เอกสารแบบแปลนสามมิติจำนวนห้าแผ่นถูกกางทับกันอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำครึ ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของธันวากำลังจดจ่ออยู่ตรงเส้นประสีแดง ซึ่งหากเขาตวัดมันลงไปตามมุมฉากที่ถูกคำนวณไว้ อาคารพาณิชย์ทรงโคโลเนียลอายุร่วมหกสิบปีตรงหน้าก็จะกลายเป็นเพียงเศษซากอิฐปูนที่รอวันถูกขนย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหลีกทางให้คอนโดมิเนียมไฮไลซ์สูงตระหง่าน
มันคือโปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้านที่บริษัทสถาปัตยกรรมระดับท็อปของเขาเฝ้ารอคอยมานานนับปี แต่วันนี้... ในวันที่ทุกอย่างควรจะราบรื่น ธันวากลับรู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดมหึมามาถ่วงไว้ที่กลางอก
"ถ้าพี่ธันเลือกจะทุบมันจริงๆ รบกวนช่วยบอกล่วงหน้าสักสามวันนะครับ ผมจะได้ไปหาซื้อเลื่อยไฟฟ้ามาตัดขาตัวเองทิ้ง จะได้ไม่ต้องเดินมาดูภาพบาดตาบาดใจแบบนี้อีก"
เสียงบ่นงึมงำดังมาจากมุมห้อง มินตรากำลังใช้คีมปลายแหลมงัดตะปูขึ้นจากกรอบหน้าต่างไม้สักเก่าด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง เส้นผมที่ถูกมويรวบไว้ลวกๆ หลุดลุ่ยตกลงมาเคลอคลออยู่ข้างแก้ม แววตาของเธอไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันฉายความเศร้าสร้อยอย่างชัดเจนจนคนมองรู้สึกแสบแปลบในช่องท้อง
"คุณมินตราครับ อาคารหลังนี้ไม่ได้มีขาให้คุณต้องตัดทิ้งหรอกนะครับ และอีกอย่าง นี่คือหน้าที่ มันคือโครงสร้างทางธุรกิจ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง
"ธุรกิจเหรอคะ... เอ้ย! ครับ! ธุรกิจเหรอครับ!" มินตราสะดุ้งรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดปากพูดสำเนียงเดิมออกมา เธอยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือข้างหนึ่งเท้าสะเอว ส่วนมืออีกข้างถือคีมชี้มาทางเขาอย่างไม่เกรงกลัว "พี่ธันก็พูดแบบนี้ทุกทีแหละค่ะ—เอ้ย ทุกทีแหละครับ! เอาแต่เอาไม้บรรทัด เอาตัวเลข เอาสัดส่วนความคุ้มค่ามาวัดคุณค่าของทุกอย่าง แต่พี่ธันเคยใช้ใจมองมันจริงๆ สักครั้งไหมคะ... สักครั้งไหมครับ!"
ธันวานิ่งงัน ปากกาในมือหยุดชะงัก
คำว่า 'ใช้ใจมอง' ของเธอมันช่างบาดลึกเสียเหลือเกิน สำหรับสถาปนิกที่เคยสูญเสียโปรเจกต์สำคัญในอดีตเพราะความดื้อรั้นที่จะรักษาคุณค่าทางจิตใจจนทำให้บริษัทเกือบพังทลาย ธันวาจึงเรียนรู้ที่จะเติบโตมาด้วยความเยือกเย็น ไร้หัวใจ และยึดถือผลลัพธ์บนกระดาษเป็นพระเจ้า แต่การได้มาทำงานร่วมกับหญิงสาวสายเพี้ยนคนนี้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังทำให้เกราะป้องกันที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปีเริ่มปริร้าว
เขาจำได้แม่นถึงรอยยิ้มของเธอตอนที่ซ่อมแซมกล่องดนตรีไขลานโบราณสำเร็จ จำแววตาเป็นประกายตอนที่เธอเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของเก้าอี้โยกตัวเก่าที่ถูกทิ้งขว้าง และที่สำคัญ... เขาจำความรู้สึกอุ่นวาบในอกทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะบ้าๆ Bouncing ไปตามจังหวะกวนๆ ของเธอ
"ถ้าเราอนุรักษ์มันไว้ งบประมาณบานปลายแน่นอนครับคุณมินตรา โครงสร้างเหล็กข้างในขึ้นสนิมเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ระบบท่อประปาและไฟฟ้าต้องรื้อทำใหม่ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายมันสูงกว่าการสร้างขึ้นมาใหม่เสียอีก ลูกค้าของผมเขาไม่ยอมรับความเสี่ยงนี้หรอกนะครับ" ธันวาอธิบายด้วยเหตุผลทางวิชาการ พยายามดึงสติกลับมาที่ความเป็นจริง
"แต่ความทรงจำของคนแถวนี้มันประเมินค่าเป็นตัวเลขไม่ได้หรอกนะครับ" เสียงแหบแห้งแต่อบอุ่นของคุณป้าปรางเจ้าของร้านซ่อมของเก่าดังแทรกขึ้นจากประตูทางเข้า ป้าร่างท้วมเดินถือถาดแก้วน้ำกระ제ียกเข้ามาวางบนโต๊ะทำงานชั่วคราว ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายอย่างอ่อนล้า สายตาฝ้าฟางมองเหม่อไปยังเสาไม้แกะสลักกลางโถงอาคาร
"ป้าจำได้ว่า ตรงมุมเสานั้น... พ่อกับแม่ของยายมินตราเคยยืนถ่ายรูปแต่งงานกันเมื่อสามสิบปีមុន ร้านนี้เคยเป็นที่พึ่งของคนยากคนจนในย่านนี้มาตลอด ธันวาพ่อหนุ่ม... บางที การเป็นสถาปนิกที่เก่งกาจ อาจไม่ใช่การสร้างตึกที่สูงที่สุดหรอกนะลูก แต่มันคือการสร้างพื้นที่ให้หัวใจของผู้คนยังคงได้อยู่อาศัยต่างหาก"
คำพูดของคุณป้าปรางเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของธันวาอย่างไร้ความปรานี เขาก้มมองแบบแปลนตรงหน้าอีกครั้ง เส้นประสีแดงที่เขากำลังจะขีดลงไป มันไม่ได้หมายถึงแค่การรื้อถอนอาคาร แต่มันคือการทำลายความทรงจำและร่องรอยการมีอยู่ของใครหลายๆ คน รวมถึง... รอยยิ้มของหญิงสาวที่ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้าต่างตรงนั้นด้วย
มินตราเบือนหน้าหนี เธอก้มลงเก็บเศษไม้ชิ้นเล็กๆ ใส่กล่องกระดาษ ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยในลักษณะของคนที่พยายามอดกลั้นความรู้สึก บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างใหญ่กลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้บานกระจก ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับตึกหลังนี้กำลังร่ำไห้
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบกับผิวไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ มินตราสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้หันกลับมามอง
เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาขัดไม้ผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ จากตัวเธอลอยเข้ามาแตะจมูก
"ถ้าผมเลือกที่จะอนุรักษ์มันไว้..." ธันวาเอמהเสียงนุ่ม ทุบทำลายความเยือกเย็นที่เขาเคยสวมใส่จนหมดสิ้น "คุณจะยอมช่วยผมซ่อมแซมรอยร้าวทั้งหมดของมัน... ไปด้วยกันจนเสร็จไหมครับ"
มินตราหันขวับกลับมามองทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอนิ่งค้างไปราวกับไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินคือความจริงหรือหูแว่ว
"พี่ธัน... หมายความว่า..."
"ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกทางไหนทั้งนั้นครับ" ธันวาขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยาก เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกมา "แต่ผมกำลังรอฟังคำตอบจากนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน ว่าจะยอมรับงานยากชิ้นนี้... หรือจะปล่อยให้สถาปนิกคนนี้ต้องยืนหลงทางอยู่คนเดียว"
มินตราอ้าปากค้างเล็กน้อย แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอเม้มริมฝีปากแน่นราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ แล้วส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาแบบฟอร์มตก
"พูดจาเลี่ยนเป็นบ้าเลยค่ะ—เอ้ย! เป็นบ้าเลยครับ! ระวังตัวไว้เถอะค่ะ ถ้าตึกถล่มลงมาจริงๆ ฉันจะเอาอิฐก้อนแรกนี่แหละปาหัวพี่ธันคนแรกเลย!"
ธันวาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เสียงหัวเราะที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสบตากันด้วยความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่ความลึกซึ้งอีกระดับนั้นเอง
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน
"ขอโทษนะครับ... มีใครอยู่ไหมครับ?"
เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าคนหนึ่งดังขึ้นจากโถงทางเข้า ธันวาและมินตราหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาในตัวอาคาร ใบหน้าคมคายนั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด และรอยยิ้มที่เขาสส่งให้มินตราก็ทำให้ธันวาต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที
"อ้าว... มินตรา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ จำพี่ได้ใช่ไหม?" ชายคนนั้นเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสนิทสนม พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือให้ "พอดีพี่ได้รับมอบหมายให้มาจัดการ 'เอกสารคำสั่ง' ด่วนที่สุดจากสำนักงานใหญ่... เรื่องการอนุมัติคำสั่งรื้อถอนอาคารนี้แบบเบ็ดเสร็จ"
มินตราหน้าถอดสีทันที ส่วนธันวากลับรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ "สายลมแผ่วเบา"
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน•ตอนที่ 19
การตัดสินใจครั้งใหญ่ของสถาปนิก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักกู้คืนของพังสายเพี้ยน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!