มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่•ตอนที่ 4

อย่าหันมามองข้างหลังนะ

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"วิ่งสิคุณริน! ยืนบื้ออยู่ทำไม อยากอยู่เป็นเพื่อนมันเหรอ!" เสียงตะโกนของกวินแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นไม้เก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระชากที่ข้อมือทำให้รินที่กำลังยืนแข็งทื่อด้วยความตกตะลึงหลุดจากภวังค์ ร่างโปร่งในชุดสูททำงานเซถลาตามแรงดึงของชายหนุ่มอย่างไม่เป็นท่า กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลังไล่หลังมาติดๆ ราวกับลมหายใจมรณะที่พร้อมจะคว้าตัวพวกเขากลับไป จากตอนที่แล้วที่ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมรอยยิ้มบิดเบี้ยวชวนสยดสยอง ตอนนี้ทั้งคู่ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับไปมองว่าไอ้เงาดำทะפึฬที่ตามมาจากเรือนไม้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร รู้แค่เพียงว่าถ้าขาหยุดก้าวเมื่อไหร่ ชีวิตการทำงาน—และชีวิตจริงๆ ของพวกเขาคงจบลงตรงนี้ "ไอ้บ้ากวิน! อย่ามาสั่งฉันนะ! แล้วนี่นายลากฉันมาทางไหนเนี่ย ทางตัน!" รินหวีดร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อกวินเลี้ยวหักศอกพาพุ่งเข้ามาในซอกตึกแคบๆ ระหว่างอาคารสำนักงานเก่ากับกำแพงอิฐมอญชื้นแฉะ ไม่มีทางออก มีเพียงกองลังกระดาษและถังขยะพลาสติกคว่ำอยู่ กวินสบถเสียงดังลั่นพร้อมกับดันรินไปหลบไว้ด้านหลัง ลมหายใจของเขาหอบถี่จนอกกระเพื่อมแรง ดวงตาที่ปกติมักจะพราวระยับด้วยความกวนประสาท ตอนนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด แต่มือข้างขวากลับคว้าท่อนไม้เก่าๆ แถวนั้นขึ้นมาถือไว้มั่น บังร่างของเธอเอาไว้มิดชิด "ก็ใครจะไปรู้ล่ะวะ! นี่มันตึกบริษัทคุณนะเว้ย ทำไมสร้างทางหนีไฟได้โคตรมึนงำแบบนี้!" กวินเถียงกลับเสียงดังไม่แพ้กัน แม้ขาจะสั่นพับๆ จนแทบยืนไม่อยู่แต่ก็ยังกัดฟันทำ Sentry ป้องกันให้คนข้างหลัง "นายมันพึ่งพาไม่ได้เลยสักนิด!" รินทุบไหล่กว้างของคนตัวโตไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ปนความกลัวที่แล่นพล่านจนน้ำตาเล็ด มือเรียวสั่นเทาควโทรศัพท์มือถือออกมากดส่งข้อความยิกๆ ทั้งที่รู้ว่าสัญญาณแถบนี้มันแย่ยิ่งกว่าเต่าคลาน หน้าจอสมาร์ทโฟนของทั้งคู่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกันในความมืดสลัว [กลุ่มแชต: รอดหรือร่วง (วะ)] **กวิน (สายมูตัวปลอม):** คุณริน... ถ้าเราไม่รอดจริงๆ ผมอยากจะบอกว่า... **ริน (โปรดิวเซอร์ผู้เครียดจัด):** นายจะมาสารภาพรักอะไรตอนนี้วะไอ้กวิน! เก็บสมองไว้คิดวิธีรอดเถอะ! **กวิน (สายมูตัวปลอม):** ใครจะสารภาพรักเล่า! ผมจะบอกว่ารหัสตู้เซฟบริษัทอยู่ที่คุณนะเว้ย! เผื่อผมตายไปจะได้มาแบ่งมรดกกันถูก! **ริน (โปรดิวเซอร์ผู้เครียดจัด):** ไอ้บ้ากวิน! นายมันงกแม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิตเลยเหรอ! แม้สถานการณ์จะหน้าสิ่วขัดขวัญแค่ไหน แต่บทสนทนาผ่านหน้าจอแชตที่เด้งรัวเป็นชุดแบบนี้กลับทำให้ความน่ากลัวรอบตัวเจือจางลงไปบ้าง รินเผลอหลุดหัวเราะทั้งน้ำตาออกมาเบาๆ ความอุ่นวาบแปลกประหลาดไหล zzz เข้ามาในอกท่ามกลางบรรยากาศขนหัวลุก มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อสูทของกวินเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เงาดำสูงใหญ่ทาบทับลงมาที่ปากซอกตึก อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นสาบสางและกลิ่นดินชื้นแฉะลอยคละคลุ้งจนแสบจมูก เสียงลากเท้าหนักๆ ดัง *ลาก... ลาก... ลาก...* ใกล้เข้ามาทุกที กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขากระชับท่อนไม้ในมือแน่น ส่งสายตาปรามให้รินเงียบกริบ ทว่า ในวินาทีที่เงาดำนั้นก้าวพ้นมุมตึกและยื่นมือยาวเรียวไร้เรียวแรงพุ่งเข้ามาหาพวกเขานั้นเอง— *เปรี้ยง!* เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวทั้งที่ท้องฟ้าด้านนอกไม่มีเค้าโครงฝนตกเลยสักนิด แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือของรินที่ถือค้างไว้จู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเองอัตโนมัติ ส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเต็มตา ไม่ใช่เงาดำปีศาจจากเรือนไม้... แต่เป็นร่างของชายสวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานรักษาความปลอดภัยของตึก ที่ดวงตาเบิกโพลงจนแทบทะลักออกมาจากเบ้า เลือดสีดำไหลอาบใบหน้าบิดเบี้ยว และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น— "คุณ... คุณสมชาย?" รินอุทานออกมาด้วยความช็อกสุดขีด เมื่อจำได้ว่า รปภ. คนนี้เพิ่งจะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในห้องทำงานชั้นสาม! ร่างของคุณสมชายส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวกวินในเสี้ยววินาที "เฮ้ย!" กวินผลักรินกระเด็นไปด้านข้างรับแรงปะทะแทนอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่อนไม้ในมือหลุดร่วง ร่างของเขากระแทกเข้ากับกำแพงอิฐเต็มแรงจนจุก หน้าอกของเขาถูกมือเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อ แรงมหาศาลกดเขาจนติดผนัง หายใจไม่ออก "กวิน!" รินกรีดร้องลั่น สัญชาตญาณความกลัวหายวับไปกับตา เมื่อเห็นคนที่คอยกวนประสาทเธอยืนหยัดปกป้องเธอจนตกอยู่ในอันตราย รินคว้าถังขยะพลาสติกที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วเหวี่ยงใส่หัวคุณสมชายเต็มแรง! *โป๊ก!* เสียงดังสนั่น แต่วิญญาณตรงหน้ากลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย มันหันขวับมามองรินด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย มืออีกข้างละจากกวินแล้วพุ่งตรงมาที่ลำคอระหงของหญิงสาวแทน! รินหลับตาปี๋ ยอมรับชะตากรรม ขาแข็งก้าวไม่ออก ทว่า ความเจ็บปวดที่คาดคิดกลับไม่เกิดขึ้น มีเพียงสัมผัสอุ่นร้อนของมือหนาที่คว้าข้อมือเธอไว้ แล้วกระชากให้หลบพ้นวิถีมือมรณะได้อย่างเฉียดฉิว กวินที่ควรจะนอนหมดแรงติดกำแพง กลับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดพุ่งเข้ามาชนร่างของคุณสมชายกระเด็นถอยหลังไป ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเดือดดาลที่ปะปนกับความห่วงใยจนน่าตกใจ "บอกแล้วไงว่าอย่ามาแตะต้องคนของผม!" กวินตะโกนลั่นซอกตึก ก่อนจะคว้ามือรินแล้วออกวิ่งสุดชีวิตพุ่งทะลุผ่านเงาดำนั้นออกไปยังประตูฉุกเฉินที่จู่ๆ ก็ปลดล็อกออกเองอย่างปาฏิหาริย์ ทั้งคู่พุ่งตัวออกสู่ลานจอดรถกว้าง ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ประตูหนีไฟด้านหลังปิดกระแทกเสียงดังสนั่น ล็อกตัวเองอย่างแน่นหนา ตัดขาดจากความหลอนระทึกเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ความเงียบสงบยามค่ำคืนกลับคืนมาอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองที่ดังประสานกัน กวินทรุดตัวลงนั่งพักพิงกับฝากระโปรงรถยนต์คันหนึ่ง มือข้างหนึ่งกุมลำคอตัวเองที่มีรอยเขียวช้ำจางๆ รินยืนมองเขาด้วยแววตาสั่นระริก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวผี หรือเพราะประโยคเมื่อครู่ของคนตรงหน้ากันแน่ "คุณ... เจ็บตรงไหนไหมไอ้บ้ากวิน" รินถามเสียงสั่น นั่งยองๆ ลงข้างๆ แล้วเอื้อมมือไปแตะรอยช้ำที่คอของเขาเบาๆ อย่างลืมตัว กวินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาที่ปกติชอบหยอกล้อ ตอนนี้กลับจริงจังจนน่าใจหาย รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นช้าๆ แม้สภาพจะสะินทสะสะเหรินก็ตามที "เจ็บครับ... แต่ถ้าคุณรินจะเป่าให้สักที น่าจะหาย" รินหน้าแดงแจ๋ สะบัดมือออกทันทีพร้อมกับค้อนขวับ "นี่นายยังมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอ! เกือบตายแล้วนะเมื่อกี้!" "ก็เพราะเกือบตาย ผมถึงต้องรีบพูด..." กวินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นโดยไม่สนว่าไหล่ของพวกเขาจะแนบชิดกัน ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของโปรดิวเซอร์สาว น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจังจนเธอไม่กล้าขยับหนี "พูดอะไรของนาย..." รินเสียงเบาลงโดยอัตโนมัติ กวินยกมือถือขึ้นมา หน้าจอแสดงผลข้อความแชตที่เขากดส่งไปก่อนหน้านี้ แต่เพราะสัญญาณกลับมา มันจึงขึ้นสถานะว่า *'ส่งแล้ว'* และ *'อ่านแล้ว'* รินก้มมองหน้าจอของตัวเอง ตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นข้อความล่าสุดที่ตัวเองเผลอกดส่งไปตอนที่กำลังสติหลุด— **ริน (โปรดิวเซอร์ผู้เครียดจัด):** *ถ้าคืนนี้รอดไปได้... ฉันจะยอมเป็นแฟนกับนายก็ได้วะไอ้บ้ากวิน!* กวินยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของเธอด้วยน้ำเสียงพร่า "ข้อหานี้... ผีตนไหนก็มาช่วยคุณปฏิเสธผมไม่ได้แล้วนะ, คุณแฟน" -------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมผจญภัยความหลอนและฟินไปด้วยกันนะคะ! - เสียงกระซิบยามดึก
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%