“ถ้าพวกมันกล้าเข้ามาหาเรื่องอีก กลิ่นซาลาเปานี้ก็คือตั๋วเดินทางไปลงนรกของพวกมันเองครับ”
หลินว่านหลิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่มือเรียวบางกำลังนวดแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียด แป้งโดว์สีขาวนวลยืดหยุ่นได้ที่ถูกฟักตัวขึ้นในอุณหภูมิที่เหมาะสมของมิติลับฟาร์มสวรรค์ให้สัมผัสที่แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ที่นี่... เวลาหยุดนิ่ง ความสดใหม่ถูกแช่แข็งไว้ และพลังงานปราณธรรมชาติจากดินแดนสวรรค์ก็ทำให้วัตถุดิบทุกชนิดมีรสชาติลึกล้ำเกินกว่าที่คนยุค 1980 จะจินตนาการถึง
ท้องที่ส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงตั้งแต่ช่วงสายเป็นสัญญาณเตือนว่า ร่างกายบอบบางที่เพิ่งรับภาระจากการทะลุมิตินี้ต้องการพลังงานอย่างเร่งด่วน หลินว่านหลิงในร่างใหม่ไม่ได้อ่อนแอเหมือนเจ้าของร่างเดิมที่ยอมให้บ้านใหญ่โขกสับจนตรรโซ่ตรรตรัม หากแต่แววตาคู่คมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยว เธอกวาดสายตามองแปลงผักออร์แกนิกและเล้าเป็ดไก่ในมิติลับ ก่อนจะตัดสินใจเลือกเมนูที่จะเยียวยาทั้งกระเพาะอาหารและจิตวิญญาณในเช้าวันนี้
“โจ๊กหมูสับเนื้อเนียนนุ่ม โรยด้วยต้นหอมซอยกรุ่นๆ กับซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมคำโตๆ แป้งบางไส้ทะลัก… เมนูง่ายๆ แบบนี้แหละ ที่จะทำให้คนบ้านนั้นอกแตกตายได้ดีนัก”
ว่านหลิงยิ้มมุมปาก เธอลดตัวลงจัดการสับเนื้อหมูป่าในมิติที่ทั้งนุ่มและไร้กลิ่นสาบด้วยความคล่องแคล่ว เสียงสับเนื้อกระทบเขียงไม้ดัง *ทึบๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงทักษะเชฟมืออาชีพจากศตวรรษที่ 21 ที่ติดตัวมาอย่างครบถ้วน เปลวไฟจากเตาฟืนในมิติลับถูกจุดขึ้นด้วยพลังจิตของเธอเอง ไม่ต้องเสียเวลาเป่าลมจนหน้าดำครึ้ม หม้อดินเผาใบย่อมตั้งอยู่บนเตา น้ำซุปกระดูกเคี่ยวเข้มข้นจนกลายเป็นสีขาวนมส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณ
เมื่อข้าวเจ้าเม็ดอวบถูกใส่ลงไปในหม้อ เคี่ยวจนแตกตัวกลายเป็นเนื้อโจ๊กเนียนละเอียด กลิ่นหอมหวานละมุนของข้าวใหม่ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของหมูสับหมักเครื่องเทศสูตรลับก็พวยพุ่งทะลักทะลาย ยิ่งบวกกับซาลาเปาร้อนๆ ที่เพิ่งถูกยกออกจากลังถึง ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์ลอยกรุ่นขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของแป้งหมักยี่สต์ธรรมชาติและไส้หมูเห็ดหอมที่ปรุงรสอย่างกลมกล่อม มันไม่ใช่แค่กลิ่นอาหารธรรมดา... แต่มันคือระเบิดปรมาณูทางกลิ่นที่ทรงพลังพอจะทำให้คนครึ่งหมู่บ้านต้องน้ำลายสอ
ในโลกภายนอกมิติ ซึ่งเป็นห้องครัวคับแคบและเย็นชืดของบ้านตระกูลลู่ หลับตาลงนึกภาพสีหน้าของแม่เฒ่าหลี่ผู้ตระหนี่ถี่เหนียวได้ทันที
“นังตัวดี! แกซ่อนอะไรไว้กินคนเดียววะ!”
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูของแม่เฒ่าหลี่ที่ดังแผดเผาเข้ามาในความเงียบสงบ แม่เฒ่าร่างท้วมยืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กกวาดมองไปรอบห้องด้วยความริษยา ปลายนิ้วเหี่ยวย่นชี้ตรงมาที่ประตูไม้เก่าๆ ที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้บ้านรอง! แกกล้าดียังไงถึงแอบซุกซ่อนของกินไว้กินคนเดียว! กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ แกเอาข้าวของบ้านเราไปผลาญใช่ไหมนังสะใภ้อัปรีย์!”
หลินว่านหลิงที่กำลังคีบซาลาเปาร้อนๆ ลูกสุดท้ายใส่จาน ชะงักมือเล็กน้อย เธอวางตะเกียบลงช้าๆ เช็ดริมฝีปากด้วยผ้าสะอาดอย่างใจเย็น ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยในแววตาคู่นั้น มีเพียงประกายความรำคาญใจที่ฉายชัดราวกับกำลังมองแมวข้างถนนที่ส่งเสียงน่ารำคาญ
“หนวกหูจริงเชียว กำลังเจริญอาหารอยู่แท้ๆ”
ว่านหลิงพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินออกจากมิติลับ กลับมาสู่โลกความเป็นจริงในห้องพักมืดทึบ กลิ่นหอมของโจ๊กและซาลาเปายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก แม้เธอจะปิดมิติลับไปแล้ว แต่กลิ่นอายความอร่อยระดับภัตตาคารห้าดาวเมื่อครู่ยังคงลอยวนเวียนอยู่ทั่วห้อง และเล็ดลอดผ่านรอยแตกของประตูไม้เก่าๆ ออกไปสู่ลานบ้านด้านนอกอย่างห้ามไม่อยู่
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูรุนแรงขึ้น พร้อมกับเสียงโวยวายของสะใภ้ใหญ่ที่วิ่งตามสมทบมาติดๆ “แม่คะ! ดมดูสิคะ กลิ่นนี่มัน… มันกลิ่นเนื้อสัตว์ชัดๆ! นังว่านหลิงมันต้องแอบซ่อนเงินหรืออาหารดีๆ ไว้แน่ๆ เลยค่ะ แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้นะแม่ มันตบตาพวกเรา!”
หลินว่านหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ยืดอกขึ้นอย่างสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอก้าวเข้าไปใกล้ประตูกลอนไม้ มือเรียวยื่นไปปลดกลอนออกช้าๆ เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ก*
ทันทีที่บานประตูเปิดออก แสงแดดจ้าสาดส่องกระทบใบหน้าสะสวยที่แม้จะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลแต่ก็ยังคงความโดดเด่น แม่เฒ่าหลี่ที่เงื้อมือเตรียมจะพังประตูเข้ามาถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเข้มข้นที่ลอยอัดเข้าเต็มจมูกจนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
“พวกท่านมาเคาะประตูบ้านคนอื่นแต่เช้าตรู่แบบนี้ มีมารยาททรามหรือว่าสมองมีปัญหาจากกรรมพันธุ์กันแน่ครับ?”
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูของแม่เฒ่าหลี่ที่ดังแผดเผาเข้ามาในความเงียบสงบ แม่เฒ่าร่างท้วมยืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กกวาดมองไปรอบห้องด้วยความริษยา ปลายนิ้วเหี่ยวย่นชี้ตรงมาที่ประตูไม้เก่าๆ ที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้บ้านรอง! แกกล้าดียังไงถึงแอบซุกซ่อนของกินไว้กินคนเดียว! กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ แกเอาข้าวของบ้านเราไปผลาญใช่ไหมนังสะใภ้อัปรีย์!”
หลินว่านหลิงที่กำลังคีบซาลาเปาร้อนๆ ลูกสุดท้ายใส่จาน ชะงักมือเล็กน้อย เธอวางตะเกียบลงช้าๆ เช็ดริมฝีปากด้วยผ้าสะอาดอย่างใจเย็น ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยในแววตาคู่นั้น มีเพียงประกายความรำคาญใจที่ฉายชัดราวกับกำลังมองแมวข้างถนนที่ส่งเสียงน่ารำคาญ
“หนวกหูจริงเชียว กำลังเจริญอาหารอยู่แท้ๆ”
ว่านหลิงพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินออกจากมิติลับ กลับมาสู่โลกความเป็นจริงในห้องพักมืดทึบ กลิ่นหอมของโจ๊กและซาลาเปายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก แม้เธอจะปิดมิติลับไปแล้ว แต่กลิ่นอายความอร่อยระดับภัตตาคารห้าดาวเมื่อครู่ยังคงลอยวนเวียนอยู่ทั่วห้อง และเล็ดลอดผ่านรอยแตกของประตูไม้เก่าๆ ออกไปสู่ลานบ้านด้านนอกอย่างห้ามไม่อยู่
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูรุนแรงขึ้น พร้อมกับเสียงโวยวายของสะใภ้ใหญ่ที่วิ่งตามสมทบมาติดๆ “แม่คะ! ดมดูสิคะ กลิ่นนี่มัน… มันกลิ่นเนื้อสัตว์ชัดๆ! นังว่านหลิงมันต้องแอบซ่อนเงินหรืออาหารดีๆ ไว้แน่ๆ เลยค่ะ แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้นะแม่ มันตบตาพวกเรา!”
หลินว่านหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งเฮือก จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ยืดอกขึ้นอย่างสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอก้าวเข้าไปใกล้ประตูกลอนไม้ มือเรียวยื่นไปปลดกลอนออกช้าๆ เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ก*
ทันทีที่บานประตูเปิดออก แสงแดดจ้าสาดส่องกระทบใบหน้าสะสวยที่แม้จะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลแต่ก็ยังคงความโดดเด่น แม่เฒ่าหลี่ที่เงื้อมือเตรียมจะพังประตูเข้ามาถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเข้มข้นที่ลอยอัดเข้าเต็มจมูกจนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
“อ้าว... คุณแม่กับพี่สะใภ้ใหญ่ ลมอะไรหามกันมาแต่เช้าเชียวครับ?” ว่านหลิงเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับพินิจพิเคราะห์ความโลภที่ฉายชัดบนใบหน้าของคนทั้งสองอย่างขบขัน
“นัง... นังตัวดี! แกแอบกินอะไรอยู่ข้างใน! กลิ่นเนื้อหอมขนาดนี้ แกเอาเงินที่ไหนซื้อ!” แม่เฒ่าหลี่แผดเสียงลั่น ผลักอกว่านหลิงแล้วพยายามจะแทรกตัวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่ว่านหลิงกลับยืนตระหง่านราวกับภูเขาหิน มือเรียวคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่ถูกยกระดับขึ้นจากมิติลับ ดวงตาหรี่มองด้วยแววตาคมกริบเย็นยะเยือกจนแม่เฒ่าหลี่ถึงกับสะดุ้งเฮือกและรู้สึกหนีบหนาวที่สันหลังวาบ
“จะเข้ามาในห้องคนอื่น ต้องดูตาม้าตาเรือเสียก่อนนะครับ... ระวังตัวเลขในบัญชีชีวิตของพวกท่านจะหมดลงเร็วกว่าที่คิด” ว่านหลิงกระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกเกรียว
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ตะโกนก้องเข้ามาจนทุกคนต้องชะงัก
“เกิดอะไรขึ้นหน้าบ้านผม ทำไมถึงเสียงดังโวยวายกันแต่เช้าขนาดนี้?”
*รี้ดเดอร์ทุกท่านครับ เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากสามีคลั่งรักคนนี้ได้เลยครับ!* — ใบชาหอมหมื่นลี้
ฟาร์มสุขยุคแปดศูนย์กับสามีผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 2
มื้อแรกในมิติที่หอมจนข้างบ้านกลืนน้ำลาย
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฟาร์มสุขยุคแปดศูนย์กับสามีผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
