แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงในมือของพฤกษ์แทบจะร้าวคามือ เมื่อสายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองร่างระหงของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ภายในห้องทำงานส่วนตัว รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มเวลานี้เย็นเยียบเสียจนอุณหภูมิห้องปรับอากาศลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะพฤกษ์... เธอยังดูเย่อหยิ่งและใจร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย"
เสียงหวานเจี๊ยบที่จงใจลากเสียงยาวเคลือบด้วยความสนิทสนมดังขึ้น พร้อมกับร่างทรงเสน่ห์ในชุดเดรสดีไซน์หรูของ 'ลลินดา' อดีตคนรักเก่าที่เคยสะบั้นรักเขาไปเมื่อหลายปีก่อนเพื่ออนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบในต่างประเทศ เธอก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างถือวิสาสะ โดยไม่สนสายตาของพิมพ์มาดาที่ยืนกอดอกพิงกรอบกระจกใสอยู่มุมห้องเลยแม้แต่น้อย
พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาแถมยังแฝงแววเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน เธอเคาะปลายนิ้วลงบนข้อศอกตัวเองเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังชมละครฉากใหญ่ที่มีแขกไม่เชิญมาร่วมแจมในยามบ่ายที่ควรจะสงบสุข
"ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของท่านประธานกับ... เลขาคนใหม่สินะคะ" ลลินดาจงใจปรายตามองพิมพ์มาดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "แต่ก็นะ... รสนิยมของพฤกษ์พักหลังมานี้ดูจะแปลกตาไปจากเดิมเยอะเลย ไม่คิดว่าลดสเปกมาแนวนี้แล้วด้วยซ้ำ"
คำพูดที่เจือความดูถูกเหยียดหยามถูกพ่นออกมาอย่างไม่เกรงใจเจ้าของสถานที่ พฤกษ์ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนน่ากลัว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์คนปากร้าย พิมพ์มาดาที่เป็นเป้าหมายของการดูถูกกลับเป็นฝ่ายยืดตัวตรงแล้วก้าวเท้าเข้ามากลางวงสนทนาเสียก่อน
"อ๋อเหรอคะ?" พิมพ์มาดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายไร้ความเกรงกลัว "พอดีว่าท่านประธานเขารสนิยมสูงจนเบื่อของเก่าที่หมดอายุขัยน่ะค่ะ เลยต้องลองหาอะไรที่มัน... แซ่บ ท้าทาย และไม่น่าเบื่อดูบ้าง ไม่อย่างนั้นชีวิตชีวาคงเหี่ยวเฉาตายพอดี จริงไหมคะท่านประธาน?"
ประโยคท้ายเธอหันไปเลิกคิ้วส่งยิ้มกวนประสาทให้พฤกษ์ ทว่าในอกของชายหนุ่มกลับกระตุกวูบ เคมีที่ฟุ้งกระจายระหว่างเขากับยัยตัวแสบถูกจุดชนวนขึ้นมาทันที แม้สถานการณ์ตอนนี้จะชวนหงุดหงิดแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความปากกล้าของพิมพ์มาดากลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด
พฤกษ์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์มาดาตามสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติอย่างถือสิทธิ์ ท่าทีสนิทสนมเกินเลยต่อหน้าคนนอกทำให้ลลินดาถึงกับหน้าเสีย สีหน้าที่เคยพยายามปั้นแต่งความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน
"รู้ตัวก็ดี..." พฤกษ์ก้มลงกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากของพิมพ์มาดา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้ว Nearsighted ของหญิงสาวจนเธอต้องแอบกลั้นหายใจด้วยความประหม่า ดวงตาคมดุหันไปมองลลินดาด้วยแววตาไร้เยื่อใย "แล้วก็ช่วยกรุณาจำใส่สมองไว้ด้วยนะลลินดา ว่าคนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับพิมพ์มาดา... เพราะเธอไม่มีค่าพอตั้งแต่เดินออกไปวันนั้นแล้ว"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนบาดลึกเข้าที่ความรู้สึกของหญิงสาวผู้มาใหม่จนหน้าชา ลลินดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ ความตั้งใจที่จะกลับมาทวงคืนพื้นที่ในใจของอดีตแฟนเก่าพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อพบว่ากำแพงที่พฤกษ์สร้างขึ้นนั้นหนาเตอะ และมีผู้หญิงอีกคนยืนหยัดอยู่เคียงข้างอย่างมั่นคงแล้ว
"พฤกษ์... คุณใจร้ายกับฉันเกินไปแล้วนะ เราเคย..."
"จบไปนานแล้ว" พฤกษ์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกวาดมองด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญออกไปจากห้องทำงานของผม แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีกถ้าไม่ใช่วาระเรื่องงาน"
ลลินดากลืนก้อนสะอื้นลงคอด้วยความอัปยศอดสู เธอส่งสายอาฆาตมาที่พิมพ์มาดาแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปังสนั่น
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดที่ค่อยๆ เจือจางลง เหลือเพียงความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุม
พิมพ์มาดาพยายามขยับตัวถอยหลังเพื่อออกจากวงแขนแกร่งที่ยังคงโอบรัดเอวเธอไว้แน่น แต่พฤกษ์กลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย เขากลับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ลอยวนอยู่รอบตัวจนเธอเผลอใจเต้นแรงอย่างไม่รักดี
"ปล่อยได้แล้วมั้งคะท่านประธาน... แฟนเก่าเคลียร์เสร็จแล้วนี่นา จะกอดโชว์ใครอีก" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก
"ใครบอกว่าฉันกอดโชว์?" พฤกษ์ก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาที่มองเธอนั้นไม่มีความหย่อหย่อนเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันและคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม "เธอต่างหากที่ปากเก่งเกินไป... กล้าดียังไงไปรับหน้าแทนฉันแบบนั้น หื้ม?"
"ก็แค่หมั่นไส้ผู้หญิงมารยา... อุ๊บ!"
คำพูดท้าทายถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อพฤกษ์ฉวยโอกาสกดริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำพูดกวนประสาททั้งหมดของเธออย่างรวดเร็วและเอาแต่ใจ สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อก่อนจะถูกความวาบหวามที่เขาจงใจส่งผ่านเรียวปากหยักลากจูงให้เคลิบเคลิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว
มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ลึกล้ำ หนักหน่วง และเปี่ยมไปด้วยความหึงหวงที่ถูกเก็บกดมานาน พฤกษ์ลงโทษริมฝีปากบางที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาด้วยความหมั่นเขี้ยวปนความโลภโมโทสัน จนกระทั่งพิมพ์มาดาต้องทุบไหล่กว้างเบาๆ เพื่อประท้วงขออากาศหายใจ
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อด้วยความพึงพอใจ ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยแก้วเนียนที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างแผ่วเบา
"นี่คือบทลงโทษที่เธอชอบทำตัวเก่งนัก... พิมพ์มาดา" พฤกษ์กระซิบเสียงพร่าชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุนที่นานๆ จะหลุดออกมาทีทำเอาคนฟังขาอ่อนแรง
พิมพ์มาดายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำด่าทอเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ทว่า...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่น ตามด้วยเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้อذنญาต
"พฤกษ์ ฉันมีเรื่องด่วนจะ..."
ธนัตถ์ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—เพื่อนสนิทของเขากำลังยืนโอบกอดและโน้มตัวแนบชิดอยู่กับเลขาตัวแสบที่ริมฝีปากยังบวมเจ่อเห็นได้ชัด บรรยากาศสีชมพูที่ยังไม่ทันจางหายทำเอาธนัตถ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
พฤกษ์หันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที มือหนายังคงโอบเอวพิมพ์มาดาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูไปกับความซึนของบสพฤกษ์และยัยตัวแสบ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 14
ศัตรูหัวใจออกโรง
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!