ความมืดและกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาจากบานประตูที่ถูกเปิดออก ทำให้บรรยากาศระอุเมื่อครู่เปลี่ยนขั้วอย่างฉับพลัน
พฤกษ์ดึงสติกลับมาในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของนักธุรกิจและนักล่าทำให้เขาขยับตัวบังร่างบางของพิมพ์มาดาไว้ด้านหลังโดยอัตโนมัติ แผงอกแกร่งขยับเข้าประชิดเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่ไร้เชิญ แม้ดวงตาคมกริบจะตวัดมองไปยังเงาร่างที่ยืนอยู่ปลายเตียงด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด
"นายเข้ามาได้ยังไง... ธนัตถ์"
น้ำเสียงของพฤกษ์ต่ำทุบและลอดไรฟันออกมาอย่างดุดัน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ไม่ใช่เพราะความตกใจกลัว แต่เป็นเพราะจังหวะเวลาที่เข้ามารบกวนช่วงเวลาสำคัญต่างหากที่น่าหงุดหงิดที่สุด
เงาร่างสูงโปร่งก้าวพ้นจากเขตเงามืดของมุมห้อง แสงไฟสลัวจากด้านนอกสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของธนัตถ์ เพื่อนสนิทที่ในยามนี้กลับดูเหมือนผู้ล่าที่กำลังถือไพ่เหนือกว่า
"ประตูไม่ได้ล็อกนี่ครับพฤกษ์... อีกอย่าง ฉันเป็นห่วงพิมพ์ เห็นเธอบอกว่าปวดหัวตั้งแต่ในงานเลี้ยง เลยแวะเอา此ยาแก้ปวดมาให้กระมัง ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นภาพ... ที่น่าประทับใจขนาดนี้"
ธนัตถ์เน้นเสียงตรงคำว่า 'น่าประทับใจ' ดวงตาสีเข้มคมปลาบมองข้ามไหล่กว้างของพฤกษ์ไปยังพิมพ์มาดาที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง ก่อนจะหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ซ่อนไว้ไม่มิด—ความหึงหวงและความกระวนกระวายที่ฉาบอยู่ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษ
พิมพ์มาดาขยับตัวออกจากด้านหลังของพฤกษ์ แม้หัวใจจะยังเต้นโ소มซัดจากเหตุการณ์เกือบจะเลยเถิดเมื่อครู่ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ใครทำให้เธอเรียกความเยือกเย็นกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะ... เอ๊ย ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะครับธนัตถ์ แต่ดึกดื่นแบบนี้ การถือวิสาสะเข้ามาในห้องนอนคนอื่น โดยเฉพาะห้องของฉัน มันดู1ไม่ค่อยสม 1กับความเป็นสุภาพบุรุษเท่าไหร่" พิมพ์มาดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่สายตากลับจิกกัดอย่างไม่เกรงกลัว
พฤกษ์เหลือบมองหญิงสาวแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มหยันเมื่อเห็นว่ายายตัวแสบของเขายังมีเรี่ยวแรงมาต่อปากต่อคำกับผู้ชายคนอื่น แม้ว่าหัวใจของเขาจะยังคงเต้นแรงด้วยความใกล้ชิดเมื่อครู่ก็ตาม
"ได้ยินที่เจ้าของห้องเขาพูดแล้วใช่ไหม?" พฤกษ์ก้าวเท้าขนาบข้าง พิมพ์มาดาถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับขอบเตียงอีกครั้ง "ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญกลับออกไปทางเดิม แล้วก็... อย่าลืมว่ามารยาทพื้นฐานของการเป็นเพื่อนที่ดีคือการเคาะประตูก่อน"
ธนัตถ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเยียบเย็นและเต็มไปด้วยความท้าทาย
"เพื่อนที่ดีงั้นเหรอ? หึ... นายแน่ใจเหรอพฤกษ์ ว่าสถานะของเราตอนนี้มันยังหยุดอยู่แค่คำว่า 'เพื่อน' อยู่จริงๆ" ธนัตถ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนบรรยากาศตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าพฤกษ์แน่ใจจริง ทำไมเมื่อกี้ตอนที่ฉันเปิดประตูเข้ามา นายถึงต้องทำท่าเหมือนคนมีความผิดด้วยล่ะ?"
คำพูดนั้นจี้ใจดำอย่างจัง พฤกษ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนมือหนากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดเมื่อครู่... กลิ่นกายหอมหวานของเธอ... และริมฝีปากอิบอิ่มที่เกือบจะได้สัมผัส ทุกอย่างมันเกือบจะสมบูรณ์แบบอยู่แล้วเชียว ถ้าไอนี่ไม่โผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน!
พิมพ์มาดาสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายทั้งสองคน คนหนึ่งคือเพื่อนสนิทที่ซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังรอยยิ้มจอมปลอม อีกคนคือปีศาจปากร้ายที่เพิ่งเกือบจะขโมยลมหายใจของเธอไปในความมืด บรรยากาศในห้องตอนนี้อึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก
"พอได้แล้วทั้งคู่เลย!" พิมพ์มาดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เธอผIายมือไปยังประตูห้อง "นี่มันห้องฉัน ดึกแล้ว ฉันต้องการพักผ่อน เชิญออกไปเคลียร์กันข้างนอกโน่น!"
ธนัตถ์หันมามองพิมพ์มาดาด้วยสายตาอ่อนลง แววตาคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่นตามเดิม "ก็ได้ครับพิมพ์... พักผ่อนเถอะครับ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันเรื่องโปรเจกต์ใหม่ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณเป็นการส่วนตัวพอดี"
คำว่า 'เป็นการส่วนตัว' ถูกเน้นเสียงชัดถ้อยชัดคำเพื่อยั่วโมโหพฤกษ์โดยเฉพาะ และมันก็ได้ผลชะงัก พฤกษ์ก้าวพรวดเข้าไปประชิดธนัตถ์จนอกแทบชนอก ดวงตาดุร้ายจ้องเขม็งราวกับเสือหน้าร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
"เรื่องงานคุยกันที่บริษัทครับธนัตถ์ นอกเวลางาน... พิมพ์เขาไม่ว่าง" น้ำเสียงของพฤกษ์เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"จริงเหรอครับพิมพ์?" ธนัตถ์ยังคงหันไปส่งยิ้มให้หญิงสาว
พิมพ์มาดากลอกตาอย่างระอา เธอไม่อยากตกเป็นสนามประลองอารมณ์ของสองหนุ่มผู้ชายอีโก้สูงพวกนี้เลยแม้แต่น้อย "เชิญกลับไปทั้งคู่เลยค่ะ! ออกไป!"
เธอออกแรงผลักไหล่พฤกษ์ที่ยืนขวางอยู่เต็มแรง แต่ชายหนุ่มกลับทำตัวราวกับภูเขาหินที่ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ เขายังฉวยโอกาสคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหลัง แล้วดึงเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอีกครั้งต่อหน้าธนัตถ์!
การกระทำที่อุกอาจและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งทำให้ธนัตถ์หุบยิ้มทันที แววตาของเพื่อนรักเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวขึ้นมาทันตาเห็น
"นายทำเกินไปแล้วนะพฤกษ์" ธนัตถ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน
"เกินไปตรงไหน?" พฤกษ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปกระซิบชิดใบหูของพิมพ์มาดาที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เสียงทุบต่ำกระซิบแผ่วเบาจนคนฟังสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
*“จำไว้นะครับพิมพ์... ว่าคนที่มีสิทธิ์ยืนตรงนี้ และคนที่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับคุณ... มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น”*
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้พิมพ์มาดาตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก ความใกล้ชิดที่ระอุขึ้นมาอีกครั้งในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวนนี้ทำให้กำแพงในใจที่เธอพยายามสร้างขึ้นพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
ธนัตถ์ขบกรามแน่นเมื่อเห็นภาพนั้น เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะแค่น
"หึ... งั้นเหรอครับ? งั้นเราคงต้องดูกันยาวๆ แล้วล่ะพฤกษ์ ว่านายจะปกป้อง 'คนของนาย' คนนี้ได้ตลอดรอดฝั่งแค่ไหน..."
พูดจบ ธนัตถ์ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างไร้เสียง ปล่อยให้บานประตูเปิดแง้มค้างไว้ลมเย็นๆ จากด้านนอกพัดผ่านเข้ามาปะทะแผ่นหลัง
ความเงียบสงบกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย หัวใจของพิมพ์มาดายังคงเต้นโครมครามอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะความตกใจจากธนัตถ์ แต่เป็นเพราะอ้อมแขนแกร่งที่ยังคงโอบกอดเธอไว้แน่น และสายตาร้อนแรงของคนที่ก้มลงมองเธอด้วยความหมายลึกซึ้ง
พฤกษ์ค่อยๆ ก้มหน้าลงมาใกล้ใบหน้าหวาน ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและความดุดันที่ยากจะต้านทาน
"ทีนี้..." พฤกษ์กระซิบแผ่วเบา เสียงทุบพร่าสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่คนหยิ่งยโสอย่างเขาไม่เคยแสดงออกมาก่อน "เรามาเคลียร์เรื่องของเราที่ค้างไว้เมื่อกี้... ให้มันจบกันดีกว่านะครับ พิมพ์มาดา"
นิ้วเรียวแกร่งของเขาเชยคางมนขึ้นอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่สั่นระริก ปลายจมูกโด่งคมเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียน ทว่าในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังจะหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงของพิมพ์มาดาก็กรีดร้องแผดเสียงทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา!
พฤกษ์ชะงักกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด เขาตวัดสายตาคมกริบไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด
ทว่า... ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ กลับทำให้ลมหายใจของพฤกษ์สะดุดกึก และทำให้รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของพิมพ์มาดาซีดเผือดลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของบอสพฤกษ์และยัยตัวแสบพิมพ์มาดา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 13
เสียงกระซิบยามดึก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!