สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน•ตอนที่ 13

แสงสว่างยามเช้า

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
คราบน้ำตารอบดวงตาของมินตราในเมื่อคืนยังคงทิ้งร่องรอยความเปียกชื้นไว้บนไหล่เสื้อเชิ้ตของผม แม้ว่าพายุฝนข้างนอกจะสงบลงและแทนที่ด้วยความเงียบสงบของยามรุ่งสางแล้วก็ตาม "ถ้าคุณยังแกล้งหลับแล้วแอบสูดกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อผมอีกที ผมจะคิดค่าลิขสิทธิ์เป็นค่าเสียหายทางใจนะครับ มินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาตัวยาวสะดุ้งเล็กน้อย เปลือกตาส่งแพขนตางอนกะพริบถี่ๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างจำยอม เจ้าตัวส่งค้อนวงใหญ่มาให้ผมทันทีที่รู้ว่าแผนแกล้งหลับถูกจับได้คาหนังคาเขา "ใครแอบสูดกันคะ... เอ๊ย! ใครแอบสูดกันเล่า ธันวานี่มันหลงตัวเองเบอร์แรงเกินไปแล้วนะ" มินตราดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว มือเล็กขยี้ผมฟูๆ ของตัวเองจนยุ่งเหยิงไปกันใหญ่ ยิ่งทำให้เธอดูล้านเปอร์เซ็นต์เหมือนลูกแมวเพิ่งตื่นนอนที่พยายามจะทำตัวดุใส่เสือโคร่ง ผมหลุดหัวเราะในลำคออย่างห้ามไม่อยู่ เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายปีที่ผมรู้สึกว่ามันออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจโดยไม่ต้องฝืนปรุงแต่ง บนโต๊ะกาแฟตรงหน้ามีแก้วโกโก้อุ่นๆ ที่ผมต้มเองกับมือส่งควันจางๆ ลอยกรุ่น เป็นเช้าวันใหม่ที่ไม่มีคราบน้ำตาจากเหตุการณ์โกดังเก่าพังถล่มเมื่อวานหลงเหลืออยู่แล้ว นอกจากความอบอุ่นแปลกประหลาดที่เข้ามาแทนที่ความเย็นชาในอกผม "ดื่มซะ ก่อนที่มันจะหายร้อน คุณจะได้มีแรงไปเถียงกับช่างไม้เจ้าประจำของคุณต่อ" ผมเลื่อนแก้วโกโก้ไปตรงหน้าเธอ มินตราทำหน้ามู่ทู่แต่ก็ยอมรับแก้วไปถือไว้ด้วยสองมือ ดวงตากลมโตช้อนมองผมผ่านไอความร้อน "นี่... ธันวา ไม่คิดเหอะว่าเมื่อวานเราเกือบตายกันจริงๆ น่ะ สถาปนิกหน้าตายอย่างคุณเนี่ย พอไม่มีไม้บรรทัด T-Square ในมือแล้ว ก็พึ่งพาได้เหมือนกันนี่นา" "คำชมของคุณฟังดูเหมือนคำด่ามากกว่านะครับ" ผมเลิกคิ้วมองเธอ เดินไปพิงสะโพกกับขอบหน้าต่างที่มองออกไปเห็นยอดไม้ไหวๆ รับแสงแรกของวัน "จำไว้ด้วยว่าผมไม่ใช่แค่พึ่งพาได้ แต่ผมคือคนที่คอยตามเช็ดตามล้างความซุ่มซ่ามของคุณต่างหาก" "ย่ะ! พ่อคนเนี้ยบ พ่อคนเพอร์เฟกต์!" เธอแลบลิ้นใส่ผมอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะก้มลงจิบโกโก้ร้อนๆ แล้วหลับตาพริ้มด้วยความฟิน "อื้อหือ... อร่อยอ่ะ ละมุนนีมาก ไม่คิดว่าคนปากร้ายอย่างคุณจะชงของหวานอร่อยขนาดนี้" ห้องทำงานเล็กๆ ของร้านคุณป้าปรางอบอวลไปด้วยความเงียบที่ไม่ได้น่าอึดอัด เสียงจิบเครื่องดื่มดังเบาๆ สลับกับเสียงลมหายใจเข้าออก เป็นจังหวะชีวิตที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะโหยหานับตั้งแต่วันที่สูญเสียครอบครัวไปในอุบัติเหตุครั้งนั้น ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความนุ่มฟูประหลาดจากผู้หญิงซุ่มซ่ามตรงหน้า "นี่ธันวา..." มินตราเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอกลับมาจริงจังขึ้นทีละน้อย ดวงตาสتกลมโตมองตรงมาที่ผม "เรื่องเมื่อวาน... ขอบคุณนะ ที่คุณไม่ยอมปล่อยมือฉันตอนที่คานไม้นั่นกำลังจะร่วงลงมา" ผมชะงักไปชั่วขณะ หลบสายตาเธอก่อนจะหันกลับไปมองวิวนอกหน้าต่าง "มันเป็นสัญชาตญาณความปลอดภัยของมนุษย์ต่างหาก อย่าคิดไปไกลเลยครับ" "หึ! ปากแข็งตลอดกาล" มินตราพึมพำเบาๆ แต่ผมรู้ว่าเธออมยิ้มอยู่ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูด้านหน้าร้านดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังจะหวานซึ้ง ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูและเสียงทุ้มคุ้นเคยของคุณป้าปรางที่เอ่ยทักทายแขกยามเช้า "อ้าว ตาธัน... เอ๊ย ไม่ใช่ ตาภัทร! มาทำอะไรแต่เช้าล่ะเนี่ย ร้านยายยังไม่เปิดนะจ๊ะ" ชื่อนั้นทำให้ผมชะתักกึก ร่างกายแข็งทื่อไปในทันที ภัทร... รุ่นพี่สถาปนิกหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดี ผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมวงการและคนที่เคยเกือบจะยืนในตำแหน่งคนรู้ใจของมินตราเมื่อนานมาแล้ว ชายหนุ่มในสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ในมือ ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ มินตราลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ "พี่ภัทร...? มาได้ยังไงคะเนี่ย?" "พี่รู้ข่าวเรื่องโกดังถล่มจากข่าวท้องถิ่นเมื่อคืน... เป็นห่วงแทบแย่ โทรหาโทรศัพท์ก็แบตหมด เลยรีบขับรถมาดูแต่เช้า" ภัทรพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทอดสายตามองมินตราด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะเหลือบมามองผมที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง แววตาของเขามีร่องรอยความประหลาดใจปนความระแวงเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพผมในยามเช้าที่อยู่ในบ้านหลังนี้กับมินตรา บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความตึงเครียดทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่ราวกับถูกลมหนาวพัดหายไปในพริบตา ผมหรี่ตามองภาพตรงหน้า ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้เริ่มตื่นขึ้นมาทักทาย ความเจ็บแปลบที่คุ้นเคยในอกกลับมาอีกครั้ง มือที่กอดอกอยู่เผลอกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว "ผมขอตัวไปล้างแก้วก่อนนะครับ" ผมเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง ก่อนจะหันหลังเดินเลี่ยงเข้าไปในครัวหลังร้านทันที ไม่อยากทนมองภาพการแสดงความห่วงใยที่แสนจะเหมาะสมกันคู่นั้น ซ่า! ผมเปิดก๊อกน้ำปล่อยให้น้ำไหลผ่านมือที่สั่นเทาเล็กน้อย มองเงาตัวเองในกระจกแล้วแค่น้ำตาตกในให้กับความโง่เง่าของตัวเอง เมื่อคืนเราเพิ่งจะ... แต่เช้าวันนี้ ความเป็นจริงของโลกใบเดิมก็ตามมาทวงคืนทุกอย่าง ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจ คิดว่าเป็นงานจากบริษัท แต่พอยอดหน้าจอปรากฏชื่อผู้ส่ง หัวใจผมก็กระตุกวูบ เป็นข้อความจากมินตราที่ส่งเข้ามาจากห้องโถงด้านนอก: *[ธันวา... คือว่า พี่ภัทรเขาชวนฉันไปทานกาแฟข้างนอก เดี๋ยวฉันกลับมานะ]* ผมจ้องข้อความนั้นนิ่งงัน นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์เพื่อจะตอบกลับไปด้วยความเคยชินว่า *'เชิญตามสบายครับ ไม่จำเป็นต้องมารายงานผม'* แต่นิ้วเจ้ากรรมกลับลังเล ลังเลจนข้อความถูกพิมพ์ค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ ในจังหวะที่ผมกำลังจะกดลบข้อความทั้งหมด ทันใดนั้นเอง ประตูห้องครัวก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างบางของมินตราที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาโดยมีช่อดอกไม้ในมือของภัทรวางอยู่บนโต๊ะข้างนอก เธอกัดริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นมองผมด้วยแววตารู้สึกผิดและลังเลอย่างเห็นได้ชัด "ธันวา..." เธอเรียกชื่อผมเสียงแผ่ว เบาเสียยิ่งกว่าเสียงลมหายใจ "ฉัน... ฉันบอกพี่ภัทรไปแล้วว่าฉันไม่ไป" ผมชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเธอผ่านกระจกสะท้อน "ทำไมล่ะครับ? นั่นรุ่นพี่ที่คุณนับถือไม่ใช่เหรอ แถมเขายังอุส่าห์ขับรถมาหาแต่เช้า..." มินตราไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอก้าวเข้ามาประชิดตัวผมที่ยืนอยู่หน้าอ่างล้างจาน ร่างเล็กหยุดยืนห่างจากผมแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววแน่วแน่จนผมต้องยอมหันกลับไปเผชิญหน้า "ก็เพราะว่า..." มินตราสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "ฉันไม่อยากให้ใครบางคนแถวนี้... ต้องมานั่งทำหน้ายักษ์หน้ามารใส่กระจกห้องครัวอีกรอบไงเล่า!" เธอยื่นโทรศัพท์มือถือของเธอมาให้ผมดู หน้าจอแสดงแชต์ข้อความที่เธอกดส่งหาผมเมื่อครู่ แต่ประโยคถัดมาที่เธอพิมพ์ไว้ทำให้ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ *[ฉันไม่ไปกับพี่ภัทรหรอก... เพราะฉันอยากกินข้าวเช้าฝีมือสถาปนิกปากจัดแถวนี้มากกว่า]* ก่อนที่ผมจะได้ทันพูดอะไร มินตราก็ยื่นมือมาดึงชายเสื้อเชิ้ตของผมไว้แน่น ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกด้วยความเขินอายแต่ก็ดื้อรั้นเต็มพิกัด "แล้วก็... ห้ามไล่ฉันไปไหนอีกนะ ธันวา" — สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%