ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 33

แผนการสยบแม่สามี

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงปังกระแทกของประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยชั้นบนสุดไม่ได้ทำให้พิมพ์มาดาสะดุ้งแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ปลายเลี้ยวสวยงามของรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงเคาะจังหวะเบาๆ บนพรมเปอร์เซีย ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือด้วยความสบายใจเฉิบ ผิดกับพฤกษ์ที่ยืนหายใจหอบกระชั้น มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมสันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธปนความร้อนรน "คุณกล้าดียังไงถึงปล่อยให้มันลอยนวลไปถึงสนามบิน!" พฤกษ์ตวาดลั่น ห้องเก็บเสียงอย่างดีสั่นสะเทือนตามอารมณ์ของประธานหนุ่ม "ธนัตถ์มันกุมเส้นทางการเงินทั้งหมดไว้ ถ้ามันหนีไปได้ เราจะลากคอมันลงมาจากนรกไม่ได้อีกเลยนะพิมพ์!" "ใจเย็นก่อนสิคะ... เอ๊ย ใจเย็นก่อนสิครับ คุณประธานคนเก่ง" พิมพ์มาดาแกล้งแซวด้วยรอยยิ้มเยาะ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับร่างเข้าประชิดชายหนุ่มที่ตัวสูงกว่าเกือบหนึ่งช่วงตัว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเธอโชยแตะจมูกเขาจนสติที่กระเจิดกระเจิงอยู่แล้วแทบขาดผึ่ง "ใครบอกคุณว่าฉันปล่อยให้มันหนีไปล่ะคะ? อ้อ... ครับ! ใครบอกคุณกันล่ะ" พฤกษ์ชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า "หมายความว่ายังไง?" "หมายความว่า... ก่อนที่คุณจะวิ่งหน้าตั้งสติหลุดมาโวยวายใส่ฉันเนี่ย ฉันส่งคนไปอายัดบัญชีและสกัดตั๋วเครื่องบินของนายธนัตถ์เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ" พิมพ์มาดายื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอแสดงผลสถานะการอายัดบัญชีธนาคารข้ามชาติวงเงินหลายร้อยล้านให้เขาดูระยะประชิด ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันในวินาทีนั้น "ฉันไม่ใช่เด็กอนุบาลนะพฤกษ์ ที่จะปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่เตรียมแผนสำรองไว้ขยี้มันให้จมดิน" พฤกษ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะตกใจเรื่องบัญชี แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนตรงหน้า กลิ่นกายหอมกรุ่นกับแววตาท้าทายที่เปล่งประกายความฉลาดเฉลียวทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเขาเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ปากร้ายๆ ที่มักจะหาเรื่องมากัดเธอกลับปิดสนิท เขามองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วด้วยความหมั่นไส้ระคนคลั่งรัก ก่อนจะคว้าเอวบางเข้ามาประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว "คุณมัน... ดื้อด้านและอันตรายเป็นบ้าเลยพิมพ์มาดา" พฤกษ์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ "รู้ไหมว่าผมแทบคลั่งตอนที่ได้ยินข่าวว่ามันกำลังจะหนี... ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมคง..." "อุ๊ย! ประธานพฤกษ์ผู้เย่อหยิ่ง กำลังจะบอกว่าห่วงฉันจนจะเป็นบ้าอย่างนั้นเหรอครับ?" พิมพ์มาดายิ้มกริ่ม ใช้ปลายนิ้วเรียวแตะที่แผงอกกว้างเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้า "เก็บคำหวานพวกนี้ไว้ใช้ตอนอื่นเถอะค่ะ... เอ๊ย ตอนอื่นเถอะครับ เพราะดูเหมือนว่าศึกใหญ่ที่แท้จริงกำลังรอเราอยู่ข้างล่างโน่นต่างหาก" พฤกษ์ขมวดคิ้ว "ศึกอะไร?" "แม่ของคุณไงล่ะครับ ท่านเพิ่งลงจากรถเบนซ์ป้ายแดงหน้าตึกนี้เมื่อหนาทีที่แล้วนี่เอง" พิมพ์มาดาคลายอ้อมกอดของเขาออกอย่างนุ่มนวล แต่ทว่ามั่นคง เธอยิ้มมุมปากด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "เตรียมตัวรับมือกับคุณนายใหญ่แห่งตระกูลได้เลย... เพราะฉันตั้งใจจะพาคุณไปเคลียร์บัญชีแม่ผัวลูกสะใภ้ให้จบในวันนี้แหละ" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที พฤกษ์มองผู้หญิงตรงหน้าที่ไม่มีความเกรงกลัวต่ออำนาจมืดของมารดาเขาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอกลับดูตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่เสียด้วยซ้ำ ลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล็อบบี้อย่างรวดเร็ว พิมพ์มาดาก้าวเดินด้วยความมั่นใจโดยมีพฤกษ์เดินประกบติดไม่ห่าง แม้ปากเขาจะบ่นพึมพำตลอดทางถึงความบุ่มบ่ามของเธอ แต่สายตากลับคอยกวาดมองสำรวจและปกป้องเธอจากทุกฝีก้าวอย่างไม่รู้ตัว ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ภาพของหญิงสูงวัยในชุดสูทผ้าไหมตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้มและแววตาดุดันที่กวาดมองผู้คนด้วยความถือตัวก็ปรากฏขึ้น คุณหญิงรัตนาภรณ์ แม่ของพฤกษ์กำลังยืนกอดอกรออยู่ตรงโซฟาต้อนรับวีไอพี โดยมีบอดี้ชายฉกรรจ์ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังสองคน "พฤกษ์!" เสียงทรงอำนาจเอ่ยเรียกบุตรชายทันทีที่เห็นหน้า โดยไม่ชายตาแลผู้หญิงที่ยืนข้างกายเขาเลยแม้แต่น้อย "นี่แกปล่อยให้ข่าวฉาวระหว่างบริษัทเรากับไอ้เด็กกุ๊ยธนัตถ์หลุดออกไปได้ยังไง หูตาไม่สับปะรดเอาเสียเลยนะ! แล้วผู้หญิงคนนี้... ทำไมยังลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างกายแกอีก!" พิมพ์มาดายิ้มรับบางเบา เธอก้าวออกไปยืนบังหน้าพฤกษ์เล็กน้อยอย่างจงใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด "สวัสดีครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปาก... สวัสดีค่ะคุณแม่" พิมพ์มาดาลากเสียงหวานหยด "อุ๊ย ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าคุณหญิงรัตนาภรณ์สินะคะ เพราะดูจากท่าทางแล้ว ท่านคงยังไม่คิดจะยอมรับลูกสะใภ้คนนี้ง่ายๆ แน่เลย" คุณหญิงรัตนาภรณ์หรี่ตามองพิมพ์มาดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "นังเด็กสามหาว! ใครอนุญาตให้แกมาพูดจากวนประสาทฉันตรงนี้ ลูกชายฉันเป็นถึงประธานบริษัทใหญ่โต ไม่คู่ควรกับผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแกหรอกนะ ออกไปจากชีวิตลูกฉันซะ แล้วฉันจะถือว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น" พฤกษ์หน้าตึงขึ้นมาทันที เขากำลังจะก้าวออกไปปกป้องเธอ แต่พิมพ์มาดากลับยกมือห้ามไว้เบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ยิ่งส่งให้ความสวยเฉี่ยวของเธอดูอันตรายขึ้นไปอีก "ไร้หัวนอนปลายเท้าเหรอคะ?" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปใกล้คุณหญิงรัตนาภรณ์ทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "แล้วผู้หญิงที่เอาแต่กอบโกยผลประโยชน์จากบริษัทที่สามีสร้างมาหยาดเหงื่อแรงกาย แต่กลับปล่อยให้คนสนิทอย่างธนัตถ์ยักยอกเงินไปเป็นสิบล้านแบบคุณแม่เนี่ย... มีหัวนอนปลายเท้าที่ดีงามมากเลยสินะคะ?" "แก! นังเด็กนี่!" คุณหญิงรัตนาภรณ์หน้าซีดเผือดด้วยความโกรธจัด มือสั่นเทาชี้หน้าพิมพ์มาดา "แกกล้าดียังไงมากล่าวหาฉัน!" "ฉันไม่ได้กล่าวหาค่ะคุณแม่ ฉันแค่พูดความจริงที่หลักฐานอยู่ในมือฉันนี่ต่างหาก" พิมพ์มาดายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้หญิงสูงวัยรับไปเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา "เอกสารเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างบัญชีลับของคุณแม่กับบริษัทเปลือกหอยของธนัตถ์... น่าเสียดายนะคะที่ฉันอายัดมันไว้ทัน ก่อนที่มันจะถูกโอนไปต่างประเทศพร้อมกับความลับเน่าเฟะทั้งหมด" พฤกษ์ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามารดาของตนเองจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องฉาวโฉ่ของธนัตถ์ด้วย หันกลับมามองพิมพ์มาดาที่ยืนยิ้มอย่างผู้ชนะ หัวใจของเขาก็พองโตด้วยความทึ่งและหลงใหลในความฉลาดเป็นกรดของเธอ "พิมพ์มาดา... เธอทำบ้าอะไรลงไปรู้ตัวไหม!" คุณหญิงรัตนาภรณ์เสียงสั่นเครือ ความหยิ่งทะนงเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความหวาดกลัวเมื่อความลับสีเทาถูกเปิดเผยกลางล็อบบี้บริษัท "ฉันก็แค่กำลังช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของสามีฉัน... เอ๊ย ของผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันนี่แหละค่ะ" พิมพ์มาดาหันกลับไปส่งยิ้มหวานให้พฤกษ์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับว่าที่แม่สามีด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ทีนี้... คุณแม่ยังคิดว่าฉันไม่คู่ควรกับพฤกษ์อยู่อีกไหมคะ? หรือว่า... เราควรมาตกลงกันใหม่ดีว่าใครกันแน่ที่เป็นภาระของบริษัทนี้กันแน่" ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณล็อบบี้ชั่วขณะ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอรับแรงกระแทกจากสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วนี้ ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการปะทะคารมเดือด ประตูทางเข้าบริษัทด้านหลังก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบตำรวจและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมดไว้ในพริบตา "อย่าขยับ! เรามีหมายศาลเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและยักยอกทรัพย์!" เสียงประกาศก้องทำให้ทุกคนในโถงต้อนรับหันขวับไปมองเป็นตาเดียว พิมพ์มาดาชะงักรอยยิ้มบนใบหน้า ขณะที่พฤกษ์รีบคว้าแขนเธอเข้าหาตัวเพื่อปกป้องตามสัญชาตญาณ ทว่าคนที่ก้าวออกมาจากกลุ่มเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. กลับไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นธนัตถ์—ผู้ชายที่ควรจะถูกสกัดกั้นการหลบหนีไปแล้ว—เดินยิ้มเยาะเย้ยออกมา พร้อมกับกุญแจมือในมือเจ้าหน้าที่ที่พุ่งตรงมาทางพวกเขา! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%