"สัญญาบ้าบออะไรนั่น... ผมไม่เคยยอมรับมันตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ พิมพ์มาดา"
น้ำเสียงของพฤกษ์ไม่ได้ราบเรียบเหมือนทุกครั้งที่เขาใช้ยามเจรจาธุรกิจ แต่มันเจือไปด้วยความกดดันบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหติลดต่ำลงจนน่าใจหาย ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มไฟแรงจ้องมองร่างบางตรงหน้าเขม็ง ราวกับเสือดาวที่กำลังกักขังเหยื่อไว้ในอุ้งมือโดยไม่ยอมให้ขยับเขยื้อนไปไหน
พิมพ์มาดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ความเย่อหยิ่งท้าทายที่มักจะเคลือบอยู่บนใบหน้าสวยเฉี่ยวหายวับไปในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับรังสีความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานจนระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุมของคนตรงหน้า
นี่ไม่ใช่การทวงหนี้... และไม่ใช่การทำสัญญาผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างที่เคยเป็น
"คุณพฤกษ์... เล่นบ้าอะไรเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟัน แม้จะพยายามรักษาความแข็งกร้าวไว้ แต่น้ำเสียงสั่นระรัวนั้นกลับทรยศความรู้สึกข้างในจนหมดสิ้น "สัญญาปลอมๆ ระหว่างเรา สิ้นสุดลงไปตั้งแต่วันที่คุณ..."
"วันที่มีเรื่องงี่เง่าเกิดขึ้นเหรอครับ?" พฤกษ์ย้อนถามสวนทันควัน ก้าวเท้าประชิดเข้ามาใกล้จนพิมพ์มาดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเยียบ "คุณคิดจริงๆ เหรอครับว่าคนอย่างผม จะเอาอนาคตและความรู้สึกของตัวเองไปผูกติดกับกระดาษแผ่นเดียวที่เขียนขึ้นมาเพื่อเอาชนะคุณ"
แผ่นหลังของพิมพ์มาดาแนบชิดติดกับผนังโดยไม่มีทางหนี รัศมีกายที่อบอุ่นและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ โอบล้อมตัวเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก เธอนึกอยากจะสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามความเคยชิน ทว่าพฤกษ์ในตอนนี้กลับน่ากลัวเกินกว่าจะต่อกรด้วย ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความจริงจังที่ร้อนแรงจนแผดเผา
พรึบ!
จังหวะนั้นเอง ไฟทั่วทั้งห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบกายในเสี้ยววินาที จนพิมพ์มาดาเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ มือเรียวเอื้อมไปคว้าชายเสื้อสูทของคนตรงหน้าไว้อย่างอัตโนมัติ
"อุ๊ย! อะไรเนี่ย ไฟดับเหรอ"
"..." ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ใกล้ใบหู
ทันใดนั้น แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากหลอดไฟนีออนดวงเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ตามมุมห้องก็สว่างวาบขึ้นทีละดวง ส่องให้เห็นการเปลี่ยนแปลงภายในห้องที่ถูกเนรมิตใหม่จนกลายเป็นสวนดอกไม้ขนาดย่อม กลีบกุหลาบสีขาวและแดงนับพันถูกโปรยปรายลงมาจากเพดานราวกับปาฏิหาริย์ กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ผสมผสานกับความเงียบสงบที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก
พิมพ์มาดากะพริบตาปริบๆ มองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน สมองอันชาญฉลาดประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น
นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?
พฤกษ์ถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ทว่าเขายังคงไม่ละสายตาไปจากใบพักตร์ที่กำลังตื่นตะลึงของเธอ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นพรมสีครีมอย่างสง่างาม ท่ามกลางกลีบกุหลาบที่รายล้อม
ภาพของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับกำลังคุกเข่าลงต่อหน้าเธอในเวลานี้ มันช่างเป็นภาพที่ทรงพลังและทำลายเกราะกำบังทุกอย่างที่พิมพ์มาดาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตจนพังทลายไม่เป็นท่า
"คุณพฤกษ์..." พิมพ์มาดาครางชื่อเขาแผ่วเบา ร่างกายแข็งทื่อ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมปากร้าย ใส่ร้ายคุณสารพัด ทำเป็นเก๊กทำเป็นนิ่ง ทั้งที่ข้างในใจแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่คุณไปยืนใกล้ไอ้ธนัตถ์" พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สั่นเครือเล็กน้อย สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกนับล้านที่อัดอั้นอยู่ข้างใน "ผมเกลียดตัวเองที่ปากไม่ตรงกับใจ เกลียดที่ต้องใช้สัญญาปลอมๆ นั้นมาเป็นข้ออ้างในการดึงคุณไว้ใกล้ตัว..."
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้ฟอร์มของคนตรงหน้า ทำให้ความรู้สึกน้อยใจและทิฐิที่สะสมมานานนับแรมปีละลายหายไปในพริบตา
"แต่ตอนนี้..." พฤกษ์หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทร่วมสมัย ก่อนจะเปิดฝาออก เผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟอุ่นๆ "ผมไม่อยากใช้สัญญาปลอมๆ บ้าบอนั่นอีกแล้วครับ พิมพ์มาดา"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกريบฉายแววเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อนในชีวิต
"แต่งงานกันนะครับ... รอบนี้ ไม่ใช่เพราะสัญญา ไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่เป็นเพราะผมรักคุณ... รักผู้หญิงปากร้ายคนนี้จนหมดหัวใจ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียวกัน พิมพ์มาดายืนนิ่ง น้ำตาคลอเบ้าอย่างลืมตัว เธออยากจะอ้าปากแซะ อยากจะพูดจากวนประสาทกลับไปเหมือนทุกทีเพื่อให้สถานการณ์มันผ่อนคลายลงบ้าง ทว่าลำคอตีบตันจนเปล่งเสียงไม่ออก ความรู้สึกตื้นตันใจ ความสุข และความโล่งใจประดังประเดเข้ามาจนจุกอก
นี่คือการขอแต่งงานที่ไม่มีความโรแมนติกแบบในนิยายน้ำเน่า แต่มันกลับจริงใจและทรงพลังที่สุดในโลกสำหรับเธอ
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นสะอื้น มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ยื่นออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
พฤกษ์ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวและจริงใจที่สุด จนคนมองถึงกับใจกระตุก เขากำลังจะเอื้อมมือไปสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออยู่แล้ว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"พฤกษ์! แย่แล้วเว้ย! ทางบริษัทแม่ที่ต่างประเทศเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ตลาดหุ้นกำลังร่วงระเนระนาด นายต้องไปดูจอเดี๋ยวนี้!"
ธนัตถ์โพล่งขึ้นเสียงดังทะลุบรรยากาศโรแมนติก ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—เพื่อนสนิทกำลังคุกเข่าถือแหวนขอสาวแต่งงาน ท่ามกลางกลีบกุหลาบบานสะพรั่ง ขณะที่เจ้าสาวกำลังยืนน้ำตาคลอเบ้า
พฤกษ์ตวัดสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนหันไปมองเพื่อนสนิททันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนธนัตถ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงเอือกใหญ่ด้วยความเสียวสันหลังวาบ
...ไอ้เพื่อนเวร! มาขัดจังหวะชีวิตคู่กูตอนกำลังจะสวมแหวนเนี่ยนะ!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรักฉบับซึนๆ ของประธานพฤกษ์และยัยตัวแสบพิมพ์มาดานะครับ
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 36
ขอแต่งงานรอบสอง
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!