สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน•ตอนที่ 14

ความบังเอิญหรือตั้งใจ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"บอกแล้วไงครับว่าอย่าเอาคัตเตอร์กรีดกระดาษแข็งด้วยมือเปล่าแบบนั้น ถ้าพลาดมาเส้นเอ็นขาดขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ... ผมเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความดุจางๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มที่เอื้อมมาฉวยคัตเตอร์ด้ามสีเหลืองมัสตาร์ดไปจากมือของมินตราอย่างถือวิสาสะ ธันวาถอนหายใจยาวพรืดราวกับคนแก่กำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้ง แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองแผลถลอกจางๆ ที่นิ้วชี้ของเธอด้วยความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด มินตราสะดุ้งโหย่ง เธอหันขวับมาทำตาโตใส่ร่างสูงที่ถือวิสาสะบุกเข้ามาในเวิร์กช็อปส่วนตัวของเธอโดยไม่เคาะประตู "นี่! คุณธันวาขา ประตูร้านมีกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งไว้นะคะ ไม่ใช่ให้เดินย่องเข้ามาเหมือนโจรขึ้นบ้านแบบนี้! แล้วอีกอย่าง มือฉัน ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน..." เธอยังไม่ทันได้เถียงจบประโยค ธันวาก็ย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่เสมอโต๊ะทำงานรกๆ ของเธอ เขาวางกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางลงบนกองเศษผ้าดิบอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะเปิดมันออกเผยให้เห็นสิ่งของข้างในที่ทำเอานักกู้คืนของพังอย่างมินตราถึงกับอ้าปากค้าง "อุปกรณ์แกะสลักไม้หัวทองเหลืองนำเข้าจากเยอรมนีรุ่นลิมิเต็ด... น้ำยาเคลือบเรซิ่นสูตรไร้ฟองของญี่ปุ่น... แล้วก็นี่ แหนบสเตนเลสปลายตัดเฉียงสำหรับงานละเอียดยิบ" ธันวาไล่สายตาอ่านรายการบนใบเสร็จในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผิดกับมินตราที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับราวกับเด็กน้อยเจอร้านขายลูกอม "เดี๋ยว... คุณซื้อของพวกนี้ให้ฉันทำไมเนี่ย?" มินตรากะพริบตาปริบๆ ความดื้อรั้นเมื่อครู่วันหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความประหลาดใจที่เกาะกุมหัวใจดวงน้อยจนเต้นผิดจังหวะ ของพวกนี้ไม่ใช่หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป แถมราคาต่อชิ้นยังทำเอาเงินในกระเป๋าของเธอสั่นสะเทือนได้สบายๆ "บังเอิญผ่านมาแถวนี้ แล้วเห็นว่าของเก่าที่คุณใช้มันใกล้จะพังเต็มที... กลัวว่างานซ่อมตู้โบราณของคุณป้าปรางจะพังคามือคุณไปเสียก่อน เดี๋ยวผมจะพลอยเดือดร้อนต้องมานั่งฟังคุณบ่นหูชาไปอีกสามวันแปดวัน" ธันวาตอบเสียงเรียบ หลบสายตาด้วยการเอื้อมมือไปหยิบหลอดเรซิ่นขึ้นมาหมุนเล่นแก้เก้อ ใบหูข้างขวาที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยคือหลักฐานชิ้นดีว่าข้ออ้างเรื่อง "บังเอิญผ่านมา" ของเขานั้นมันน่าเชื่อถือพอๆ กับนิทานปรัมปรา มินตราอมยิ้มจนแก้มตุ่ย เธอแกล้งเอียงคอมองสถาปนิกมาดนิ่งผู้ปากไม่ตรงกับใจคนนี้ "บังเอิญเหรอคะ? ร้านฉันอยู่ในซอยตันลึกซึ้งขนาดนี้ ถ้าไม่ตั้งใจเลี้ยวเข้ามา ต่อให้หลับตาเดินร้อยรอบก็ไม่มีทางผ่านหรอกนะคุณสถาปนิก" ธันวาชะงักไปนิด เขาวางหลอดเรซิ่นลงที่เดิมอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งๆ แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยกำแพงความเย็นชา บัดนี้กลับละลายหายไปเหลือเพียงความอบอุ่นบางเบาที่ทำเอาอากาศในห้องแคบๆ นี้ดูจะอุ่นขึ้นมาดื้อๆ "ก็... ตั้งใจมาแหละครับ พอใจหรือยัง" น้ำเสียงนุ่มนวลที่ยอมรับออกมาโต้งๆ แบบนั้น ทำเอามินตราถึงกับไปต่อไม่ถูก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ระหว่างที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบที่หวานล้ำเกินกว่าปกติ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของคุณป้าปรางที่ตะโกนแทรกเข้ามา "ตาธันวา! อยู่ข้างในใช่ไหมลูก พอดีเลย ป้าฝากจัดการทาสีกันสนิมระเบียงหลังร้านให้หน่อยซิ ยืนเก๊กหล่ออยู่ได้ ไปช่วยหนูมินเขาทำงานนู่น!" ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนเอ็นดู หันมามองหน้ามินตราที่กำลังกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น "ความบังเอิญไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของผมหรอกครับ... แต่ถ้าเป็นเรื่องของคุณ บางทีมันอาจจะเป็นความตั้งใจที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลยก็ได้" พูดจบเขากลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ก่อนจะนิ้วเรียวจะกดพิมพ์ข้อความบางอย่างลงในหน้าจอสมาร์ทโฟนอย่างรวดเร็วเพื่อส่งหาเธอ แล้วกดปุ่มยกเลิกข้อความแทบจะไม่ทันเมื่อเห็นเธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกเกือบชนกัน— แต่ทว่า... ข้อความนั้นดันแสดงผลคำว่า "อ่านแล้ว" พร้อมกับหัวใจดวงโตที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของมินตราพพอดีเป๊ะ! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกดีๆ ในทุกตัวอักษรนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%