"ไอ้เพื่อนเวร! มาขัดจังหวะชีวิตคู่กูตอนกำลังจะสวมแหวนเนี่ยนะ!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของพฤกษ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะของแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตในห้องจัดเลี้ยงสุดหรู ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับประดาอย่างวิจิตรตระการตาแทบจะร่วงกราวลงมาตามแรงอารมณ์คุกรุ่นของเจ้าบ่าวป้ายแดง ดวงตาคมกราบกวาดมองเพื่อนสนิทตัวดีที่เพิ่งก้าวพรวดพราดเข้ามากลางงานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ธนัตถ์หอบหายใจเล็กน้อย สูทตัวเก่งยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทางอย่างเร่งรีบ แต่สิ่งที่ทำให้พฤกษ์อยากจะกระโดดข้ามแท่นพิธีไปซัดหน้าเพื่อนรักสักหมัด ไม่ใช่สภาพรeng vของอีกฝ่าย หากแต่เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากและการชูดอกกุหลาบสีแดงเพลิงขึ้นมาโบกไกว
"ใจเย็นน่าเพื่อนรัก กูไม่ได้มาแย่งเจ้าสาวมึงหรอก... แต่แค่จะมาเตือนสติว่า ถ้ามึงสวมแหวนวงนั้นให้ยัยตัวแสบตอนนี้ ชีวิตอิสระของมึงจะจบลงอย่างเป็นทางการแล้วนะเว้ย!" ธนัตถ์ตะโกนแซoลั่น เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่นั่งอมยิ้มกันทั่วหน้า
พฤกษ์ขบกรามแน่น สันจيดขึ้นเป็นรอยนูนอย่างเห็นได้ชัด เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมใคร ทว่ามือบางเรียวเล็กที่ถูกสวมถุงมือลูกไม้สีขาวกลับสะกิดเบาๆ ที่หลังมือของเขาเสียก่อน
พิมพ์มาดาช้อนสายตาขึ้นมองเขา เจ้าสาวป้ายแดงผู้ควรจะตื่นเต้นหรือเขินอายในชุดแต่งงานราคาแพงลิบ กลับกำลังแย้มรอยยิ้มซุกซนที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากใหญ่ที่จัดเตรียมไว้เพื่อแกล้งเขาโดยเฉพาะ
"อ้าว... คุณธนัตถ์อุตส่าห์หวังดีเตือนสติทั้งที ประธานพฤกษ์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ลองฟังเขาก่อนสักหน่อยเหรอคะ เผื่อฉันจะได้ใช้โอกาสนี้... ถอดชุดแต่งงานแล้วเดินออกจากงานตอนนี้เลยดีไหมนะ" เสียงหวานใสเอ่ยแซ้าเย้าแหย่เต็มไปด้วยความกวนประสาท ทว่าแฝงความท้าทายที่ทำเอาคนฟังหัวใจกระตุกวูบ
พฤกษ์หันขวับมามองหน้าเจ้าสาวของตัวเองทันที ความโกรธที่มีต่อไอ้เพื่อนตัวแสบมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหมั่นไส้ระคนคลั่งรักที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ มือหนาคว้าข้อมือเล็กของพิมพ์มาดาเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะพูดจริงแล้ววิ่งหนีไปจากพิธีนี้จริงๆ
"เธอไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น พิมพ์มาดา!" พฤกษ์กระซิบลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นระริกด้วยความเค้นอารมณ์ "ส่วนแกไอ้ธนัตถ์... เดี๋ยวเสร็จพิธีนี้ กูจะให้คนจับแกโยนลงสระน้ำหลังโรงแรม!"
ธนัตถ์หัวร่อร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน ยอมเดินถอยฉากไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนฝูงที่ส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความชุลมุนปนเสียงหัวเราะที่สร้างสีสันให้งานแต่งงานครั้งนี้กลายเป็นที่จดจำไปอีกนาน
บาทหลวงผู้ประกอบพิธีอมยิ้มด้วยความเอ็นดู ก่อนจะส่งสัญญาณให้พิธีดำเนินต่อไป
พฤกษ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วเกินเหตุ สายตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยามทอดมองหญิงสาวตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เข้ามาพลิกคว่ำโลกอันเป็นระเบียบเรียบร้อยของเขาให้พังทลาย แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็คือความอบอุ่นเดียวที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต
"ยิ้มอะไร หืม?" พฤกษ์เอ่ยถามเสียงพร่า ขณะหยิบแหวนเพชรเม็ดโตขึ้นมาถือไว้ในมือ
"เปล่าสักหน่อย แค่คิดว่า... ถ้าฉันแกล้งเป็นลมตอนนี้ คุณคงเหงื่อตกกว่าเดิมแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ คุณเจ้าบ่าว" พิมพ์มาดากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแพรวพราว ดวงตาคู่สวยทอดมองเขาอย่างท้าทาย
"กล้าก็ลองดู..." พฤกษ์ขู่ลอดไรฟัน แต่ปลายนิ้วที่บรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอกลับสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นของโลหะมีค่าตัดกับความอบอุ่นของผิวเนื้อ สื่อความหมายถึงพันธะผูกพันที่ไม่มีวันหลุดพ้นจากกันได้อีก
ทว่า... ก่อนที่พิธีสวมแหวนจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และก่อนที่พฤกษ์จะได้โน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจุมพิตบนเรียวปากอิ่มตามธรรมเนียม เจ้าสาวตัวแสบก็แกล้งทำเป็นสะดุดชายกระโปรงตัวเองอย่างแนบเนียน ร่างบางเซถลาเข้าหาอกแกร่งของเขาเต็มแรง จนพฤกษ์ต้องรีบควחוเอวบางไว้ด้วยสัญชาตญาณ
"อุ๊ย!" พิมพ์มาดาอุทานเบาๆ แกล้งทำหน้าตื่นตระหนก แต่แววตากลับระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
แขกเหรื่อในงานส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจและขบขันไปพร้อมๆ กัน พฤกษ์ก้มมองคนในอ้อมกอดที่กำลังซุกหน้าหัวเราะคิกคักอยู่ที่แผงอกของเขา ความรู้สึกหมั่นไส้ระคนเอ็นดูตีรวนขึ้นมาจนเขาแทบอยากจะอุ้มเธาดึงเข้าห้องหอเสียเดี๋ยวนี้
"แสบนัฃนะ..." พฤกษ์กระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนพิมพ์มาดาตัวสั่นสะท้าน รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าของเธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับประกายความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น
"ก็... อยากให้งานมันน่าจดจำนี่คะ" เธอกระซิบตอบเสียงเบาลง ความท้าทายเมื่อครู่เริ่มเจือความประหม่าเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง
พฤกษ์ไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนาประคองท้ายทอยของเธอไว้มั่น ปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดลงในสัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากหยักประทับลงบนเรียวปากนุ่มของเจ้าสาวท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวและเสียงโห่ร้องแซวของเพื่อนฝูง
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง และพฤกษ์กำลังจะกระซิบคำหวานที่เก็บไว้ในใจมานาน...
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธนัตถ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็ดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกอีกครั้ง
ธนัตถ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ สีหน้าที่เคยระรื่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มล้อเลียนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบของเพื่อนสนิทเงยขึ้นสบตากับพฤกษ์ทันที ส่งสัญญาณบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด
"พฤกษ์..." ธนัตถ์เอ่ยเรียกเสียงเครือ ขัดจังหวะความสุขของคู่บ่าวสาวด้วยประโยคที่ทำเอาเลือดในกายของประธานหนุ่มเย็นเฉียบ
"เกิดเรื่องแล้ว... คนที่แกตามหามาตลอดห้าปี ปรากฏตัวอยู่ที่งานเลี้ยงรับรองด้านนอกแล้ววะ"
- ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ -
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 37
วันวิวาห์ชุลมุน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!