“กวิน! เลิกกดโทรศัพท์สักนาทีได้ไหมคะ จะตายแล้วเนี่ย!”
เสียงตะโกนของรินดังก้องไปทั่วออฟฟิศมืดสลัวที่มีเพียงแสงจากจอแล็ปท็อปสะท้อนเข้ากับใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ กวินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หมุนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ดวงตาเขาสั่นไหวสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นเป็นระยะ
“ริน... ดูนี่” กวินเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทว่าสั่นเครือ “มันไม่ได้ส่งมาแค่เครื่องผมว่ะ”
รินรีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดู หัวใจเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ในกลุ่มไลน์ ‘ทีมงานล่าท้าผี (ที่ไม่มีผี)’ ที่ควรจะมีแค่สมาชิกในออฟฟิศห้าหกคน ตอนนี้กลับมีข้อความประหลาดเด้งขึ้นมาแบบรัวๆ โดยไม่มีชื่อผู้ส่ง
*[ระบบ]: มีคนตายในห้องนี้ 3 คน*
*[ระบบ]: ใครจะเป็นคนถัดไป?*
“บ้าบอ... ใครแฮกกลุ่มวะ?” รินสบถพลางนิ้วสั่นระริก เธอพยายามกดดูโปรไฟล์คนส่ง แต่มันกลับขึ้นเป็นหน้าจอว่างเปล่าไร้รูปภาพและชื่อ
“อย่าเพิ่งหัวร้อนสิคุณโปรดิวเซอร์” กวินพับหน้าจอแล็ปท็อปของเขาลงแล้วเขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้รินจนไหล่แทบจะเกยกัน กลิ่นน้ำหอมจางๆ บนตัวเขาปะทะเข้ากับจมูกของริน “ถ้ามันเป็นแฮกเกอร์ มันคงไม่ส่งข้อความแบบนี้ในเวลาตีสอง ที่สำคัญ... ดูตรงมุมจอขวาบนสิ”
รินหรี่ตามองตามที่กวินบอก ดวงตาเบิกโพลง ‘จำนวนสมาชิกในกลุ่ม: 6 คน’ แต่พอเธอนับรายชื่อจริงๆ กลับมีแค่ 5 คน—เธอกับกวินและเพื่อนร่วมงานอีกสามคน
“มันมี... อีกหนึ่งคน” เสียงของรินแผ่วหายไปในลำคอ “ใครกัน?”
“ไม่รู้ครับ แต่ที่รู้ๆ คือตอนนี้นอกจากมันจะแฮกกลุ่มเรา มันกำลังจ้องมองเราผ่านกล้องหน้าอยู่” กวินขยับตัวบังรินไว้เบื้องหลังเขาโดยสัญชาตญาณ ปากยังคงทำหน้าที่จิกกัดแก้ความกลัว “บอกให้ไปทำบุญไม่ฟัง ดันมานั่งปั่นงานจนเจอดีจนได้ เห็นไหมล่ะ ความลบหลู่เป็นเหตุนะแม่คุณ”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามูนะคะไอ้คุณกวิน!” รินตีไหล่เขาแรงๆ แต่ใจหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อยที่แผ่นหลังกว้างของเขายังคงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกันทั้งคู่ คราวนี้ข้อความไม่ได้ส่งในกลุ่ม แต่มันเด้งขึ้นมาในแชตส่วนตัวของทั้งสองคนพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย
[กวิน: มึงจะปกป้องผู้หญิงคนนี้ไปได้นานแค่ไหน?]
[ริน: กวินไม่ได้รักแกหรอก เขาแค่รำคาญ]
รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เธอเงยหน้ามองกวินที่กำลังจ้องหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน “กวิน... มันรู้เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ได้ยังไง?”
“อย่าไปอ่าน!” กวินคว้าโทรศัพท์ในมือรินไปปิดหน้าจอ “มันปั่นหัวเรา ริน ฟังนะ... ไม่ว่ามันจะส่งอะไรมา อย่าได้พิมพ์ตอบเด็ดขาด ผีพวกนี้มันต้องการพลังงานจากความกลัว ยิ่งเราโต้ตอบ มันยิ่งมีตัวตน”
“แล้วจะให้ทำยังไง? อยู่เฉยๆ ให้มันเล่นงานเหรอคะ?” รินถามเสียงสั่น
กวินถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบปากกาเคมีจากกระเป๋าเสื้อออกมา “มานี่” เขาคว้ามือเธอไปเขียนอักขระแปลกๆ ลงบนฝ่ามืออย่างรวดเร็ว แม้จะดูเก้ๆ กังๆ แต่สัมผัสจากปลายนิ้วเขากลับอบอุ่นอย่างประหลาด “มูเตลูไม่ช่วย... แต่เชื่อใจผมได้ไหม?”
รินมองฝ่ามือตัวเองที่ถูกเขียนด้วยลายเส้นขยุกขยิกแล้วเผลอหลุดขำออกมาท่ามกลางบรรยากาศชวนขนหัวลุก “นี่เครื่องรางหรือลายแทงสมบัติคะ? ดูไม่ออกเลย”
“นี่คือยันต์ป้องกันหัวใจไงล่ะครับ” กวินกวนกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก “หัวใจน่ะ... ให้มันอยู่กับผม ปลอดภัยสุดแล้ว”
รินหน้าแดงซ่าน แต่ยังไม่ทันจะสวนกลับ ความเย็นเยือกก็แผ่ซ่านไปทั่วห้อง อุณหภูมิในออฟฟิศลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอ จอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในห้องที่ปิดไปแล้วจู่ๆ ก็ติดขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ฉายภาพมุมสูงของห้องนี้—ภาพที่เห็นกวินและรินนั่งอยู่ แต่ข้างๆ พวกเขากลับมีร่างเงาตะคุ่มยืนแทรกอยู่ตรงกลาง!
ข้อความสุดท้ายเด้งขึ้นมาบนจอคอมทุกเครื่องพร้อมกันจนสว่างวาบไปทั่วห้อง
*[ระบบ]: มันเห็นพวกมึงแล้ว*
กวินเบิกตากว้าง เขารีบดึงตัวรินให้หมอบลงใต้โต๊ะทำงาน ทว่าก่อนที่จะมุดลงไปทัน รินกลับเห็นบางอย่างที่หน้าจอสมาร์ทโฟนของกวินที่ยังคงเปิดค้างอยู่ มันไม่ใช่ข้อความจากผีตนนั้น แต่มันเป็นแชตที่กวินพิมพ์ค้างไว้ถึงเธอ... แต่เขายังไม่ได้กดส่ง
‘ริน... ถ้าเราตายวันนี้ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าที่ผมกลัวผี เพราะผมกลัวว่าถ้าผมเป็นอะไรไป ผมจะไม่มีโอกาสบอกว่าชอบคุณ’
นิ้วของรินสั่นเทาขณะที่เธอมองข้อความนั้น กวินยังคงกอดเธอแน่นเพื่อบังจากสิ่งลี้ลับที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่นัยน์ตาของเขากลับมองไปที่ประตูห้องทำงานที่กำลังเปิดออกเองช้าๆ ด้วยเสียงบานพับที่กรีดร้องแหลมสูง
“กวิน...” รินเรียกชื่อเขาเบาๆ
“ชู่ว... อย่าส่งเสียง” เขากระซิบข้างหูเธอ กลิ่นอายของความตายอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แต่จังหวะหัวใจของกวินที่เต้นกระหน่ำอยู่ใต้แผ่นหลังเขากลับเต้นจังหวะเดียวกับเธอ
ทว่าในจังหวะที่ทุกอย่างเงียบงัน เสียงแชตของกวินก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่จากเครื่องของเขา แต่เป็นจากเครื่องของรินที่วางอยู่บนพื้น
[ข้อความจาก: กวิน]
[ริน... ถ้าผมตาย ช่วยบอกรักผมทีได้ไหม?]
รินหันไปมองกวินที่ยังคงหมอบอยู่ข้างกันด้วยแววตาตื่นตะลึง กวินขมวดคิ้วแน่นมองเธอด้วยความงุนงง “ริน... ผมไม่ได้เป็นคนส่งนะ”
ประตูห้องทำงานเปิดออกจนสุด... ร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความหลอนและหัวใจที่เต้นรัวของกวินและรินนะคะ หวังว่าตอนหน้าทุกคนจะยังไม่หนีหายไปไหน แล้วมาลุ้นกันค่ะว่าคนข้างๆ จะช่วยได้จริงไหม!
มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่•ตอนที่ 3
แชตหลอนในกลุ่มไลน์
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!