"ถ้าคุณยังกล้าพูดประโยคมفเมื่อครู่ซ้ำอีกรอบ ผมรับรองว่าคุณคงต้องไปเคลียร์คิวกับศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าแทนที่จะไปประชุมบอร์ดบริหารพรุ่งนี้เช้าแน่นอนครับ ธนัตถ์"
น้ำเสียงของพฤกษ์ต่ำทุบ กังวานและเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องทำงานกว้างขวางของเพนต์เฮาส์หรูหราราวกับติดลบ นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดสูทราคาแพงที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างไร้ระเบียบ บ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่พุ่งทะลุขีดจำกัดความอดทนไปนานแล้ว
ธนัตถ์หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่มักจะดูเจ้าชู้ขี้เล่นในยามปกติบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายอย่างเปิดเผย เขาส rove สายตากลับไปยังร่างของประธานหนุ่มไฟแรงด้วยความไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างสบายอารมณ์ ทั้งที่สถานการณ์รอบตัวตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติดได้ด้วยประกายไฟเพียงนิดเดียว
"แปลกดีนะพฤกษ์... ปกติแกไม่ใช่คนหวงของสาธารณะไม่ใช่เหรอวะ แต่ทำไมพอกับพิมพ์มาดา แกถึงได้แสดงอาการเหมือนหมาหวงก้างจนน่าสมเพชขนาดนี้ล่ะ หรือว่า... ประธานบริษัทหมื่นล้านอย่างแก กำลังกลัวว่าผู้หญิงคนเดียวจะมองทะลุความปากแข็งแล้วเดินหนีไปหาคนที่ดูแลเธอได้ดีกว่าจริงๆ?"
ผล็ับ!
เสียงกำปั้นหนากระแทกเข้ากับโต๊ะทำงานหินอ่อนอิตาลีราคาแปดหลักอย่างเต็มแรง แรงปะทะทำให้แฟ้มเอกสารกระเด็นตกพื้นกระจัดกระจาย แต่ไม่มีใครสนใจมันแม้แต่คนเดียว พฤกษ์ก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัวเพื่อนสนิทในเสี้ยววินาที สองมือหนากระชากคอเสื้อสูทของธนัตถ์เข้ามาหาตัวอย่างแรงจนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น
"ถอนคำพูดซะ ธนัตถ์" พฤกษ์กัดฟันกรอด สันกรามคมขึ้นสันนูนจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยพิษความหึงหวงที่แผดเผาขั้วหัวใจ "แกก็รู้ว่าพิมพ์ไม่ใช่ 'ของ' ใคร และที่สำคัญที่สุด... เธอไม่ใช่คนที่แกจะเอามาใช้เป็นเครื่องมือเล่นเกมประสาทกับฉันได้!"
"แล้วแกคิดว่าฉันล้อเล่นอยู่หรือไงวะ!" ธนัตถ์ไม่ยอมแพ้ มือแข็งแรงคว้าหมัดเข้าที่ปกเสื้อของพฤกษ์คืนบ้าง นัยน์ตาสสีเข้มฉายแววเอาจริงเอาจังไม่แพ้กัน "แกปากแข็งใส่เขา ผลักไสเขา ทำตัวเย็นชาใส่เขาทุกวัน แล้วคาดหวังให้ผู้หญิงแสบๆ อย่างพิมพ์มาดาเขายืนรออยู่ตรงนี้แบบโง่ๆ งั้นเหรอ? ตื่นเถอะพฤกษ์! ถ้าแกยังทำตัวเป็นไอ้ซึนงี่เง่าแบบนี้ สักวันหนึ่ง... ฉันนี่แหละที่จะพาเธอไปจากชีวิตแกจริงๆ!"
หมัดหนักๆ ของธนัตถ์พุ่งตรงเข้าที่โหนกแก้มของพฤกษ์โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นห้องทำงานเงียบงัน แรงกระแทกทำให้หน้าของประธานหนุ่มหันไปตามแรงเหวี่ยง รสชาติเค็มปร่าของเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปากทันที
แต่นั่นกลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวพฤกษ์ให้ตื่นเต็มตา
พฤกษ์ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มที่เริ่มชาชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความโกรธจัด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เขาไม่รอช้า พุ่งหมัดสวนกลับเข้าที่ท้องน้อยของธนัตถ์อย่างแม่นยำและไร้ความปรานี จนร่างของเพื่อนสนิททรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พรหมราคาแพงรองรับน้ำหนักของชายหนุ่มทั้งสองที่ตอนนี้ลืมความเป็นเพื่อนสนิท สลัดคราบนักธุรกิจผู้ดีลงหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณการแย่งชิงผู้หญิงที่รักด้วยกำลัง
"แกไม่มีวันได้ทำแบบนั้นหรอก..." พฤกษ์ก้มตัวลงไปกระชากคอเสื้อของธนัตถ์ให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธ "เพราะต่อให้ฉันต้องพลิกแผ่นดินกักขังเธอไว้ในกรงทองที่ไม่มีทางหาทางออกเจอ ฉันก็จะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นหลุดมือไปให้ไอ้เพื่อนทรยศอย่างแกเด็ดขาด!"
"หึ... แกมันคนเห็นแก่ตัวพฤกษ์ แกไม่เคยรักใครเป็น นอกจากรักตัวเอง!" ธนัตถ์เค้นเสียงหัวเราะเยาะหยัน แม้ใบหน้าจะเริ่มมีรอยฟกช้ำและมุมปากแตกยับเยินไม่แพ้กัน
ในเสี้ยววินาทีที่หมัดของพฤกษ์กำลังจะพุ่งซัดเข้าใส่ใบหน้าของเพื่อนรักอีกครั้ง เสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น
กริ๊ก...
ประตูห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อคสนิทกลับค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตากลมโตคู่สวยที่เต็มไปด้วยความฉลาดและทันคนกวาดสายตามองสภาพอันยับเยินของชายหนุ่มทั้งสองคนที่กลิ้งอยู่บนพื้นห้องทำงานสุดหรูด้วยความนิ่งงัน
พิมพ์มาดาไม่ได้กรีดร้องตกใจ ไม่ได้วิ่งเข้าไปประคองใคร เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นกอดอก ขยับรอยยิ้มเย้าหยอกที่มุมปากอย่างเหนือกว่า นัยน์ตาทรงเสน่ห์คู่นั้นกวาดมองรอยฟกช้ำบนใบหน้าของพฤกษ์และธนัตถ์สลับกันไปมาด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช
"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะการแสดงงิ้วรอบปฐมทัศน์ของท่านประธานกับเพื่อนรักหรือเปล่าคะเนี่ย?" เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนเอ่ยขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องลงได้อย่างราบคาบ "พอดีฉันลืมเอกสารสำคัญไว้บนโต๊ะ... แต่ดูจากทรงแล้ว พวกคุณสองคนคงไม่ได้กำลังตกลงเรื่องธุรกิจร้อยล้านกันอยู่แน่ๆ ใช่ไหมคะ?"
พฤกษ์ชะงักค้าง หมัดที่เงื้อมไว้ค้างกลางอากาศ ร่างสูงรีบปล่อยมือจากคอเสื้อของธนัตถ์ทันทีราวกับโดนของร้อน ความเย่อหยิ่งและมาดประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่คมเมื่อสบเข้ากับสายตาจับผิดของหญิงสาว
ธนัตถ์ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อน เขายิ้มกริ่มส่งให้พิมพ์มาดาด้วยสายตาเว้าวอนที่จงใจแสดงออกเกินเหตุ "พิมพ์มาดา... พอดีเลยครับ ผมกำลังบอกเพื่อนรักของคุณอยู่พอดีว่า เขาน่ะควรจะเรียนรู้วิธีดูแลผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณให้ดีกว่านี้ ก่อนที่จะสายเกินไป..."
พฤกษ์หันขวับไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทด้วยความโกรธจัดยิ่งกว่าเดิม เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "ธนัตถ์... แกหุบปากเน่าๆ ของแกไปซะ!"
"ทำไมล่ะครับ กลัวพิมพ์เขาได้ยินความจริงเหรอ?" ธนัตถ์เลิกคิ้วท้าทาย
พิมพ์มาดาสบตาพฤกษ์ที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างจากเธอไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่ที่เคยน่าเกรงขามตอนนี้กลับยืนทำตัวไม่ถูกเหมือนเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะชัดเจน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยละล่องเข้ามาปะทะจมูกของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้หัวใจของประธานหนุ่มเต้นรำไม่เป็นส่ำ
พิมพ์มาดาหยุดยืนตรงหน้าพฤกษ์ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว เธอเอื้อมมือเรียวเล็กขึ้นสัมผัสรอยฟกช้ำที่โหนกแก้มของเขาเบาๆ ปลายนิ้วเรียวนุ่มแตะลงบนผิวเนื้อที่บวมช้ำ แม้สัมผัสจะแผ่วเบา แต่กลับทำให้พฤกษ์สะท้านไปทั้งร่าง ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ
"เจ็บไหมคะ... เด็กดื้อ" พิมพ์มาดาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเย้ายวน แต่แววตากลับคมกริบทรงพลัง "หึงฉันจนต้องแปลงร่างเป็นนักเลงข้างถนนเลยเหรอคะ คุณพฤกษ์..."
พฤกษ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาสีเข้มมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ภายในนั้น ความเย่อหยิ่งพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความรู้สึกอับอายและคลั่งรักที่ตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก
เขากัดฟันแน่น เตรียมจะเอ่ยปากแก้ตัวเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า...
พิมพ์มาดาไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ มือเรียวเล็กที่แตะแก้มเขาอยู่เลื่อนลงมาจับปกเสื้อสูทรubยับยับของเขา ดึงรั้งให้ร่างสูงโน้มลงมาหาเธอในระยะประชิดจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดรินริมฝีปากของกันและกัน
"ถ้าคราวหน้ายังกล้าไปต่อunยกับใครเรื่องของฉันอีก..." พิมพ์มาดากระซิบชิดริมฝีปากของเขา แววตาวาววับด้วยประกายความแสบสันต์ที่พฤกษ์หลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น "ฉันจะไม่แค่ยืนดูเฉยๆ แบบนี้แน่ค่ะ... แต่ฉันจะจัดการคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตเลย... สามีขา"
พฤกษ์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น คำว่า "สามีขา" จากริมฝีปากสีเชอร์รี่นั้นกระแทกเข้ากลางใจจนสติกระเจิง ร่างสูงชะงักค้างด้วยความคาดไม่ถึง สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้แย้งใดๆไม่ออก
ในจังหวะที่หัวใจของพฤกษ์กำลังเต้นระรัวและเตรียมจะโน้มใบหน้าลงไปประกบเรียวปากนั่นเพื่อปิดปากคนช่างยั่ว พิมพ์มาดากลับถอยหลังหนีหนึ่งก้าวพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วหันหลังเดินไปหยิบเอกสารบนโต๊ะอย่างสบายใจ
"เอกสารเรียบร้อยแล้วนะคะ งั้นฉันขอตัวกลับก่อนดีกว่า... เชิญพวกคุณสองคน 'เคลียร์' กันต่อตามสบายเลยค่ะ"
พิมพ์มาดาโบกมือลาเบาๆ โดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินปูนอยู่กลางห้อง ประตูห้องทำงานปิดลงเบื้องหลังเธออย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และความรัญจวนใจที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
พฤกษ์ยืนนิ่งค้าง สมองยังคงประมวลผลคำพูดและสัมผัสเมื่อครู่ไม่ทัน ก่อนที่สัญชาตญาณบางอย่างจะสั่งให้เขารีบสาวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูเพื่อตามหญิงสาวตัวแสบกลับมาลงโทษให้สาสُمกับความบังอาจที่กล้าปั่นหัวเขาจนหัวหมุน
แต่ทว่า... เมื่อเขากระชากเปิดประตูห้องทำงานออกไป ทางเดินด้านนอกกลับว่างเปล่าไร้เงาของพิมพ์มาดา มีเพียงเสียงลิฟต์ตัวสุดท้ายที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความบนสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาที่สั่นขึ้นมาเบื้องหน้า
*พรึบ!*
พฤกษ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอย่างร้อนรน ข้อความจากเบอร์คุ้นเคยปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ...
**[พิมพ์มาดา]: "อย่าลืมทาEgo Cream แก้ช้ำนะคะเด็กดี... พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปตรวจความเรียบร้อยที่บริษัทอีกรอบ หวังว่าคุณจะเลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแล้วตั้งใจทำงานสักทีนะคะ... สามี"**
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มเบิกกว้างขึ้น รอยยิ้มร้ายกาจที่เปี่ยมไปด้วยความคลั่งรักและแรงปรารถนาพุ่งทะยานขึ้นบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ แม้โหนกแก้มจะยังระบมและเจ็บแปลบ แต่หัวใจกลับพองโตจนแทบจะระเบิดออกมานอกอก
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่พฤกษ์กำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งจากด้านหลังห้องทำงานที่เพิ่งจะสงบลง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกตะโกนแทรกเข้ามาผ่านบานประตูที่เปิดแง้มไว้ "คุณปู่... คุณปู่ท่านมาถึงล็อบบี้บริษัทแล้วครับ และตอนนี้กำลังขึ้นลิฟต์ตรงมาที่นี่โดยไม่ยอมให้ใครขวางเลยครับ!"
พฤกษ์ชะงักก้าง โทรศัพท์ในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น นัยน์ตาสีเข้มหันขวับกลับไปมองบานประตูห้องทำงานที่กำลังจะถูกเปิดออกโดยบุคคลที่อันตรายที่สุดในเวลานี้!
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง คลั่ง และซัดกันนัวไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ ❤️
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 30
หมัดแลกหมัด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!