ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 16

คำสารภาพที่ถูกกลืนหาย

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงกระแทกของแก้วไวน์กระทบลงบนโต๊ะหินอ่อนดัง *“ก๊อง”* จนของเหลวสีแดงเข้มกระฉอกเปรอะขอบแก้ว คือสัญญาณเตือนภัยที่ธนัตถ์รู้ดีว่า… เพื่อนสนิทของเขากำลังสติแตกถึงขีดสุด “นายพูดจบหรือยัง ธนัตถ์” น้ำเสียงของพฤกษ์ต่ำทุบลงในลำคอ มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราดแบบคนไร้เหตุผล แต่เป็นความนิ่งสนิทแบบผิวน้ำในมหาสมุทรลึก ที่เบื้องล่างเต็มไปด้วยกระแสน้ำวนพร้อมฉีกกระชากทุกอย่างเป็นชิ้นๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงจ้องมองเพื่อนสนิทเขม็ง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่เดือดพล่าน ธนัตถ์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ผู้ชายเจ้าสำราญที่รู้ว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า “ทำไมล่ะพฤกษ์ ฉันแค่ชวนพิมพ์ไปงานเปิดตัวแกลเลอรีสัปดาห์หน้า ในฐานะ ‘เพื่อนสนิท’ ที่น่ารักคนหนึ่ง นายจะเดือดร้อนอะไรขนาดนั้น หรือว่า…” ธนัตถ์เว้นจังหวะ จงใจโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ “กลัวว่าผู้หญิงเขาจะเบื่อคนปากร้ายอย่างนาย แล้วหันมาซบไหล่คนอบอุ่นแบบฉันแทน?” *เปรี้ยง!* ภาพในหัวของพฤกษ์ตัดขาดผับผึ่ง ความอดทนที่สั่งสมมาตลอดสามสัปดาห์พังทลายลงในพริบตา ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นเต็มความสูงจนเก้าอี้ไวน์ล้มคว่ำไม่เป็นท่า แต่ก่อนที่หมัดหนักๆ จะได้พุ่งไปกระแทกหน้าหล่อเหลาของเพื่อนรัก ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงจากด้านนอก “หยุดทำตัวเป็นเด็กปัญญาอ่อนสักทีได้ไหม พฤกษ์!” เสียงหวานใสกังสดาลแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังแทรกขึ้นกลางอากาศ พิมพ์มาดายืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาสสมเพชแกมเย้ยหยัน เส้นผมยาวสลวยสะบัดตามแรงหัน เธอก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างมั่นคง ราวกับพญาเสือสาวที่เดินเข้าสู่สนามล่า โดยไม่สะทกสะท้านต่อออร่าความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มเลยแม้แต่น้อย พฤกษ์ชะงัก หมัดที่กำแน่นค้างกลางอากาศ สายตาคมกริบหันขวับไปมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามา “เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่…” เสียงของเขาแหบพร่า ความหึงหวงที่ปะทุอยู่ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นลึกๆ “นานพอที่จะได้ยินผู้ชายสองคนยืนเถียงกันเรื่อง ‘ผู้หญิง’ เหมือนเด็กอนุแย่งของเล่นกันน่ะสิคะ” พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก เดินตรงดิ่งเข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างผู้ชายสองคน เธอกวาดสายตามองหน้าพฤกษ์ที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธขึง ก่อนจะหันไปสบตากล่าวกับธนัตถ์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่า “ขอบคุณสำหรับคำชวนนะคะธนัตถ์ ไว้ใกล้ถึงวันงานเราค่อยคุยกันอีกทีนะ ตอนนี้… ขอฉันเคลียร์กับ ‘เด็กโข่ง’ แถวนี้ก่อน” ธนัตถ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกมือยอมแพ้เชิงสัญลักษณ์ “โอเค งั้นฉันไม่กวนคู่รัก… เอ๊ย คู่กัดเขาเคลียร์กันดีกว่า เจอกันนะพิมพ์” ร่างสูงของธนัตถ์เดินเลี่ยงออกไปจากห้อง พร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้ความ ทิ้งให้ภายในห้องทำงานกว้างใหญ่เหลือเพียงความอึดอัดและแรงกดดันมหาศาลที่แทบจะทำให้หายใจไม่ออก บรรยากาศเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว พฤกษ์ยังคงยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจับจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่ตรงหน้า “เธอตกลงจะไปกับมันจริง ๆ เหรอ พิมพ์มาดา” พฤกษ์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน น้ำเสียงของเขาเบาหวิว แต่มันสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความโกรธ “ทุกลมหายใจที่เธอกล้าหาญทำตัวดื้อรั้นใส่ฉัน คือการเตรียมตัวเพื่อจะไปอ่อยมันใช่ไหม?” พิมพ์มาดาหุบยิ้มทันที ดวงตาคู่สวยวับวาวขึ้นมาด้วยความกรุ่นโกรธ คำว่า ‘อ่อย’ ที่หลุดออกมาจากปากเขา มันตีค่าความสัมพันธ์ของเธอและเขาต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนเกินกว่าจะทนฟัง “ปากนี่นะคะ… ถ้าไม่มีอะไรจะพูดดี ๆ ก็หุบไปเถอะค่ะพฤกษ์” พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไวน์จาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูก แต่เธอไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย “ฉันจะไปกับใคร ทำอะไร มันคือสิทธิส่วนบุคคลของฉัน เราเป็นอะไรกันคะ? ถึงได้มาทำหน้ายักษ์หน้ามาร คอยตามหึงตามหวงฉันเหมือนหมาหวงก้างแบบนี้!” “ฉันเป็นเจ้านายเธอ!” พฤกษ์ตะคอกกลับเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโหที่ถูกเธอยั่วโมโหจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ “และฉันก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ!” “หึ เจ้านายเหรอคะ?” พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นชาและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอยกมือขึ้นแตะที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของเขา ใช้นิ้วเรียวยาวไล่ลงมาตามกระดุมเสื้อช้า ๆ อย่างท้าทาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ “เจ้านายที่ไหนเขาเอาแต่ใจตัวเอง คอยควบคุมชีวิตคนอื่น แล้วก็คอยเอาความหึงหวงปัญญาอ่อนมาลง 
ใส่ลูกน้องแบบคุณล่ะคะ? หรือว่าที่จริงแล้ว…” เธอเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมกริบคู่นั้นมองทะลุเข้ามาในความรู้สึก “…ที่คุณทำตัวเป็นหมาบ้าหวงก้างอยู่ตอนนี้ เพราะคุณกลัวว่าฉันจะหลุดมือไปจริง ๆ หะคะ พฤกษ์?” คำถามนั้นราวกับศรอาบยาพิษที่พุ่งปักเข้ากลางใจพฤกษ์อย่างจัง ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตา ใช่… เธอกลัวถูกใจดำ เธอมองทะลุเปลือกนอกที่เย่อหยิ่งและปากร้ายของเขา จนเห็นความจริงที่เน่าเฟะข้างใน—ความจริงที่ว่าเขาขาดเธอไม่ได้ พฤกษ์นิ่งงัด กรามขบแน่น มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกุมต้นแขนมนทั้งสองข้างของพิมพ์มาดาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้เจ็บ แต่พิมพ์มาดากลับไม่ปริปากร้องสักแอะ เธอยังคงเชิดหน้าสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่ระอุไปด้วยไฟอารมณ์ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟลุกโชน “ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ…” พฤกษ์กระซิบเสียงพร่ามัว ความเย่อหยิ่งทิฐิทั้งหมดถูกโยนทิ้งลงพื้น เหลือเพียงความจริงที่ดิบเถื่อนและเปราะบางที่สุดในหัวใจ “ถ้าฉันบอกว่าฉันคลั่งเธอจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว… เธอยังจะกล้าไปไหนอีกไหม พิมพ์มาดา?” หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ จังหวะการเต้นของมันรัวเร็วเสียจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ดวงตากลมโตไหวระริกเป็นครั้งแรก ปราการความแข็งกร้าวที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มสั่นคลอนภายใต้อ้อมกอดและแววตาเว้าวอนที่แฝงความเจ็บปวดของคนตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรก… ที่ผู้ชายปากร้าย เย่อหยิ่ง และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมจำนนต่อหน้าเธอด้วยคำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ริมฝีปากของพฤกษ์เผยอออกเล็กน้อยเพื่อจะพูดบางอย่างต่อ ความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากัน ทว่า… ในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะกลMเบือนความรู้สึกทั้งหมดให้หลอมละลายเป็นหนึ่งเดียว *ก๊อก ๆ ๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง “คุณพฤกษ์คะ เอกสารด่วนจาก… อ๊ะ! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าคะ?” เสียงแหลมสูงของเลขานุการสาวหน้าใหม่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังจะกลายเป็นสีเพลิง พิมพ์มาดาสดุดตากับภาพตรงหน้า เธอรีบผลكอกพฤกษ์ออกห่างอย่างแรงในทันที ใบงดงามขึ้นสีแดงจัดด้วยความกระดากอาย พฤกษ์สบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย เขาสบตากับพิมพ์มาดาที่ตอนนี้ก้าวถอยหลังไปสามก้าว และก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยรั้งอะไร… “ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะสำคัญนะคะ เจ้านาย” พิมพ์มาดายิ้มหวานหยดให้เขา รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษสนิทใจ ก่อนจะหันหลังเดินลิ่ว ๆ ผ่านหน้าเลขานุการสาวออกไปจากห้องอย่างไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามอง พฤกษ์ยืนกำมือแน่น มองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปหลังบานประตู หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความหงุดหงิดระคนกระวนกระวาย แต่ทว่า… สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็น ‘บางสิ่ง’ ที่พิมพ์มาดาทำตกไว้บนพรมหน้าโต๊ะทำงานของเขา—สมุดบันทึกเล่มเล็กสีดำคุ้นตาที่เธอพกติดตัวตลอดเวลา และบนหน้าปกนั้น มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะไว้ด้วยลายมือหวัด ๆ *‘คนปากแข็ง… สมน้ำหน้า’* พฤกษ์ก้มลงหยิบมันขึ้นมา หัวใจกระตุกวาบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก เขากำสมุดเล่มนั้นไว้แน่นในมือ พร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นทีละน้อย (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของบอสพฤกษ์และยัยตัวแสบ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%