่ก็ตอบแค่ว่า 'เป็นเพื่อนร่วมงาน' ทุกที"
ธันวาค่อยๆ วางดินสอลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงคู่นั้นที่เต็มไปด้วยคำถาม
ในโลกของการออกแบบ ทุกอย่างต้องมีโครงสร้าง มีเสาเข็มที่มั่นคง มีคานมารองรับน้ำหนักเพื่อไม่ให้ตึกถล่มลงมา แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอมันไม่มีแบบแปลน ไม่มีสเปกวัสดุ และที่สำคัญ... มันไม่มีชื่อเรียกที่ปลอดภัยสำหรับคนกลัวความสูญเสียอย่างเขา
"แล้วคุณอยากให้เราเป็นอะไรล่ะครับ" ธันวาถามกลับ เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่แฝงไปด้วยความลังเลที่ซ่อนไม่มิด
มินตราอึ้งไปชั่วขณะ เธอคงไม่คิดว่าคนปากแข็งอย่างเขาจะโยนคำถามนี้กลับมาตรงๆ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อด้วยความขัดแย้งในใจ ริมฝีปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่
"อย่างน้อย... ก็ไม่ใช่แค่คนที่บังคับให้ฉันมากินข้าวเที่ยงด้วยทุกวัน หรือคนที่คอยนั่งเฝ้าเวลาฉันขัดสีไม้จนดึกดื่นหรอกค่ะ" มินตราเชิดหน้าขึ้น แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าว "ถ้าคุณคิดว่าเราเป็นแค่คนรู้จัก... งั้นต่อไปนี้ฉันจะได้เว้นระยะห่าง ถูกไหมคะ?"
คำพูดนั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางอกของธันวา ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองทันที มีเพียงเสียงนาฬิกาแขผนผนังโบราณที่ดังติ๊กต่อกๆ ตอกย้ำความอึดอัดที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ธันวาอยากจะอ้าปากพูดอะไรออกไปสักอย่าง อยากจะบอกความจริงว่าทำไมเขาถึงไม่กล้าก้าวข้ามเส้นนี้ ความกลัวที่ฝังรากลึกจากอดีตที่เขาเคยปกป้องใครไว้ไม่ได้ มันคือกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่หนาเตอะ แต่พอสบเข้ากับแววตาดื้อรั้นแต่เปราะบางของมินตรา กำแพงนั้นก็สั่นคลอนอย่างรุนแรง
เขากลืนก้อนความขมฝืดลงคอ ขยับริมฝีปากเตรียมจะเอ่ยคำบางคำที่ค้างอยู่ตรงลิ้นปี่
"ผม..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นขัดจังหวะวิกฤตนั้นเสียก่อน ทั้งธันวาและมินตราสะดุ้งเล็กน้อย หญิงสาวรีบหันไปมองทางต้นเสียง ส่วนสถาปนิกหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก... หรืออาจจะรู้สึกเคืองลึกๆ ที่ความกล้าหาญเมื่อครรู่ถูกตัดตอนไปเสียดื้อๆ
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาในร้านโดยไม่รอให้อذنุญาต ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มพราวเสน่ห์ แต่สายตากลับคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กำลังมองหาเหยื่อ
"ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะครับ" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์เก่า "พอดีผมได้ยินมาว่าที่นี่มีนักกู้คืนของพังฝีมือดี... และผมกำลังตามหา 'ชิ้นส่วน' สำคัญชิ้นหนึ่ง ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น เลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความทรงจำสีเทาที่พยายามกลบฝังไว้หลายปีดีดกลับขึ้นมาในหัวสมองอย่างรวดเร็ว
ชายคนนี้ไม่ใช่ลูกค้าธรรมดา... และของที่เขาตามหา ไม่ใช่แค่ข้าวของเครื่องใช้พังๆ อย่างแน่นอน
มินตราหันมามองธันวาด้วยความงุนงง แต่เมื่อเธอเห็นสีหน้าซีดเผือดและการกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่ข้อมือของสถาปนิกหนุ่ม เธอก็รู้ทันทีว่า... บรรยากาศฟีลกู๊ดของร้านซ่อมของเก่าแห่งนี้ กำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของสถาปนิกหนุ่มคนนี้นะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน•ตอนที่ 10
คำถามที่คำตอบอ้ำอึ้ง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!