มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่•ตอนที่ 6

มุกกวนประสาทแก้ขัดความกลัว

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของรินดังประสานกับเสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องพักที่ดังเป็นจังหวะประหลาด—ปุก... ปุก... ปุก... ราวกับมีบางสิ่งพยายามใช้นิ้วเคาะเรียกจากภายนอก ทั้งที่พวกเขากำลังยืนอยู่บนตึกสูงชั้นสิบห้า "อย่าบอกนะว่าอีตาเจ้าที่เจ้าทางแถวนี้เขานิยมชมชอบการเล่นซ่อนหาตอนตีสองครึ่ง" รินกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาปิดสนิทขณะที่มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อของกวินไว้แน่นเสียจนข้อพาสติกสีขาวของกระดุมแทบจะปริแตก ความเย็นยะเยือกจากภายนอกแผ่ซ่านเข้ามาในห้องนอนแคบๆ จนขนแขนลุกชันไปหมด "คุณริน... ลืมตาขึ้นมาก่อนสิครับ—เอ้ย! ลืมตาขึ้นมาสิคะ!" กวินรีบแก้คำพูดตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อเผลอหลุดสำนวนผู้ชายออกไปท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงไปไกลให้กลับคืนมา แม้ว่าขาของตัวเองจะสั่นพับๆ ยิ่งกว่าเจ้าเข้าทรงตอนโดนประทับร่างทรงเจ้าพ่อเสือเสียอีก "ไม่เอา! ฉันไม่ลืม! ข้างนอกนั่นมันไม่มีระเบียงนะกวิน! ชั้นสิบห้า! ใครมันจะมาเคาะกระจกวะ หรือว่าผีเปรตยืดคอได้!" รินโวยวายเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัวจนแทบจะปล่อยโฮออกมาจริงๆ กวินมองท่าทางหวาดกลัวจนตัวงอของโปรดิวเซอร์สาวคนเก่งแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ผู้หญิงที่ปกติถือแฟ้มเอกสารเดินสี่คูณร้อย ว้ากกราฟิกดีไซน์หน้าชาได้ด้วยประโยคเดียว ตอนนี้กลับตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอยู่ในกำมือเขาซะแล้ว ถึงปากเขาจะบอกว่ากลัวจนไส้เลื่อน แต่พอเห็นรินขวัญกระเจิงขนาดนี้ สัญชาตญาณบางอย่างมันก็สั่งให้เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงรอยยิ้มกลับคืนมาบนใบหน้านั้นให้ได้ ไม่ใช่เพราะเขาใจกล้าบ้าบิ่นอะไรหรอกนะ... แต่เพราะเสียงสะอื้นเบาๆ ของเธอมันน่ารำคาญใจ เอ๊ย! น่าสงสารต่างหากเล่ะ! "โอ๋ๆ นะคะคนดี ของขลังก็เอาไม่อยู่ พระเครื่องในคอก็คงกำลังวิ่งหนีเหมือนกัน งั้นเรามาพึ่งพิงคาถาอาคมบทใหม่กันดีกว่าไหมคะ" กวินแกล้งทำเสียงทะเล้น ทั้งที่เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมไปเคาะก๊อกๆ เบาๆ ที่กำแพงห้องเป็นจังหวะตามเสียงข้างนอก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ "กวิน! เธอจะบ้าเหรอ! ไปเคาะตามมันทำไม เดี๋ยวไอ้... ไอ้ตัวนั้นมันก็คิดว่าเราเปิดประตูต้อนรับหรอก!" รินลืมตาขึ้นมาแว้ดใส่ทันที มือเล็กทุบเข้าที่อกของกวินดังตุ้บใหญ่ด้วยความหมั่นไส้แก Ironic ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความโมโหชั่วขณะ "อ้าว ก็เห็นคุณรินบอกว่าบรรยากาศมันเงียบเหงาเกินไป ผมก็เลยช่วยเอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทางมาให้ไงคะ จะได้ไม่เหงาหูไงล่ะคุณโปรดิวเซอร์" กวินยักคิ้วหลิ่วตาใส่ แม้ใบหน้าจะซีดเผือดเป็นไก่ต้มน้ำปลาแต่ก็ยังอุตส่าห์สรรหามุกกวนประสาทมาหยอดได้ "เวลานี้ยังจะมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอวะเนี่ย!" รินกัดริมฝีปากแน่น พยายามจะดึงมือออกจากแขนเสื้อเขา แต่กวินกลับยิ่งกระชับมือเธอให้แน่นขึ้นไปอีก "ก็เพราะเวลานี้แหละครับ—เอ๊ย! ค่ะ! ถึงต้องรีบเล่น ก่อนที่พวกเราจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไม่มีแม้กระทั่งเงินค่าห้องจ่ายตอนสิ้นเดือน" กวินหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความกลัว "เอ้า ฟังผมนะคุณริน ท่องตามผม... นะ โม พุทธายะ... มะม่วง น้ำปลาหวาน จงมา" "ไอ้บ้ากวิน! นี่คาถาไล่ผีหรือคาถาสั่งส้มตำปูปลาร้าฟะ!" รินเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า ความตึงเครียดในห้องค่อยๆ คลายลงทีละน้อยเมื่อได้เห็นรอยยิ้มทะเล้นและท่าทางกวนๆ ของผู้ชายที่ยืนบังเธอไว้มิดชิดคนนี้ "เห็นไหมคะ? ยิ้มแล้วเนี่ย สวยขึ้นตั้งจมูก... เอ๊ย ตั้งเยอะ" กวินเกือบหลุดปากชมคำว่าสวยเต็มๆ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว (โชคดีที่แสงไฟสลัวจากห้องน้ำช่วยพรางเอาไว้ได้ทัน) เขาแกล้งทำเป็นหันไปมองนอกหน้าต่างเพื่อหลบสายตาจับผิดของริน "นั่นไง... เสียงเคาะมันเงียบไปแล้ว สงสัยผีแถวนี้เขาจะแพ้ทางมุกแป้กของผมว่ะคุณ" รินมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมหนาวและภยันตรายให้เธอ หัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเมื่อครู่ กลับเริ่มเต้นรัวด้วยจังหวะแปลกประหลาดอีกครั้ง... จังหวะที่เธอเองก็อธิบายไม่ได้ว่ามันคือความรู้สึกอะไรกันแน่ "ขอบคุณนะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของริน กวินชะงักไปเล็กน้อย เขาหันกลับมามองหญิงสาวที่ตอนนี้ดวงตากลมโตกำลังมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาหวาดกลัว หรือแววตาขี้โวยวายแบบทุกที แต่มันคือความอ่อนโยนและความซาบซึ้งที่ทำเอาหัวใจคนเจ้าชู้ (แต่ปอดแหก) อย่างเขาเต้นผิดจังหวะไปเลย "ถ้าจะขอบคุณ ช่วยเปลี่ยนจากคำพูดเป็นค่ากาแฟสัปดาห์หน้าจะดีมากเลยค่ะคุณโปรดิวเซอร์" กวินรีบกลบเกลื่อนความเขินด้วยการยิงมุกกลบเกลื่อนตามสไตล์เดิม แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขากลับอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา บรรยากาศในห้องที่เคยน่ากลัว กลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ท่ามกลางความเงียบสงบยามดึก ทั้งสองยืนประชันหน้ากันโดยที่มือยังคงกุมกันแน่นโดยไม่มีใครยอมปล่อย ใครจะไปรู้ว่าความตายหรือวิญญาณร้ายอะไรนั่นอาจจะไม่น่ากลัวเท่ากับ... ความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจของคนทั้งคู่ในตอนนี้ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะเยียวยาทุกอย่างให้เข้าที่ เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินก็ดังขึ้น *“ติ๊ง!”* ขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกปนสยองขวัญ รินสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องแสงวาบขึ้นมาในความมืด หน้าจอแสดงข้อความแชตจากใครบางคนที่พวกเขากลัวนักหนา... หรืออาจจะเป็นใครบางคนที่กำลังยืนรออยู่หลังประตูกระจกบานนั้นตั้งแต่แรกแล้ว? ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความหลอนปนฮาในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%