ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 38

ค่ำคืนแห่งสัญญาใจ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณยังกล้าพูดประโยคเมื่อครู่ออกมาอีกคำเดียว ผมสาบานเลยว่ากระดุมเม็ดบนเสื้อของคุณจะไม่ได้อยู่บนร่างอีกต่อไปภายในสามวินาทีนี้..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของพฤกษ์ไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด ทว่ายามนี้ นัยน์ตาคู่คมที่มักฉายแววเย่อหยิ่งและเยือกเย็นกลับระอุไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้จนถึงขีดสุด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของพิมพ์มาดาแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็งของห้องสูทหรู ไอร้อนจากกายหนาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงจนแทบหลอมละลายบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นจุล พิมพ์มาดาช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่ม รอยยิ้มท้าทายที่มักประดับอยู่บนเรียวปากอิ่มถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก ภายใต้หน้ากากความแสบและฝีปากคมกริบที่ใช้ต่อกรกับเขามาตลอดนับแรมปี ยามนี้เธอกลับรับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ยากจะต้านทาน "คุณพฤกษ์ขู่เก่งเป็นบ้า..." พิมพ์มาดาเค้นเสียงตอบโต้ แม้เรียวปากจะยังคงรlaยยิ้มหยัน แต่แพขนตากลับสั่นไหวเล็กน้อยฟ้องความประหม่าที่ซ่อนไม่มิด "นี่คືคืนส่งตัวของเรานะ ไม่ใช่สนามรบที่คุณจะมาใช้อำนาจเผด็จการสั่งโน่นสั่งนี่" "สนามรบเหรอ?" พฤกษ์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนปลายจมูกเกือบจะแตะคลอเคลียกับพวงแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้สติของหญิงสาวกระเจิง "สำหรับผม... นี่คือการชำระบัญชีต่างหาก คุณทำให้ผมต้องหึงจนแทบคลั่งมานับครั้งไม่ถ้วน คอยแต่จะหาเรื่องไปยิ้มแย้มให้ไอ้ธนัตถ์อยู่เรื่อย คิดจริงๆ หรือว่าผมจะปล่อยให้คุณลอยนวลไปได้ง่ายๆ ในคืนนี้?" คำว่า 'ธนัตถ์' ถูกพ่นออกมาพร้อมกับแรงกดทับที่เอวคืบเล็กลง พฤกษ์รวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ความทรงจำเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาทิ่มแทงความรู้สึก เมื่อเพื่อนสนิทตัวดีอย่างธนัตถ์ดันส่งช่อดอกไม้ช่อโตมาแสดงความยินดีพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท แม้เขาจะรู้ดีว่าธนัตถ์เป็นเพียงแค่ตัวกระตุ้นความหึงหวงและไม่มีวันแทรกกลางระหว่างเขากับเธอได้ แต่ไอ้ความรู้สึกหวงก้างระดับร้อยดีกรีนี้ มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะดับลง พิมพ์มาดาชะงักไปนิด ดวงตากลมโตไหวระริก เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของประธานหนุ่มจอมซึนผู้นี้คืออะไร และเธอก็มักจะสนุกทุกครั้งที่ได้เห็นเขาแสดงอาการหึงหวงแบบเด็กๆ ออกมา ทว่าในยามนี้... แววตาจริงจังที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมของเขากลับทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า "ธนัตถ์เขาก็แค่เพื่อนร่วมงานเก่า..." พิมพ์มาดาพยายามเสียงแข็ง ทั้งที่มือเรียวเล็กเริ่มยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ "อีกอย่าง... คนที่ควรเคลียร์คิวเคลียร์ใจน่าจะเป็นคุณมากกว่ามั้งคะ คราวหน้าคราวตัวแม่แฟนคลับหน้าตาจิ้มลิ้มพวกนั้นถึงได้กล้าส่งขนมมาหน้าห้องทำงานคุณ..." "หึงผม?" พฤกษ์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความได้ใจ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "ยอมรับมาเถอะพิมพ์ว่าคุณเองก็แทบจะกินพริกเข้าไปทั้งสวนตอนที่เห็นเลขาฯ เอาแฟ้มมาส่งแล้วมีโน้ตแปะมาด้วย" "ใครหึง! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยคุณพฤกษ์!" พิมพ์มาดาปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้างามแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปฏิกิริยาต่อต้านที่รวดเร็วนั่นยิ่งทำให้พฤกษ์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดที่เคยกดทับบรรยากาศค่อยๆ คลายตัวลง เปลี่ยนเป็นเคมีอันคุ้นเคยที่ทั้งเผ็ดร้อนและหวานล้ำในเวลาเดียวกัน พฤกษ์เลื่อนมือขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนด้วยความทะนุถนอมอย่างที่หาได้ยากยิ่ง นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านนั้นทำให้ร่างบางนิ่งค้างไป ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันจนแทบเป็น "พิมพ์..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง ทว่าเต็มไปด้วยความลึกซึ้งที่กินพื้นที่หัวใจ "ตลอดเวลาที่เรากัดกัน ทะเลาะกัน ทำสงครามประสาทใส่กัน... คุณรู้ไหมว่ามันเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องคอยห้ามใจไม่ให้ดึงคุณมากอดไว้แน่นๆ แบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เจอ" พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความทรงจำตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินเข้ามาในบริษัทของเขาในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ จนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันและสถานะในปัจจุบัน ล้วนผ่านบททดสอบและคราบน้ำตามาไม่น้อย แต่ไม่มีวินาทีไหนเลยที่เธอจะไม่มั่นใจว่า ผู้ชายปากร้ายคนนี้รักเธอมากแค่ไหน "ถ้ารู้ว่าเหนื่อย... ทำไมไม่ยอมแพ้ตั้งแต่แรกเล่าคะ" เธอกระซิบตอบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "ยอมแพ้ตั้งแต่เห็นรอยยิ้มของคุณครั้งแรกแล้วต่างหาก..." พฤกษ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งท้อง "คุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมยอมลดทิฐิลงได้หมดสิ้น... และในคืนนี้ ไม่มีทางที่ผมจะปล่อยให้คุณหนีผมไปไหนได้อีกแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น พฤกษ์ก็ก้มลงประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มของเธอทันที ไม่มีท่าทีลังเล มีเพียงความโหยหาและอารมณ์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มเปี่ยม จูบที่เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลและลึกซึ้ง ค่อยๆ เพิ่มดีกรีความเร่าร้อนและดุดันขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ พิมพ์มาดาเผยริมฝีปากรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นอย่างเต็มใจ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งร่างหนาให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ท่ามกลางแสงไฟสลัวในห้องสูทที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งลมหายใจเริ่มขาดหช่วง พฤกษ์ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง หน้าผากกว้างแนบชิดกับหน้าผากมนของหญิงสาว ทั้งคู่หอบหายใจเบาๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความอิ่มเอมใจอย่างแท้จริง ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ในค่ำคืนแห่งสัญญาใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* พฤกษ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจทันที นัยน์ตาดุฉายแววหงุดหงิดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ใครกันที่บังaอาจมาเคาะห้องรบกวนช่วงเวลาความเป็นส่วนตัวของเขาในคืนสำคัญเช่นนี้ พิมพ์มาดาหัวเราะคิกออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าขัดใจของสามีป้ายแดง "ดูเหมือนจะมีคนไม่อยากให้เรานอนนะคะ..." พฤกษ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะผละออกจากร่างบางอย่างจำใจ เขาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงแล้วเดินไปกระชากเปิดประตูห้องสูทด้วยความรวดเร็ว หวังจะจัดการไอ้แขกไม่ได้รับเชิญให้หายหงุดหงิด ทว่า... ทันทีที่บานประตูเปิดออก ประโยคที่หลุดจากปากของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ร่างสูงของประธานหนุ่มถึงกับแข็งค้าง และทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพิมพ์มาดาเลือนหายไปในพริบตาเดียว! "สวัสดีครับพี่พฤกษ์... พอดีผมมี 'ข่าวลับ' สำคัญมากเกี่ยวกับอดีตคู่หมั้นของพี่ ที่ต่อให้เอาเงินสิบล้านมาแลกก็หาฟังไม่ได้... พี่สนใจจะฟังหน่อยไหมครับ?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความฟินและความป่วนนี้มาจนถึงโค้งสุดท้ายครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%