ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 29

ที่หลบภัยของยัยตัวแสบ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดริปมือแทรกซึมผ่านผืนอากาศเย็นฉ่ำของบ้านไม้สักทองปลายนา เสียงฝนตกปรอยๆ จากฟากฟ้าภายนอกขับเน้นให้ความเงียบสงบในบ้านพักต่างจังหวัดของธนัตถ์เด่นชัดขึ้น ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่ปั่นป่วนของพิมพ์มาดาเข้าที่เข้าทางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาผ้าฝ้ายสีครีมตัวใหญ่ สวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งของธนัตถ์ที่หลวมโครกจนแขนเสื้อคลุมมือเรียวบางเอาไว้จนมิด ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกกระจกใส เบื้องหลังความนิ่งเฉยคือพายุอารมณ์ที่ยังโหมกระหน่ำจากเรื่องราวก่อนหน้า การหนีมาสงบสติอารมณ์ ณ ที่แห่งนี้ควรจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่น่าแปลก... ใบหน้าคมคายดุดันของใครบางคนที่เธอยังตัดไม่ขาด กลับตามมาหลอกหลอนแม้กระทั่งในสถานที่ที่ห่างไกลผู้คนนับร้อยกิโลเมตร "กาแฟเริ่มจะเย็นหมดแล้วนะพิมพ์" เสียงทุ้มนุ่มของธนัตถ์ดังขึ้นพร้อมกับแก้วเซรามิกอีกใบที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้า ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงความห่วงใยมาให้อย่างพอดี ไม่ล้ำเส้น และให้เกียรติเธอเสมอในยามที่เธอต้องการพื้นที่หายใจ "ขอบคุณนะธนัตถ์... ฉันแค่... คิดอะไรเพลินไปหน่อย" พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามคลายมุมปากเป็นรอยยิ้มบางเบาเพื่อไม่ให้เพื่อนสนิทต้องกังวล "คิดถึงใครบางคนที่กำลังคลั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือเปล่าล่ะ" ธนัตถ์เย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย หวังจะดึงรอยยิ้มกวนๆ ของหญิงสาวให้กลับคืนมา "เชื่อเถอะว่าป่านนี้พฤกษ์คงพลิกแผ่นดินหาเธอจนหัวปั่นไปหมดแล้ว หมอนั่นไม่เคยเสียศูนย์ขนาดนี้มาก่อนในชีวิตหรอก" แค่ได้ยินชื่อนั้น หัวใจของพิมพ์มาดาก็กระตุกวูบ เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที พยายามซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา "ปล่อยเขาไปเถอะ ฉันไม่อยากพูดถึงตาบ้านั่น ตอนนี้ฉันแค่อยากพักผ่อน... แค่นั้นจริงๆ" ธนัตถ์ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเข้าใจ เขารู้ดีว่าใต้ความแข็งกระด้างและฝีปากคมกริบของพิมพ์มาดากำลังซ่อนความลังเลใจเอาไว้ขนาดไหน ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ทว่า... *ปัง!* เสียงประตูรั้วไม้หน้าบ้านถูกผลักกระแทกจนเสียงดังสนั่น แข่งกับเสียงสายฝนที่โปรยปรายภายนอก ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างก้าวเข้ามาอย่างไร้ความเกรงใจ พิมพ์มาดาชะביกตัวขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าผู้มาเยือนไม่ใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็นคนที่เธอไม่อยากเจอและคาดไม่ถึงที่สุดในวินาทีนี้! ประโยคคำรามต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดังลอดเข้ามาในโถงทางเดิน ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันที "ถ้าไม่อยากให้บ้านหลังนี้พินาศคามือฉัน ก็ไสหัวออกมารับหน้าซะ ธนัตถ์!" สิ้นเสียงนั้น ประตูไม้สักของห้องรับแขกก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มที่เปียกชุ่มด้วยละอองฝนยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจภายในห้องด้วยความเร็วแสง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางในชุดฮู้ดตัวโคร่งที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโซฟา พฤกษ์มาแล้ว... เขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอ ณ ที่หลบภัยแห่งนี้ โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่วินาทีเดียว! บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงที่กำลังขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของประธานหนุ่มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและ... ความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด "ไง..." พฤกษ์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแฝงความอันตรายไว้ทุกอณู "หนีมาซุกหัวนอนไกลถึงนี่เชียวนะพิมพ์มาดา... สนุกมากไหมที่ทำให้คนอื่นเขาเป็นบ้าอยู่ฝ่ายเดียวเนี่ยห๊ะ!" พิมพ์มาดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก แม้ในใจจะตื่นตระหนกแต่ภายนอกเธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบตวัดกลับไปมองร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว "นี่นายบ้าไปแล้วหรือไงพฤกษ์ ตามมาถึงนี่ได้ยังไง!" "ฉันจะตามเธอไปลงนรกซะยังได้ ถ้าเธอยังคิดจะหนีหน้าฉันอีกครั้ง..." พฤกษ์ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือหนาเอื้อมคว้าข้อแขนเรียวบางไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พรั่งพรู ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "คิดเหรอว่าซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้แล้วฉันจะหาไม่เจอ!" ธนัตถ์ขยับตัวลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยสีหน้าจริงจัง "พฤกษ์ นายใจเย็นก่อน นี่มันบ้านฉันนะ เวลานี้ไม่ใช่เวลามา..." "ถอยไปธนัตถ์!" พฤกษ์ตวาดลั่นโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนสนิท มืออีกข้างกระชากร่างของพิมพ์มาดาให้เข้ามาประชิดอกขقงตนเองจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างบาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความรัญจวนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโกรธเกรี้ยว พิมพ์มาดาตกใจจนเผลอสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นกายเฉพาะตัวที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ทำเอาสมองของเธอขาวโพลนไปหมด เธอพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับแต่พฤกษ์กลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ปล่อยนะคนบ้า!" เธอกัดฟันกรอด พยายามผลักอกแกร่งออกไป "นายมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้ ลากฉันเข้ามาใกล้ขนาดนี้ทำไม!" พฤกษ์ก้มหน้าลงมาจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่คมที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ฉายแววตัดพ้อและคลั่งรักจนน่ากลัว น้ำเสียงที่เอמהออกมาพร่าต่ำและสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "มีสิทธิ์อะไรน่ะเหรอ..." พฤกษ์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนหยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องนั้น "มีสิทธิ์ในฐานะผู้ชายที่กำลังจะตายเพราะความคิดถึงเธอ... ยัยตัวแสบ!" พิมพ์มาดาชะงักกึก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในสามโลก ในจังหวะที่บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหมายอันลึกซึ้งที่พ1ยามซ่อนไว้ พฤกษ์กลับยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหาเธออย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวเคลื่อนเข้าไปกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาสติของเธอกระเจิดกระเจิง "ส่วนเรื่องที่เราค้างคา... เดี๋ยวเราเคลียร์กันยาวแน่... ทั้งคืน" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคลั่งไปกับตัวละครด้วยกันนะครับ ❤️ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%