ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 18

เดทแรกที่ไม่เรียกว่าเดท

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นควันจากเตาย่างหมู่อิ่มตัวด้วยซีอิ๊วและน้ำตาลปี๊บ ลอยอลวนเคล้ากับกลิ่นไอฝนที่เพิ่งซาลงบนพื้นถนนยางมะตอย แสงไฟนีอオンสีส้มสลัวจากร้านรถเข็นริมทางสาดกระทบใบหน้าคมสันของชายหนุ่มผู้ไม่เคยย่างกรายมายังสถานที่แบบนี้ในรอบทศวรรษ ท่านประธานพฤกษ์ในชุดสูทแบรนด์ดังระดับโลกที่ไร้เนคไท กระดุมเสื้อเม็ดบนปลดออกอย่างลวกๆ ยืนกอดอกพิงเสาไฟฟ้าอย่างขัดเขิน ดวงตาคู่คมกวาดมองเก้าอี้พลาสติกสีแดงตัวเตี้ยที่ตั้งอยู่บนฟุตปาธด้วยความรู้สึกเหมือนมันคือกำแพงหนามยักษ์ "ถ้าจะยืนทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปลานประหารขนาดนั้น กลับเพนท์เฮาส์หรูของคุณไปเถอะครับ ท่านประธาน" เสียงใสติดจะเยาะหยันเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างบางของพิมพ์มาดาที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกตัวนั้นอย่างไม่ยี่หระ เธอตวัดหางตามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มท้าทาย ปลายผมยาวสลวยไหวตามแรงสะบัดหน้า ความดื้อรั้นในแววตาคู่นั้นคือสิ่งที่ทำให้พฤกษ์ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างจำยอม พฤกษ์ขยับกรอบแว่นสายตาที่ไม่ได้มีค่าสายตาอะไร (แต่เขาใส่เพื่ออำพรางความประหม่า) ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม ความยาวของเรียวขาทำให้เข่าของเขาเกือบชนกับเข่าของเธอในพื้นที่แคบๆ "ผมไม่ได้กลัวความสกปรก" พฤกษ์เอ่ยเสียงเรียบ พยายามรักษาฟอร์มของนักบริหารมือทองไว้ให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ากลิ่นปลาร้าจากร้านส้มตำข้างๆ จะลอยมาเตะจมูกจนเขาต้องกลั้นหายใจ "ผมแค่มองหาความคุ้มค่า... ในฐานะนักธุรกิจ การจ่ายเงินสามสิบวาฬเพื่อแลกกับอาหารริมทางที่ไม่มีการันตีสุขอนามัย มันคือความเสี่ยงที่ไร้สาระ" "อ๋อเหรอคะ?" พิมพ์มาดายื่นหน้าเข้ามาใกล้ โน้มตัวข้ามโต๊ะพลาสติกตัวเล็กจนลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นชาเขียวปะทะเข้ากับปลายจมูกของคนปากแข็ง ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับด้วยความสนุกสนาน "งั้นก็เชิญท่านประธานผู้ทรงเกียรติ นั่งอดตายแล้วมองฉันซดน้ำยำแซ่บๆ ให้ดูเป็นขวัญตาไปก็แล้วกันค่ะ" พูดจบเธอก็หันไปสั่งแม่ค้าเสียงใส "ป้าคะ! เอาหมูปิ้งสิบไม้ แล้วก็ส้มตำปูปลาร้าพริกสิบเม็ดค่ะ!" พฤกษ์ขมวดคิ้วมุ่น "พริกสิบเม็ด? คุณบ้าไปแล้วหรือพิมพ์มาดา กระเพาะคุณทำด้วยเหล็กกล้าหรือไง" "เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" พิมพ์มาดาหรี่ตามอง จับสังเกตอาการร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน "อุ๊ย... หรือว่ากลัวฉันท้องเสียแล้วไม่มีคนไปปะทะฝีปากด้วยในห้องประชุมพรุ่งนี้เช้า" "ผมแค่ไม่อยากโดนคณะกรรมการบริษัทสอบสวนข้อหาปล่อยให้คู่ค้าอาหารเป็นพิษตายคาโต๊ะทำงานต่างหาก" ชายหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดเพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างไร้เหตุผลเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้เกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยทางใจ ไม่นานนัก อาหารหน้าตาสนนราคาไม่กี่สิบบาทก็ถูกยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมยั่วใจของหมูปิ้งติดมันเยิ้มๆ และส้มตำสีจัดจ้านกระแทกต่อมรับรสจนพฤกษ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขามองไม้หมูปิ้งในจานพลาสติกที่มีคราบน้ำมันติดอยู่ แล้วเงยหน้ามองหญิงสาวที่หยิบไม้หมูปิ้งขึ้นมากัดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ความเป็นกุลสตรีสักนิด "กินสิคะ หรือว่ากินไม่เป็น ต้องให้ฉันป้อนเหมือนเด็กอนุบาลไหม?" พิมพ์มาดายื่นไม้หมูปิ้งมาจ่อตรงหน้า แกล้งทำสายตากรุ้มกริ่มใส่ พฤกษ์นิ่งงังไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสลับระหว่างไม้หมูปิ้งกับใบระเรื่อของหญิงสาว ก่อนที่ความถือดีจะถูกความหมั่นไส้เข้าครอบงำ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วงับเนื้อหมูปิ้งจากไม้ที่เธอยื่นมาเคี้ยวหน้าตาเฉย สัมผัสแรกคือความหวานเค็มกลมกล่อมที่ละลายในปาก ตัดกับความมันของเนื้อหมูที่ย่างจนเกรียมกำลังดี มันอร่อยเสียจนเขารู้สึกเสียดายภาพลักษณ์ที่ตัวเองสะสมมาครึ่งค่อนชีวิต "เป็นไงล่ะคะ?" พิมพ์มาดายิ้มกริ่ม รอฟังคำวิจารณ์ "ก็... พอกินได้" พฤกษ์เคี้ยวตุ้ยๆ แต่สายตากลับจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เปื้อนคราบน้ำยำนิดๆ อย่างเผลอไผล มือหนายื่นออกไปโดยอัตโนมัติ ปลาย้วยนิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบซอสที่มุมปากให้เธออย่างแผ่วเบา โดยปราศจากคำพูดใดๆ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วขณะ เสียงจอแจของผู้คนและรถราข้างถนนพลันเงียบหายไปในโสตประสาท พิมพ์มาดาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนประหม่า หัวใจเจ้ากรรมกระกระสนเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ปลายนิ้วอุ่นจัดของชายหนุ่มที่แตะอยู่ริมฝีปากส่งกระแสความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความซึนเดระที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แววตาของพฤกษ์ที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ความหวงแหน และความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งมาตลอด "พ... พฤกษ์..." เสียงของพิมพ์มาดาแผ่วเบาลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พฤกษ์ไม่ได้ถอนมือกลับ เขายังคงค้างปลายนิ้วไว้อย่างนั้น ใบหล่อเหลาโน้มเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน ความนุ่มนวลที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้นทำเอาคนปากเก่งอย่างพิมพ์มาดาถึงกับไปไม่เป็น สมองขาวโพลนคิดคำพูดจิกกัดไม่ออกแม้แต่คำเดียว "ถ้าคุณยังทำหน้าแบบนี้... และยังใช้สายตาสวยๆ แบบนี้มองผม" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ลอดผ่านความเงียบงันระหว่างกัน "ผมอาจจะทนไม่ไหว... และอุ้มคุณขึ้นรถกลับเพนท์เฮาส์เดี๋ยวนี้เลยนะพิมพ์มาดา" คำขู่ที่เจือด้วยความเอาจริงเอาจังทำให้พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริง และสัญชาตญาณเตือนว่าเธอกำลังเดินเข้าสู่เขตอันตรายที่เธอเป็นฝ่ายควบคุมไม่ได้เสียแล้ว ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศริมทางที่หวานล้ำจนน่าประหลาดใจนั้นเอง "อ้าว! พิมพ์!บังเอิญจังเลยครับ มาทำอะไรแถวนี้เนี่ย?" เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว พฤกษ์ชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ดวงตาคมกริบตวัดขวับไปยังต้นเสียงด้วยความหงุดหงิดระดับสูงสุด ธนัตถ์ยืนยิ้มแป้นถือแก้วชาไข่มุกอยู่ตรงหน้า พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะโดยไม่รู้ตัวเลยว่า เขากำลังเดินเข้าสู่สนามรบที่ระเบิดเวลาถูกจุดชนวนไว้เรียบร้อยแล้ว... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับช่วงเวลาหัวใจเต้นแรงของบอสพฤกษ์และยัยตัวแสบ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%