เอกสารกองโตนับร้อยหน้าบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับ ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยในสายตาของพฤกษ์ ณวินาทีนี้ เมื่อเทียบกับแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่วางอยู่ตรงหน้า... แฟ้มที่รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการฮุบกิจการและการพยายามทำลายชื่อเสียงของตระกูลพิมพ์มาดาโดยฝีมือของคนใกล้ตัว
"คุณจะเก็บความลับเรื่องนี้ไปถึงไหน"
เสียงหวานปนสั่นเครือเล็กน้อยของพิมพ์มาดาทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว เธอไม่ได้ตวาด ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราดอย่างที่เคยเป็นเวลาเผชิญหน้ากับเขา แต่แววตาคู่สวยที่มักจะฉายความท้าทายและรอยยิ้มเยหยันเสมอ กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวลึกที่ยากจะประสาน
พฤกษ์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารแผ่นสุดท้าย ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้พิมพ์มาดาปั่นป่วนที่สุด ความนิ่งงันที่ซ่อนความพายุไว้เบื้องหลัง
"ถ้าผมบอกไปตั้งแต่แรก... คุณคงไม่ยอมให้ผมยื่นมือเข้ามาเกี่ยวตั้งแต่แรกเหมือนกัน" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทุ้มต่ำจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มข้างหนึ่งด้วยความหงุดหงิดตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า "คุณคิดว่าตัวเองเก่งนัก เก่งหนา จัดการได้ทุกเรื่อง... จนไม่ยอมมองเลยว่ารอบตัวมีหมาป่าจ้องจะขย้ำคุณอยู่ตลอดเวลา"
พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือราคาแพง แต่วิถีการคุกคามของประธานหนุ่มก็ทำให้เธอไม่มีทางหนีไปไหนได้พ้น มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"แล้วทำไม..." เสียงของเธอขาดหายไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะเค้นมันออกมาด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก "ทำไมคุณต้องยอมให้คนอื่นมองว่าคุณใจร้าย เป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นไอ้หน้าเลือดที่คอยแต่จะกลืนกินบริษัทของฉัน... ทำไมคุณถึงไม่แก้ตัว ปล่อยให้ฉันเข้าใจผิดแล้วด่าคุณอยู่ได้เป็นปีๆ!"
พฤกษ์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาที่เคยมองใครด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้กลับฉายแววตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด
"เพราะถ้าผมบอก... คนที่เจ็บที่สุดจะไม่ใช่ไอ้พวกที่จ้องจะเล่นงานคุณ แต่จะเป็นตัวคุณเอง" พฤกษ์เอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียนอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเธอจะบอบช้ำแตกสลายคามือ "คุณแบกรับความคาดหวังของครอบครัวไว้ทั้งหมด พิมพ์... ถ้าคุณรู้ว่าคนที่ไว้ใจที่สุดคือคนที่แทงข้างหลังคุณ คุณจะทนไหวเหรอ"
หัวใจของพิมพ์มาดาราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ ข้อมูลในเอกสาร ภาพถ่าย และเส้นทางการเงินที่พฤกษ์สืบสวนมาตลอดหลายเดือน มันคือหลักฐานยืนยันว่า "ธนัตถ์" เพื่อนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างเธอมาตลอด และเป็นคนที่คอยเป่าหูให้เธอกล่าวหาพฤกษ์ แท้จริงแล้วคือผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของบริษัทบิดาเธอ
ความจริงที่กระแทกเข้าหน้าอย่างจังทำให้เข่าของเธอแทบทรุด
พฤกษ์ไวกว่า เขารวบเอวบางเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ แรงดึงดูดมหาศาลทำให้ร่างของพิมพ์มาดาเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้างอย่างจัง อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบประคองเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ร่างบางนี้จะแตกสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"ปล่อย..." พิมพ์มาดากระซิบเสียงสั่น ใบหน้าที่เคยเชิดชัดซบลงกับลาดไหล่กว้างอย่างไร้เรี่ยวแรง หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงของเขา ความรู้สึกผิดที่เคยต่อว่าด่าทอชายหนุ่มมาตลอดถาโถมเข้าใส่จนเธอหายใจไม่ออก
"ไม่ปล่อย" พฤกษ์ตอบเสียงเข้ม ขยับมือข้างหนึ่งขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างทะนุถนอม ความซึนเดระที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความคลั่งรักและห่วงหาที่อัดแน่นมานาน "ร้องออกมาให้พอ... พิมพ์ คุณไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาหรอก มีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน"
คำพูดที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายปากร้ายคนนี้เคยเอ่ยออกมา ทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของพิมพ์มาดาทลายลงอย่างราบคาบ มือเรียวที่เคยกำแน่นเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาไว้แน่น เธอซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพฤกษ์เปรียบเสมือนยาชาชั้นดีที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง
พฤกษ์ก้มมองหญิงสาวในอ้อมกอด หัวใจของเขากระตุกวูบทุกครั้งที่ได้ยินเสียงสะSื้น ไหล่บางที่สั่นเทานั้นทำให้เขาอยากจะกวาดล้างไอ้พวกเวรตะไลที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาให้สิ้นซาก ใบหน้าคมคายขบกรามแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เมื่อก้มลงจุมพิตเบาๆ ที่เรือนผมของคนในอ้อมแขน ความดุดันทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเสียงสะอื้นเริ่มเบาลง เหลือเพียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่แนบชิดอยู่ตรงหน้าอก พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตบวมช้ำและแดงก่ำ แต่ประกายความแข็งกร้าวในแววตานั้นถูกแทนที่ด้วยความลึกซึ้งที่มองตรงมายังเขา
"ทำไม... ถึงทำเพื่อฉันขนาดนี้" เสียงแหบพร่าเอ่ยถามอย่างคาใจ
พฤกษ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาเจ้าเล่ห์เริ่มกลับมาแทนที่ความดราม่าเมื่อครู่ ปากหนายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่านิดๆ ตามนิสัยเดิม
"ก็เพราะว่า..." ชายหนุ่มจงใจเว้นจังหวะ ดึงร่างเธอเข้าไปชิดยิ่งกว่าเดิมจนแทบไม่มีช่องว่าง "ถ้าผมไม่ดูแลคุณให้ดี... แล้วใครหน้าไหนมันจะกล้าปราบยัยตัวแสบอย่างคุณได้อีกเล่า หึ"
พิมพ์มาดาหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนเขาสักที แต่ความซาบซึ้งยังค้างคาอยู่ในอก เธอจึงทำได้แค่ค้อนวงใหญ่ใส่เขาด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ปากเสีย..." เธอพึมพำ แต่ยอมปล่อยให้เขากอดไว้โดยไม่ขัดขืน
พฤกษ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี นิ้วเรียายาวเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มนวลอย่างเบามือ สายตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานหรือคู่กัด บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวานละมุนที่ชวนให้ใจเต้นรัว ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้าหากันทีละนิด ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันและกัน
พิมพ์มาดาหลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ริมฝีปากของพฤกษ์กำลังโน้มลงมาแตะสัมผัส...
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูห้องทำงานกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"พฤกษ์! แย่แล้ว... ธนัตถ์มันรู้ตัวว่าเรากำลังจะสาวไปถึงเส้นทางการเงินของมัน มันกำลังจะหนีออกนอกประเทศวันนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ ❤️
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 32
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!