มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่•ตอนที่ 2

โปรดิวเซอร์คนนี้ไม่เชื่อเรื่องผี

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครเอาก้อนหินมาทุบ ไม่ใช่การเคาะเรียกแบบมนุษย์มนาทั่วไป แต่มันคือจังหวะ *ปัง-ปัง-ปัง* สามครั้งติดที่เล่นเอาหัวใจของกวินที่นั่งขดตัวอยู่ใต้โต๊ะทำงานสะดุ้งโหยงจนเกือบเอาหัวไปโขกกับลิ้นชัก "เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะคะคุณกวิน! นี่คุณเล่นตลกบ้าบออะไรอีก ตารางงานสัปดาห์หน้าเละไม่เป็นท่าแล้ว ทำไมโทรศัพท์ถึงติดต่อไม่ได้ ห้ะ!" เสียงแหลมสูงทรงอำนาจที่ตะโกนทะลุบานไม้เข้ามา ไม่ใช่เสียงของวิญญาณเร่ร่อนตนไหนทั้งสิ้น แต่เป็นเสียงของริน โปรดิวเซอร์สาวมือหนึ่งแห่งยุค ผู้ยึดมั่นในหลักวิทยาศาสตร์และความถูกต้องยิ่งกว่าชีวี ที่ตอนนี้กำลังยืนหน้ายักษ์อยู่หน้าห้องพักของเขาด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด กวินค่อยๆ โผล่หัวยุ่งเหยิงราคารังนกออกมาจากใต้โต๊ะ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดตื่น เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้า ผิดกับมาดหนุ่มอินฟลูเอนเซอร์สายมูที่เพิ่งไลฟ์สดท้าทายสิ่งเร้นลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนลิบลับ เขากวาดสายตามองไปทางประตูสลับกับมุมห้องมืดมืดที่เมื่อครู่... เพิ่งจะมีเงาดำสูงใหญ่สวมชุดไทยโบราณลอยผ่านไปหมาดๆ "ริน! อย่าเพิ่งเข้ามานะ!" กวินแหกปากลั่นห้อง เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ตรงนั้น... ตรงลูกบิดประตู! เธอยืนทับที่ของเขาอยู่!" "อะไรของคุณคะ เพ้อเจ้ออะไรแต่เช้า หลบไป! ฉันจะเข้าไปตรวจสคริปต์" สิ้นเสียงแหวว รินก็บิดลูกบิดแล้วผลักประตูเข้ามาทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างเพิ่งในชุดสูทเข้ารูปดูทะมัดทะแมงก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง แต่แล้วฝีเท้าเนี้ยบกริบของเธอก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อบรรยากาศภายในห้องมันเย็นเยียบราศีกินทะลุเครื่องปรับอากาศ กลิ่นธูปเก่าๆ และกลิ่นดินสาบสางลอยคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน รินขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นปัดกลิ่นอากาศตรงหน้าด้วยความรังเกียจ "นี่คุณจุดธูปอะไรกลิ่นประหลาดขนาดนี้คะเนี่ย ห้องรกเป็นรูหนูอีกแล้วนะ" "ไม่ใช่ธูป... ริน เธอฟังฉันนะ" กวินคลานเข่าออกมาจากใต้โต๊ะ คว้าชายเสื้อสูทของเธอไว้แน่น มือไม้สั่นเทาจนน่าสงสาร "เมื่อกี้... ผีผู้หญิงใส่ชุดไทยคนนั้นเพิ่งเดินผ่านหน้าฉันไป เธอยังยืนจ้องฉันตรงหน้าต่างอยู่เลยเนี่ย!" รินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกลือกตาขึ้นฟ้าด้วยความเหนื่อยหน่ายขั้นสุด เธอสะบัดชายเสื้อให้หลุดจากการเกาะกุมของพ่อหนุ่มจอมเพ้อเจ้อ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟดวงใหญ่กลางห้องจนสว่างโร่ เพื่อหวังจะดับความงมงายของโปรดิวเซอร์หนุ่มร่วมค่ายให้สิ้นซาก "ตื่นค่ะคุณกวิน ตื่นจากความมโนได้แล้ว โลกนี้ไม่มีผีหรอกค่ะ มีแต่เจ้าหนี้กับเรตติ้งช่องที่กำลังจะดิ่งลงเหวเพราะความติสต์แตกของคุณนี่แหละ" รินว่าพลางกอดอก มองคนตัวโตที่นั่งตัวสั่นงنงกอยู่กับพื้นด้วยสายตาเอือมระอา "ไหนคะ ผีที่คุณว่า อยู่ตรงไหน ชี้ให้ฉันดูซิ ฉันจะได้เอาตลับเมตรไปวัดส่วนสูงแล้วทำเรื่องเบิกงบจัดงานศพให้ถูกต้อง" "ก็ตรงนั้นไง..." กวินชี้มือสั่นๆ ไปที่มุมห้องมืดทึบข้างตู้เสื้อผ้า "ตรงที่เธอ... เธอกำลังยืนซ้อนหลังเธออยู่นั่นไงริน!" รินชะงักกึก รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากค้างเติ่ง ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนขนแขนของหญิงสาวลุกชันขึ้นมาพร้อมเพรียงกันโดยไม่ต้องมีใครสั่ง ไม่ใช่เพราะคำพูดของกวิน... แต่เป็นเพราะสายลมเย็นยะเยือกที่พัดวนรอบข้อเท้าของเธอ ทั้งๆ ที่หน้าต่างและประตูห้องปิดสนิททุกบาน! รินค่อยๆ หันขวابไปมองตามปลายนิ้วสั่นเทาของกวิน ช้าๆ อย่างฝืนความรู้สึก กลิ่นสาบสางที่เธอคิดว่าเป็นกลิ่นธูปเมื่อครู่ กลับเข้มข้นขึ้นจนแสบจมูก และที่สำคัญที่สุด... บนผนังห้องสีขาวสะอาดตา ตรงจุดที่ไม่มีเงาของวัตถุใดพาดผ่าน กลับปรากฏเงาดำทึบของร่างผู้หญิงผมยาวสยาย ทรงผมเกล้ามวยปักปิ่นโบราณ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉีกไปจนถึงใบหู สะท้อนผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! ดวงตากลมโตของโปรดิวเซอร์สาวเบิกโพลง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กฎฟิสิกส์ และทฤษฎีความน่าจะเป็นทั้งหมดในสมอง ถูกลบเลือนหายไปในพริบตา เมื่อร่างโปร่งแสงในชุดไทยสิมประดับเครื่องทองระยับ ปรากฏกายขึ้นยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังเธอ ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดต้นคอจนผิวเนื้อปูดโปนเป็นตุ่มไก่ *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงหยดน้ำคล้ายเลือดสดๆ หยดลงกระทบพื้นไม้กระดานดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ กวินที่เห็นท่าไม่ดี ร่างกายที่เคยกลัวจนขาสั่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความฮึกเหิมอย่างน่าประหลาด สัญชาตญาณดิบในการปกป้องคนตรงหน้าพุ่งทะยานขึ้นเหนือความกลัวทั้งหมด เขาลุกพรวดขึ้นคว้าแขนเรียวของรินแล้วกระชากเธอเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของตัวเองทันที โดยไม่สนว่าขาตัวเองจะยังสั่นพับๆ อยู่หรือไม่ "บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อ!" กวินตะโกนเสียงดังลั่นห้องเพื่อกลบ วามกลัว พลางคว้ากระปุกน้ำมนต์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้มั่น "ถอยไปนะอีผีบ้า! แฟนกู... เอ้ย! โปรดิวเซอร์กู ห้ามแตะ!" รินที่ถูกดึงเข้ามากอดซุกแผ่นอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว สมองขาวโพลน หัวใจเต้นระรัวจนไม่รู้ว่าตื่นกลัวผีตรงหน้าหรือตื่นเต้นกับอ้อมกอดอุ่นๆ ของคนปากเก่งคนนี้กันแน่ เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวของกวินกำรอบข้อมือเธอแน่น ปราศจากความลังเลใดๆ ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นเยียบราวกับมาจากก้นบึงนรก ก็ดังขึ้นข้างหูของคนทั้งคู่ พร้อมกับมือสีเขียวคล้ำยาวผิดมนุษย์มนาที่ยื่นทะลุกำแพงออกมาคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของรินเต็มแรง! "มึง... พา... ใคร... มา..." "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!" รินกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจขีดสุด เผลอซุกหน้าลงกับอกแผ่นกว้างของกวินหลับตาปี๋ มือทั้งสองข้างกำเสื้อของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ กวินหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขารวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย สาดน้ำมนต์ในมือสาดใส่เงาดำตรงหน้าเต็มแรง พร้อมกับตะโกนลั่นห้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ดุดัน "ถ้ามึงยังไม่ถอยไป... กูจะฟ้องกรมศิลปากรว่ามึงแต่งกายผิดระเบียบยุคสมัยโว้ยยยยย!" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมหวีดไปด้วยกันเสมอนะคะ เสียงกระซิบยามดึก
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%