มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่•ตอนที่ 9

สุสานลับหลังตึกออฟฟิศ

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
ก๊อก... ก๊อก... แกร๊ก! เสียงกลอนประตูห้องเก็บเอกสารหลังตึกออฟฟิศถูกงัดเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงของฉันเองค่ะ บอกตามตรงว่าวินาทีนี้ ต่อให้มีวิญญาณอาฆาตตนไหนโผล่มาอีก ฉันก็พร้อมจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้ามันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย หลังจากที่เมื่อกี้เพิ่งเจอภาพหลอนระทึกขวัญ—ร่างเงาของฉันเองที่ยืนยิ้มเย็นเยียบอยู่หลังกวิน! แต่ให้ตายเถอะ... ตอนนี้ร่างนั้นหายวับไปกับตา เหลือไว้แค่ความว่างเปล่ากับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าๆ ที่ชวนให้คลื่นไส้ "ริน... เดินระวังหน่อยสิครับคุณผู้หญิง เล่นพุ่งพรวดเข้าไปแบบนั้น เดี๋ยวก็สะดุดโครงกระดูกใครเข้าหรอก" เสียงกวนประสาทของกวินดังตามติดมาติดๆ พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่ส่องกราดไปทั่วห้องมืดทึบ ถึงปากจะพูดจาภาษากวนโอ๊ยเหมือนไม่กลัวอะไร แต่ไอ้ท่าทางที่เอื้อมมือมาดึงชายเสื้อสูทของฉันไว้แน่นแถมยังหลบอยู่ข้างหลังครึ่งตัวเนี่ย มันฟ้องชัดเจนเลยนะคะว่าพ่อคุณหนูน่ะ ขาสั่นพับๆ จนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นอยู่แล้ว "ถ้ากลัวนักก็ออกไปรอข้างนอกเลยค่ะคุณกวิน ไม่ต้องมาทำเป็นเก่งดึงชายเสื้อฉันไว้แบบนี้ด้วย มันน่ารำคาญนะคะ!" ฉันหันไปตวาดแว้ดใส่เขาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในอกที่กำลังเต้นโครมครามเหมือนกลองเพล "โหน... พูดแบบนี้ใจร้ายจังเลยนะครับริน เมื่อกี้ใครกันนะที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มแถมยังตัวสั่นยิ่งกว่าเจ้าเข้าตอนที่เห็น... เอ่อ... เงาปริศนานั้นน่ะ" กวินยักคิ้วหลิ่วตาใส่ แม้ในความมืดสลัว ฉันก็ยังพอมองเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขาได้ "อีกอย่าง... ผมเป็นห่วงคุณหรอกน่า ขืนปล่อยให้โปรดิวเซอร์คนเก่งเดินดุ่มๆ เข้ามาในสุสานลับใต้ตึกร้างนี่คนเดียว เกิดโดนผีสาวเจ้าที่ลากตัวไปเป็นสะใภ้ ผมจะเอาหน้าไป Kik กับใครล่ะครับ" "นี่! ยังจะมีอารมณ์มาหยอดมุกแป้กอีกนะคะ สถานการณ์ตอนนี้เรากำลังสืบสวนคดีฆาตกรรมอำพรางเชื่อมโยงกับคำสาปโบราณนะยะ ไม่ใช่มาเดตในสวนสนุก!" ฉันค้อนขวับให้เขาไปหนึ่งวงใหญ่ แม้ว่าในใจวูบไหวแปลกๆ กับคำว่า 'เป็นห่วง' ของเขาก็ตามที เราสองคนเริ่มกวาดสายตามองไปรอบห้อง สุสานลับหลังตึกออฟฟิศแห่งนี้ถูกซ่อนไว้หลังผนังปูนฉาบใหม่ที่ดูเนียนตา แต่เพราะร่องรอยการทรุดตัวของอาคารเก่า ทำให้แผ่นปูนกั้นนั้นปริแตกเผยให้เห็นห้องใต้ดินขนาดเล็ก เต็มไปด้วยซากโครงกระดูกสัตว์และกองเอกสารราชการยุคโบราณที่ถูกเผาทำลายจนเกรียม กลิ่นธูปเก่าและกลิ่นดินปืนยังคงอบอวลจางๆ ในอากาศ ฉันเปิดแท็บเล็ตในมือเพื่อเช็กข้อมูลคดีที่เคยเกิดขึ้นในตึกนี้เมื่อสิบปีก่อน นิ้วเรียวกดพิมพ์หน้าจอแชตเพื่อส่งข้อมูลให้ทีมงานเบื้องหลัง แต่นิ้วกลับชะงักกึกเมื่อกวินยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างแก้มของฉัน "ทำอะไรน่ะ..." ฉันหดคอหนีด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ท่าماกลางบรรยากาศวังเวง "ก็ช่วยสืบไงครับ... ดูสิ ตรงกองเอกสารตรงนั้น มีแฟ้มอันหนึ่งไม่โดนไฟไหม้แฮะ แปลกดีนะ" กวินพยักเพยิดหน้าไปทางมุมห้อง มือกว้างเอื้อมไปหยิบแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาปัดฝุ่นออกอย่างเบามือ ฉันขยับเข้าไปใกล้เขาโดยอัตโนมัติ ความกลัวผีสางเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แสงจากหน้าจอแท็บเล็ตสะท้อนใบหน้าด้านข้างของกวินที่กำลังตั้งอกตั้งใจอ่านเอกสารในมือ ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองโลกแบบกวนๆ ตอนนี้กลับฉายแววความจริงจังและเคร่งเครียด จนทำให้ฉันเผลอมองค้างไปชั่วขณะ... ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เวลานิ่งๆ แล้วดูพึ่งพาได้ขึ้นมาเป็นกองเลยแฮะ "นี่มัน... บันทึกการทำพิธีสะกดวิญญาณนี่ครับริน" กวินเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันพอดี ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนจมูกเกือบจะชนกัน "และชื่อคนที่เซ็นอนุมัติโครงการก่อสร้างตึกนี้เมื่อสิบปีก่อน... ก็คือ... พ่อของคุณรินเองครับ" ร่างของฉันชาวาบไปทั้งตัว ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าหน้า ความรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหัวดังโครม สมองตื้อตันจนพูดไม่ออก พ่อของฉันเนี่ยนะเกี่ยวข้องกับคำสาปนี้? กวินเห็นอาการของฉัน เขารีบวางแฟ้มลงแล้วยื่นมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นมาให้ ดวงตาคู่นั้นมองฉันด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "ใจเย็นๆ นะครับริน ไม่ว่าความจริงมันจะเป็นยังไง... ผมอยู่ตรงนี้... ผมจะไม่ยอมปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณเด็ดขาด ไม่ว่าคน... หรือผีหน้าไหนก็ตาม" คำพูดจริงจังน้ำเสียงนุ่มทุบทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของฉันเต้นรัวระส่ำจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความกลัว ความตกใจ และความซาบซึ้งตี รวนกันมั่วไปหมดจนฉันเผลอหลุดเรียกชื่อเล่นสุดสนิทสนมที่ปกติไม่เคยยอมเรียกออกมาตรงๆ "กวิน..." ฉันพึมพำชื่อเขาเบาหวิว ดวงตาของเราประสานกันนิ่งในความมืด ท่ามกลางกลิ่นอับของสุสานลับและบรรยากาศชวนขนหัวลุก บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งลงชั่วขณะ... แต่แล้ว... ทันใดนั้นเอง! เสียงกุกกักดังสนั่นมาจากด้านหลังผนังปูนทึบ ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของฉันที่ดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจเย็นเฉียบ *"เจอตัวแล้ว... ลูกสาวคนโปรด..."* รินสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันที—และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าผ่านแสงไฟฉายมือถือ ก็คือเงาร่างของคนคนหนึ่งที่กำลังยืนขวางทางออกเดียวของเราไว้ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างถึงใบหู... ที่ไม่ใช่ทั้งคน และไม่ใช่ทั้งผีสาวตนไหน... แต่เป็นร่างของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเดินหลงทางในสุสานลับด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ♡
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%