เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานดัง *คลิก* เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดว่า ไม่มีช่องว่างให้ใครหน้าไหนหลบหนีความจริงในห้องนี้ได้อีกต่อไป
พฤกษ์ไม่ได้ขยับตัวเข้าประชิดทันทีอย่างที่พิมพ์มาดาคาดการณ์ไว้ ร่างสูงในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่าเพียงแค่ยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งกอดอกแน่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มดุดันคู่นั้นกำลังจับจ้องร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าความเกรี้ยวกราด... มันคือความสับสนระคนร้าวรานที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ด้วยฟอร์มจัด ๆ ของประธานบริษัท
"คิดจะทำอะไรของคุณพฤกษ์ ล็อกห้องทำไมคะ" พิมพ์มาดายังคงรักษากำแพงความแข็งกระด้างไว้ด้วยน้ำเสียงเรียบตึง แม้ปลายนิ้วที่ประสานกันไว้หน้าท้องจะจิกเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดก็ตาม
"ถ้าไม่ล็อก... ผมก็คงไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณดี ๆ สินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น "หรือว่าคุณอยากจะวิ่งหนีผมไปหาไอ้ธนัตถ์อีก ถึงได้ทำตัวมีพิรุธนัก"
คำพูดนั้นแทงใจดำเข้าอย่างจัง พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ หยาดน้ำใสที่เอ่อคลออยู่หน่วยตาซ้ายเกือบจะร่วงหล่นลงมาอยู่แล้วเชียว แต่เธอก็เลือกที่จะแหงนหน้าขึ้นเพื่อสะกดกลั้นมันไว้ ความแสบสันต์ในตัวไม่เคยยอมให้ใครมามองว่าเธออ่อนแอ... โดยเฉพาะผู้ชายคนนี้
"ใช่ค่ะ! ฉันจะไปไหน จะไปกับใคร มันก็สิทธิ์ของฉัน คุณเป็นแค่เจ้านาย... มีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตส่วนตัวของฉันคะ!"
"สิทธิ์เหรอ..." พฤกษ์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความเงียบ ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างกดดัน "อยากรู้ใช่ไหมครับว่าผมมีสิทธิ์อะไร"
ทุกย่างก้าวของเขาทำให้พิมพ์มาดาต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับตู้หนังสือกระจกด้านหลัง ปิดตายทุกเส้นทางหนี ดวงตาคมกริบของพฤกษ์โน้มใบหน้าลงมาอยู่ในระดับเดียวกัน ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับความร้อนผ่าวจากลมหายใจของเขาเริ่มปั่นป่วนสติสัมปชัญญะของเธอ
"คุณพฤกษ์..." เสียงของเธอสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมขึ้นมาแตะเบา ๆ ที่ข้างแก้มเนียน ปาดหยดน้ำตาที่เล็ดลอดออกมาเพียงหยดเดียวออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่ขัดแย้งกับแววตาดุดันนั้นทำให้หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ
"ปากเก่งนักนะครับ..." พฤกษ์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตัดพ้อที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ปากบอกว่าผมเป็นแค่เจ้านาย... แต่ทำไมเวลาผมเห็นคุณยืนอยู่ใกล้ไอ้ธนัตถ์ หัวใจบ้า ๆ นี่มันถึงได้ร้อนรนจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วล่ะครับ พิมพ์มาดา"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ทำเอาคนที่ตั้งป้อมเตรียมปะทะฝีปากถึงกับชะงักงัน ลมหายใจของพิมพ์มาดาสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน
นี่เขา... กำลังยอมจำนนต่อความรู้สึกตัวเองแล้วอย่างนั้นหรือ
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณคะ" พิมพ์มาดาเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวบนพวงแก้ม หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก "คุณแค่เสียหน้าที่มีลูกน้องฝ่าฝืนคำสั่งต่างหากล่ะ อย่ามาพูดจา... อื้อ!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อพฤกษ์หมดความอดทนที่จะฟังคำปฏิเสธอีกต่อไป ริมฝีปากหนาประกบแนบสนิทลงมาบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้การลังเล เป็นจูบที่ไม่ได้รุกรานด้วยความป่าเถื่อน แต่เต็มไปด้วยความโหยหา อัดแน่นด้วยความหึงหวง และความอึดอัดที่สะสมมานานนับแรมเดือน
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือบางระดมทุบลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นมีหรือจะสู้แรงของประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจได้ พฤกษ์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับสัมผัสที่ลึกล้ำและอ่อนหวานขึ้นทีละน้อย
ความโกรธขึงในตอนแรกมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงรสสัมผัสหอมหวานที่ทำให้สมองของพิมพ์มาดาขาวโพลน กำแพงทิฐิที่สร้างมานานนิ่งอึ้งพังทลายลงราบคาบ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยความเสียใจ แต่เป็นเพราะความอัดอั้นที่ได้รับการปลดปล่อยเสียที
สัมผัสเปียกชื้นที่ข้างแก้มทำให้พฤกษ์ชะงัก เขาผริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก
"ร้องไห้ทำไมครับ..." พฤกษ์ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น "ผมทำร้ายจิตใจคุณอีกแล้วใช่ไหม"
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ตรง ๆ แววตาคู่สวยฉายความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด "แล้วคุณทำแบบนี้ทำไมคะ... ทำให้ฉันคิดไกล ทำไมต้องทำให้ฉันรู้สึก... ทั้งที่คุณปากร้ายใจร้ายกับฉันตลอด"
"เพราะผมรักคุณไงครับ..."
ประโยคสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของพฤกษ์ ทำให้ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับเวลาหยุดเดิน ไม่มีเสียงถกเถียง ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ มีเพียงสายตาจริงจังและลึกซึ้งที่ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดออกมาจนหมดเปลือก
พิมพ์มาดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
มือแกร่งที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนมาโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง พฤกษ์ก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูเล็ก เสียงทุ้มพร่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่หาดูได้ยาก
"ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่พูดจาไพเราะ... และอาจจะชอบทำตัวน่าโมโหใส่คุณ แต่เชื่อเถอะนะครับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้หญิงคนเดียวในสายตาและหัวใจของผม... มีแค่คุณพิมพ์มาดาคนนี้คนเดียว"
บรรยากาศหวานซึ้งกำลังอบอวลไปทั่วพื้นที่ ความรู้สึกที่เคยขัดแย้งกันมาตลอดถูกชำระล้างด้วยความจริงใจ พิมพ์มาดากะพริบตาไล่หยาดน้ำตา ปลายจมูกรั้นแดงระเรื่อ เธอกำลังจะอ้าปากเอื้อนเอยคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจออกมาบ้าง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกดันเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต!
"พฤกษ์ นายอยู่ในนี้รึเปล่า... ฉันมีเอกสารด่วนต้องให้..."
ร่างของธนัตถ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคมของเพื่อนสนิทเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นประธานหนุ่มมาดขรึมกำลังยืนโอบกอดลูกน้องสาวคนสนิทในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่า... แนบแน่นจนเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องจะพึงกระทำ!
พฤกษ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ดวงตาดุดันหันขวับไปจ้องผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับช่วงเวลาหัวใจเต้นแรงของบอสพฤกษ์และยัยตัวแสบ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 17
ปรับความเข้าใจบนคราบน้ำตา
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!