"ถ้าอยากได้เธอกืน… ต้องเอาชีวิตแกมาแลกนะ… กวิน…"
เสียงแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ทิ้งปมไว้เมื่อวินาทีที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งตัวสั่นขวัญผاوىค่ะ เพราะในความเป็นจริงตรงหน้า กวินกำลังยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่กลางห้องโถงโบราณที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปเก่าๆ และกลิ่นอับของกาลเวลา รอบกายพวกเขาไม่ใช่แค่เงาสลัวธรรมดา แต่เป็นฝูงวิญญาณในชุดไทยโบราณนับสิบชีวิตที่กำลังยืนจ้องมองมาด้วยสายตาว่างเปล่า ทว่าเต็มไปด้วยแรงอาฆาต
แชตในมือถือสั่นระรัวจนนิ้วแทบกดไม่ทัน รินที่หลบอยู่ด้านหลังเสื้อแจ็กเก็ตของเขาถึงกับตัวสั่นเทา มือเรียวจิกชายเสื้อของหนุ่มสายมูแน่นเสียจนข้อต่อขึ้นสีขาว
*(แชตในกลุ่มลับ: ริน & กวิน)*
[ริน]: กวิน! นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย! ไหนแกบอกว่ามูเตลูสายนี้เซฟที่สุดในสามโลกไง ทำไมตอนนี้พวกผีเขาถึงล้อมเราไว้เป็นวงกลมเหมือนรอดูลูกค้าโปรโมชัน 1 แถม 1 แบบนี้เล่า!
[กวิน]: โธ่ คุณรินครับ เอ๊ย! คุณรินคะ! ตั้งสติก่อน! ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเจ้าที่ฝั่งนี้รสนิยมสูง ชอบคนหล่อปากดีเป็นพิเศษ ยัยผีตัวเมื่อกี้ท่าทางจะจองเวรผมจริงจังแล้วล่ะครับ!
[ริน]: ยังจะมีอารมณ์มาเล่นมุกอีกเหรอไอ้คุณกวิน! ดูข้างหลังโน่น! ยายแก่หัวขาดคนนั้นทำท่าเหมือนอยากจะมาซبไหล่แกแล้วนะเว้ย!
[กวิน]: ห้ามซب! ไหล่นี้มีไว้ให้ผู้หญิงสวยๆ อย่างโปรดิวเซอร์รินซبคนเดียวเท่านั้นแหละครับ ผีไม่มีสิทธิ์!
แม้ปากจะพูดจากวนประสาทกลบเกลื่อนความกลัวจนเหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง แต่สถานการณ์ตอนนี้วิกฤตเสียยิ่งกว่าตอนไหนๆ เมื่อเสียงกลองเพลียะโบราณดังขึ้นเป็นจังหวะ *ตึ้ง… ตึ้ง… ตึ้ง…* ร่างโปร่งแสงของเหล่าวิญญาณเริ่มขยับเขยื้อเคลื่อนกายเข้าหากันอย่างพร้อมเพรียง ราวกับพวกเขากำลังถูกต้อนให้เข้าไปร่วมในพิธี "เต้นรำมรณะ" ที่มีเดิมพันเป็นวิญญาณของกวิน
"อยากได้ฉันนักใช่ไหมวะ..." กวินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกวาดมองรอบห้องอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนทีไล่ สมองที่ปกติเอาแต่คิดเรื่องหาเงินและบลัฟชาวบ้าน ตอนนี้ต้องรีบประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อปกป้องผู้หญิงข้างกายที่กำลังซุกหน้ากับแผ่นหลังของเขา ตัวสั่นระริกด้วยความกลัวแต่ก็ยังไม่วายส่งเสียงโวยวาย
"กวิน… ฉันกลัว…" เสียงกระซิบสั่นเครือดังมาจากด้านหลัง รินหลับตาปี๋ มือเล็กๆ เลื่อนขึ้นมาคว้าข้อมือหนาของเขาไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียวในนรกขุมนี้
ความนุ่มนวลจากปลายนิ้วที่สัมผัสโดน ทำให้หัวใจที่เต้นรัวเพราะความกลัวผีเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะไปเป็นเต้นระรัวเพราะความเขินแทนซะอย่างนั้น กวินกลืนน้ำลายลงคออึือกใหญ่ มืออีกข้างกำยันต์ในกระเป๋าแน่นจนยับยู่ยี่
"ไม่ต้องกลัวครับคุณริน… ต่อให้ผีทั้งโถงนี้จะยกโขยงมาขอผมแต่งงาน ผมก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด… เพราะถ้าผมตาย ใครจะคอยจ่ายค่ากาแฟให้คุณทุกเช้าล่ะจริงไหม"
"ไอ้บ้า! ตอนนี้ยังจะมีหน้ามาพูดเรื่องกาแฟอีก!" รินแหวใส่ทั้งน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกระชับมือที่จับเขาให้แน่นขึ้นอีกนิด
ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก จู่ๆ เสียงดนตรีไทยโบราณก็บรรเลงขึ้นอย่างโหยหวน วิญญาณตนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของร่างที่กวินเคยไป "ลบหลู่" โดยไม่ตั้งใจเมื่อสัปดาห์ก่อน ก้าวออกมาจากความมืด นางรำหน้าตาซีดเซียว สวมช่อ7ชั้นสีทองหมองคล้ำ ยื่นมือเย็นเฉียบราวน้ำแข็งมาตรงหน้ากวิน พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องหวานเชื่อมชวนขนหัวลุก
"มาร่วมรำส่งวิญญาณกับฉันสิ… กวิน… ถ้าแกเต้นถูกใจฉัน ฉันอาจจะไว้ชีวิต… ยายผู้หญิงข้างหลังแกด้วย…"
กวินสูดหายใจเข้าลึก.ก สายตาคมตวัดมองหน้ารินที่เงยขึ้นสบตาเขาพอดี แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเชื่อใจอย่างที่สุด ในวินาทีนั้นเอง ความกลัวผีที่เคยฝังรากลึกในหัวสมองก็พลันมลายหายไป เหลือไว้เพียงความฮึกเหิมแบบพระเอกละครหลังข่าวที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนข้างๆ
"ก็ได้วะ! อยากเต้นนักใช่ไหม จัดไปครับผีสาว! เผื่อชาติหน้าผมจะได้เกิดเป็นแดนเซอร์มืออาชีพ!"
กวินก้าวออกไปเผชิญหน้ากับวิญญาณนางรำกลางห้องโถง พร้อมกับคว้ามือเย็นเฉียบนั้นไว้ สลับกับมืออีกข้างที่ยังคงเอื้อมไปคว้ามือของรินให้เข้ามาอยู่ใกล้ตัวมากที่สุด กลายเป็นภาพสุดพิลึกพิลั่นที่หนุ่มปากดีกำลังควงผีสาวเต้นลีลาศท่ามกลางวงล้อมวิญญาณโบราณ ขณะที่มืออีกข้างก็ฉุดกระชากลากถูโปรดิวเซอร์สาวให้ขยับขาตามจังหวะเพลงไทยเดิมแบบงุ่มง่าม
*(แชตฉุกเฉินระหว่างเต้นรำกับผี)*
[กวิน]: คุณริน! หมุนตัวตามจังหวะเพลงสามช่าผีสิงนี่เร็το! อย่าหยุดเดิน ไม่งั้นโดนผีสอยแน่!
[ริน]: ฉันทำไม่เป็น! ไอ้บ้ากวิน นายพาฉันมาเต้นรำกับผีบ้าอะไรเนี่ย! ช่วยด้วยยยย!
[กวิน]: จับไหล่ผมไว้แน่นๆ ครับ! หลับตาแล้วก้าวตามผมมา… ไม่ต้องห่วง ต่อให้ตกนรกผมก็ไม่ยอมให้ผีหน้าไหนมาแยบยิงคุณไปจากผมหรอกน่า!
ท่ามกลางเสียงหัวiเราะโหยหวนของเหล่าวิญญาณและจังหวะกลองที่เร่งเร้าจนหัวใจแทบกระเด็นออกมานอกอก กวินใช้ความกวนประสาทและความไวเป็นเกราะกำบัง พาตัวเองและรินหลบหลีกคมเล็บและเงาดำที่พุ่งเข้ามาเป็นระยะ การ "เนียน" ไปกับผีกลายเป็นยุทธวิธีเอาตัวรอดที่ทั้งบ้าบิ่นและชวนลุ้นระทึกจนลมหายใจสะดุด
จนกระทั่ง… ในจังหวะที่กวินหมุนตัวรินหลบเงาวิปริตตนหนึ่ง มือของเขากลับพลาดไปปัดโดนกระถางธูปโบราณที่ตั้งอยู่มุมห้องแตกกระจาย เสียงเพล้งสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับกลุ่มควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งขึ้นมาบังตาจนมืดมิด
วิญญาณทุกตนหยุดชะงักทันที เสียงดนตรีเงียบกริบลงในเสี้ยววินาที
ในความเงียบสงัดและควันธูปที่ค่อยๆ จางลง รินที่ซบหน้าอยู่กับอกของกวินรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง มือเรียวที่กำเสื้อเขาไว้คลายออกช้าๆ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของกวินที่ตอนนี้อยู่ใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
ทว่า… สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขากลับไม่ใช่ผีสาวนางรำตนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยหน้ากากกระดาษสาเก่าๆ ค่อยๆ ก้าวทะลุกลุ่มควันออกมา พร้อมกับส่งเสียงหัวiเราะทุ้มต่ำที่คุ้นหูเสียยิ่งกว่าใคร…
"เล่นสนุกกันพอหรือยังครับ… คุณโปรดิวเซอร์คนเก่ง… และนายกวินผู้หาญกล้า…"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความป่วนชวนหลอนนี้นะคะ <3
มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่•ตอนที่ 14
เต้นรำกับผีเพื่อเอาตัวรอด
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย แต่คนข้างๆ ช่วยได้ครับพี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!