“ถ้าวางช่อดอกไม้เน่าๆ นั่นลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนของผมอีกที ผมจะโยนมันลงถังขยะพร้อมกับเจ้าของที่เอามาส่งให้”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือกของพฤกษ์ดังก้องไปทั่วเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง พิมพ์มาดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่ได้กลัวคำขู่ แต่มันคือปฏิกิริยาอัตโนมัติเมื่อเผชิญหน้ากับความเอาแต่ใจระดับร้อยล้านของชายตรงหน้า
พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก เธอหมุนช่อดอกไม้ในมือเล่นเบาๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกินข้าว—ไม่ใช่เคาน์เตอร์ตามที่เขาสั่ง—แล้วปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางราวกับราชาที่กำลังมองดูทาสรับใช้ที่ขัดใจ
“ช่อนี้ราคาแพงกว่าเงินเดือนเริ่มต้นของใครหลายคนนะครับคุณพฤกษ์ จะทิ้งก็เสียดายแย่ อีกอย่าง... ธนัตถ์เขาอุตส่าห์มีน้ำใจที่เห็นว่าผมกำลังจะมาอยู่ในที่ที่ ‘ปราศจากสีสัน’ เลยอยากหาอะไรมาเติมเต็มให้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นบ้าง”
พฤกษ์เหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในเขตอำนาจของเขาได้ไม่ถึงห้านาที แต่กลับกล้าท้าทายเขาทุกย่างก้าว “สีสันเหรอ? ผมนึกว่าเขาเรียกว่าการรุกล้ำอาณาเขตเสียอีก”
เขาก้าวเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างให้อากาศถ่ายเท พิมพ์มาดารู้สึกได้ถึงกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้จางๆ ที่มีความดิบเถื่อนปนความหรูหราแบบฉบับผู้ชายอันตราย เธอไม่ได้ถอยหลัง แต่กลับเชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดันนั้น
“อาณาเขต? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่านี่คือสัญญาธุรกิจ ไม่ใช่คุกส่วนตัวที่ผมจะไม่มีสิทธิ์หายใจ”
“สัญญาน่ะมีไว้ทำตามข้อตกลง ไม่ใช่เอาไว้ให้คุณทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ พาผู้ชายอื่นมาป้วนเปี้ยนหน้าห้องผม!”
พฤกษ์ก้าวพรวดเดียวจนแผ่นหลังของพิมพ์มาดาชิดกับผนังตู้เย็นบานยักษ์ เขาใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ช่อดอกไม้แล้ว แต่มันจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างไม่ลดละ
พิมพ์มาดาสูดหายใจลึก กลิ่นอายความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอเกือบจะหลุดยิ้มออกมา แต่เธอก็เลือกที่จะคงสีหน้าเรียบเฉยไว้ “คุณหึงหรือครับ? หรือแค่หวงของที่อยู่ในสัญญา?”
“อย่าสำคัญตัวผิด” พฤกษ์ตอบเสียงต่ำ “ผมแค่ไม่ชอบให้ใครมาทำความสะอาดห้องใหม่ให้ในสิ่งที่ผมไม่ได้ร้องขอ โดยเฉพาะไอ้หมอนั่น”
พิมพ์มาดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นบานที่พฤกษ์ยืนบังอยู่ ความเย็นจากตู้เย็นปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ แต่ความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกของชายหนุ่มกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ใกล้ภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
“ถ้าอย่างนั้น... ช่วยหลบหน่อยนะครับ ฉันต้องเอาของกินมาแช่ ถ้าจะให้ดี รบกวนขยับออกไปจากพื้นที่ของฉันด้วย”
เธอเบียดตัวผ่านช่องว่างแคบๆ ออกมาได้สำเร็จก่อนจะเปิดตู้เย็นที่แทบจะว่างเปล่า มีเพียงขวดน้ำแร่ราคาแพงและเครื่องดื่มชูกำลังไม่กี่ขวดเท่านั้น เธอหยิบกล่องอาหารสุขภาพที่เตรียมมาวางเรียงลงไปอย่างเป็นระเบียบ แต่ไม่ทันไร มือหนาก็คว้ากล่องเหล่านั้นออกมาแล้ววางกองรวมกันไว้มุมหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ
“พื้นที่นี้สำหรับไวน์และสิ่งที่ผมต้องการเท่านั้น” พฤกษ์เอ่ยพลางยัดกล่องอาหารเธอเข้าไปแบบส่งๆ “ถ้าอยากทำตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือน ก็ไปหาที่อื่นทำครับ ที่นี่ไม่มีพื้นที่สำหรับผักบุ้งผักชีของคุณ”
พิมพ์มาดากำหมัดแน่น เธอหันกลับมาประจันหน้า ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดเริ่มสั่นคลอน “งั้นเรามาทำข้อตกลงใหม่กันเลยไหมครับ? ในเมื่อเราต้องอยู่ด้วยกัน อีกสามสิบวันข้างหน้า ตู้เย็นฝั่งซ้ายเป็นของฉัน ฝั่งขวาเป็นของคุณ และถ้าฝั่งไหนข้ามเขต... คุณต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินสด ตามราคาสินค้าที่ทำเสียหายคูณสิบ!”
พฤกษ์เลิกคิ้วมองเธออย่างนึกสนุก “กล้าดีนี่... ได้ งั้นเริ่มนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
สงครามเย็นย่อมๆ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันแรก ทั้งสองต่างคนต่างเดินแยกไปคนละมุมของเพนต์เฮาส์ พิมพ์มาดาพยายามจัดข้าวของที่เตรียมมา ส่วนพฤกษ์ก็ทำทีเป็นนั่งทำงานที่โต๊ะทำงาน แต่สายตาของเขากลับคอยชำเลืองมองหญิงสาวที่กำลังขยับตัวไปมาในห้องครัวตลอดเวลา เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังเฝ้ามองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความเกลียดชัง เป็นความรู้สึกที่เขาเองก็ยังไม่อยากนิยาม
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ไฟในห้องถูกปรับให้เป็นแสงสลัว พิมพ์มาดากำลังเดินจะกลับเข้าห้องพัก แต่ทว่าไฟทั้งห้องก็ดับลงกะทันหัน ความมืดมิดเข้าครอบงำจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว
“พฤกษ์! ไฟดับเหรอครับ?” เธอร้องถามออกไป
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ย่ำบนพื้นไม้ที่ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ ในความมืด พิมพ์มาดารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดลงบนต้นคอ แรงดึงจากท่อนแขนแข็งแกร่งกระชากเธอเข้าไปหาตัวเขาอย่างกะทันหัน ร่างของเธอปะทะเข้ากับแผงอกแกร่ง พฤกษ์โน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหู
“ผมไม่ได้ดับไฟ... แต่มีคนพยายามงัดระบบความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์เข้ามา”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ “และถ้าดูจากรอยนิ้วมือบนระบบนั่น... ดูเหมือนแขกของคุณจะไม่ได้มาแค่ส่งดอกไม้หรอกนะพิมพ์มาดา”
แสงจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของพฤกษ์ที่สว่างขึ้นเพียงแวบเดียวเผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้อง... ชายร่างสูงในชุดดำกำลังยืนจ้องมองรหัสผ่านประตูห้องของเขาอย่างใจเย็น และใบหน้านั้น... พิมพ์มาดาจำได้แม่นว่าคือใคร
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องจะดังขึ้น... สามครั้ง... จังหวะที่คุ้นเคยราวกับเป็นการทักทายของคนที่รู้จักกันดี
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้าใจในบทนี้ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 3
ย้ายเข้าถ้ำเสือ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!