เสียงหัวเราะคิกคักของพิมพ์มาดาที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ นั่นคือชนวนระเบิดชั้นดีที่ทำลายความสุขุมเยือกเย็นทั้งหมดของพฤกษ์ลงในพริบตา
ร้านอาหารอิตาเลียนหรูใจกลางย่านธุรกิจเวลานี้ควรจะเป็นสถานที่สำหรับมื้อกลางวันอันเงียบสงบ หากไม่ใช่เพราะโต๊ะริมกระจกใส, แสงแดดช่วงบ่ายที่ตกกระทบลงบนเส้นผมสลวยของเธอ, และรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เธอกำลังมอบให้กับผู้ชายอีกคน... ซึ่งดันเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มของเขาเองอย่างธนัตถ์
"ธนัตถ์... นายนี่มันตลกเป็นบ้าเลย ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยที่หัดเล่นมุกแป้กแบบนี้"
เสียงหวานใสเอ่ยแซوพลางใช้มือเรียวเคาะโต๊ะเบาๆ ท่าทางสนิทสนมและเป็นกันเองนั้น บาดลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนที่ยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว พฤกษ์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน แววตาที่ปกติมักจะเรียบนิ่งราวน้ำแข็ง ตอนนี้กลับสั่นระริกด้วยเพลิงโทสะและ... ความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด
เขาอดทนมามากพอแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนที่เธอยั่วโมโหเขาด้วยข้อความกวนประสาท จนถึงเช้านี้ที่จงใจหายตัวมาทานข้าวกับผู้ชายคนอื่นโดยไม่แม้แต่จะส่งข้อความบอกสักแอะ
พรึบ!
เก้าอี้ไม้ราคาแพงถูกกระชากออกอย่างแรงจนส่งเสียงครูดไปกับพื้นกระเบื้อง ธนัตถ์ที่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างถึงกับชะงักค้าง ส่วนพิมพ์มาดาที่เงยหน้าขึ้นมองตามเงาทะมึนที่ทาบทับลงมา ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"พะ... พฤกษ์?"
ไม่รอให้หญิงสาวได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวบางของพิมพ์มาดาอย่างถือวิสาสะแรงพอสมควรแต่ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ ก่อนจะออกแรงดึงให้เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงานและลูกค้าโต๊ะข้างเคียง
"นี่คุณ! ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยฉันนะ!" พิมพ์มาดาอุทานเสียงหลง หน้าหวานตื่นตระหนกแกมโกรธ เธอพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของคนตัวโตกว่ากลับเปรียบเสมือนคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุด
"กลับบ้าน" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เอ่ยออกมาสั้นๆ แต่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้
"ฉันยังทานข้าวไม่เสร็จ! แล้วฉันจะไปไหนกับใคร มันก็เรื่องของฉัน ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ!" พิมพ์มาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศ เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมดุที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของเขา "ปล่อยนะพฤกษ์ คนมองกันทั้งร้านแล้ว!"
"อยากให้มองมากกว่านี้ก็ลองโวยวายต่อสิครับ พิมพ์มาดา" พฤกษ์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าแต่น่ากลัวจนคนฟังขนลุกซู่ "คิดจะลองดีหนีเที่ยวกับเพื่อนฉันงั้นเหรอ? หืม... เก่งนักนะแม่ตัวแสบ"
ธนัตถ์รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าฉายแววตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เขายกมือขึ้นปรามเพื่อนสนิทด้วยความงุนงง "เฮ้ยๆ ใจเย็นก่อนพฤกษ์ นายเป็นบ้าอะไรวะ มากินข้าวเฉยๆ เอง เดี๋ยวดิ..."
"เรื่องของเราทีหลัง นายอยู่เงียบๆ ไปซะ ธนัตถ์" พฤกษ์ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาพิฆาตเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันมาล็อกเป้าหมายที่ดื้อรั้นที่สุดในชีวิต "ส่วนเธอกลับกับฉัน เดี๋ยวนี้!"
ไม่เปิดโอกาสให้พิมพ์มาดาได้อ้าปากเถียงหรือหาข้ออ้างใดๆ อีกต่อไป พฤกษ์ใช้แขนอีกข้างโอบเอวบางรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดลำตัว ก่อนจะกึ่งอุดูกึ่งลากเดินดุ่มๆ ออกจากร้านอาหารหรูแห่งนั้นท่ามกลางสายตานับสิบชีวิตที่หันมามองเป็นตาเดียว พิมพ์มาดาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายปนความโกรธจัด เธอทั้งทุบทั้งตีแผ่นอกกว้าง แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับแรงควายถึกของประธานหนุ่มผู้กำลังสติหลุดเพราะความหึง
รถยนต์หรูคันงามพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูง บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แอร์เย็นฉ่ำแต่กลับไม่อาจดับเพลิงโทสะที่คุกรุ่นอยู่ในอกของคนขับได้เลยแม้แต่น้อย
พฤกษ์กำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สายตาคมกวาดมองถนนเบื้องหน้าสลับกับเหลือบมองคนข้างๆ ที่นั่งกอดอกหน้าบึ้งสนิท ใบหน้าสวยเชิดขึ้นหนีไปทางกระจกฝั่งข้าง ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำตั้งแต่ขึ้นรถมา
ความเงียบที่น่าอึดอัดดำเนินไปเกือบสิบนาที ก่อนที่พฤกษ์จะทนไม่ไหว เป็นฝ่ายทุบทำลายความเงียบนั้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง
"สนุกมากไหม?"
พิมพ์มาดาหันขวับมามองทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "อะไรของคุณ? หมายถึงเรื่องอะไรล่ะ ที่ฉันไปกินข้าวกับธนัตถ์ หรือเรื่องที่ฉันมีความสุขดีเวลาที่ไม่ได้อยู่ใกล้คุณ?"
กึก!
รถหรูถูกเบรกกะทันหันจนตัวรถกระตุกหยุดนิ่งสนิทชิดริมฟุตบาทในซอยเปลี่ยวที่ลับตาคน พฤกษ์หันขวับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบฉายประกายอันตรายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"พิมพ์มาดา!" เขาเรียกชื่อเธอเต็มเสียง น้ำเสียงเจือความเจ็บปวดลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความโกรธ "เธอทำแบบนี้ทำไม? อยากประชดอะไรนักหนา หิวแสงเหรอ ถึงต้องไปนั่งยิ้มเรี่ยราดให้ไอ้ธนัตถ์มันหยอดมุกใส่หน้าตาเฉย ทั้งที่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่!"
"แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะ!" พิมพ์มาดาตวาดกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความน้อยใจที่สะสมมานาน "ในเมื่อคุณทำตัวเย็นชาใส่ฉัน พูดจาใจร้ายใส่ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าฉันเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ เป็นยัยตัวแสบที่คุณจะเหวี่ยงใส่ตอนไหนก็ได้ แล้วทำไมฉันต้องแคร์ความรู้สึกคุณด้วย! อยากให้ฉันอยู่ใกล้เหรอ? ฝันไปเถอะ!"
คำพูดที่พั่งพรูออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจทำเอาพฤกษ์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาคมที่เคยดุดันกลับไหววูบลงอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความกลัวลึกๆ ที่เพิ่งตระหนักได้ว่า... เขากำลังจะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปจริงๆ
พฤกษ์ขยับตัวเข้าไปประชิดเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนรุ่มจากตัวเขาโอบล้อมพิมพ์มาดาไว้ทุกทิศทาง จนเธอต้องเอนหลังติดเบาะรถอย่างจนมุม มือหนาสองข้างยกขึ้นกอบกุมใบหน้าเนียนใสของเธอไว้บังคับให้ดวงตากลมโตสบประสานกับสายตาของเขาตรงๆ
"มองตาฉัน..." เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกเล็กน้อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ปล่อยนะ..." พิมพ์มาดาพยายามหลบสายตา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งได้กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของจากเขา เธอยิ่งรู้สึกพ่ายแพ้
"ฉันบอกให้มองฉัน พิมพ์!" พฤกษ์เน้นย้ำเสียงเข้ม แต่แววตาอ่อนแสงลงจนน่าใจหาย ปลายนิ้วโป้งหยาบกร้านลูบไล้เบาๆ บนแก้มเนียนอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย "ที่ฉันพูดจาใจร้าย... ที่ฉันทำเป็นผลักไส... เธอยังดูไม่ออกจริงๆ เหรอวะ ว่าฉันทำไปเพราะอะไร?"
พิมพ์มาดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เธอนิ่งงันไปเมื่อเห็นหยาดอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธ... แต่มมันคือความหึงหวง ความคลั่งรัก และความกลัวที่จะสูญเสียจนแทบเป็นบ้า
"พฤกษ์..." เสียงหวานแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
พฤกษ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ความเงียบงันในรถตลบอบอวลไปด้วยเคมีที่ร้อนแรงและเปราะบางในเวลาเดียวกัน
"ฉันหึงเธอจนแทบจะฆ่าไอ้ธนัตถ์อยู่แล้ว..." พฤกษ์กระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าเต็มไปด้วยความยอมจำนน "และถ้าเธอยังกล้าไปยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นอีกแม้แต่ครั้งเดียว... ฉันไม่รับรองนะพิมพ์ ว่าฉันจะทำ ‘อะไร’ กับเธอบ้าง"
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเหลือระยะห่างเพียงแค่กระดาษกั้น พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อปลายนิ้วของเขาเลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากของเธอแผ่วเบา
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้แนบชิดกันตามแรงดึงดูดอันมหาศาล
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกรถยนต์ด้านคนขับดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาตะคุ่มของบุคคลที่สามที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ด้านนอก พฤกษ์สบถออกมาคำรามต่ำด้วยความหัวเสียอย่างถึงที่สุด ก่อนจะหันขวับไปมองผ่านกระจกด้วยแววตาพร้อมฆ่าคน
และเมื่อกระจกฟิล์มมืดถูกลดลงครึ่งหนึ่ง ปรากฏใบหน้ากวนประสาทของธนัตถ์ที่ถือแก้วกาแฟสองแก้วยืนโบกมือหยอยๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ
"เฮ้ย... โทษทีว่ะเพื่อน พอดีลืมเคลียร์บิล... อ้าว พิมพ์ก็อยู่ด้วยเหรอ นึกว่าหนีมาขัดจรวดกันซะอีก พอดีเลย ฉันซื้อกาแฟมาฝาก..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูไปกับความคลั่งรักของบสพฤกษ์และยัยตัวแสบ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 15
ความหึงที่ระเบิดออก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!