ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 8

ไข้หวัดกับคนปากแข็ง

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชุ่มน้ำอุ่นถูกบิดจนหมาด ก่อนจะถูกกดซับลงบนหน้าผากที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟของคนตัวโตบนเตียง พิมพ์มาดาถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่สิบลingของคืนนี้ ดวงตาคู่สวยฉายแววหงุดหงิดปนเหนื่อยอ่อนอย่างปิดไม่มิด "คุณนี่มัน... สร้างเรื่องเก่งเป็นที่หนึ่งเลยจริงๆ พฤกษ์" เธอพึมพำกับคนที่กำลังนอนซม พิษไข้เล่นงานจนชายหนุ่มผู้หย่อหยิ่งและเย่อหยิ่งตลอดเวลาคนนี้ เหลือเพียงสภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังอ่อนแอไร้ทางสู้ ลมหายใจที่เป่ารดฝ่ามือเธอยามขยับผ้าเช็ดตัวร้อนจัดจนน่าตกใจ ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน หลังจากที่เถียงกันเรื่องเอกสารโปรเจกต์จนดึกดื่น พฤกษ์ก็ทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตาเธอ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผากลับสั่นเทาด้วยพิษไข้ ปากที่เคยร้ายกาจใส่เธอกลับซีดเซียวไร้สีเลือด ในฐานะคน (ที่เกือบจะ) ใจร้าย เธอจึงจำใจต้องแบกร่างสูงๆ นั้นมาส่งถึงห้องนอนกว้างขวางนี่ และกลายร่างเป็นพยาบาลจำเป็นแบบไม่เต็มใจนัก "หนาว..." เสียงทุ้มต่ำที่แหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก พฤกษ์ขมวดคิ้วแน่น มือหนาคว้าสะเปะสะปะราวกับกำลังไขว่คว้าหาความอบอุ่นในคืนที่อุณหภูมิร่างกายดิ่งต่ำสลับกับความร้อนรุ่ม พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังจะวางผ้าลงบนอ่างล้างหน้า เธอมองร่างที่นอนขดตัวด้วยความลังเล ชั่วขณะหนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้เกราะป้องกันอันแข็งกระด้างก็ไหววูบ คนอย่างประธานพฤกษ์ ผู้ชายที่กุมชะตาชีวิตคนนับร้อยในบริษัท ผู้ชายที่ชอบใช้อำนาจและคำพูดเชือดเฉือนเธอให้เจ็บใจเล่น ใครจะคิดว่าจะมาพ่ายแพ้ให้กับไข้หวัดธรรมดาๆ แค่นี้ "เรื่องมากจริง" เธอบ่นพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมขยับกายขึ้นไปนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง หญิงสาวดึงผ้าห่มนวมผืนหนาขึ้นมาคลุมไหล่กว้างให้กับเขาให้มิดชิดขึ้น ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของเธอแตะโดนลำตัว มือใหญ่ที่ไร้เรี่ยวแรงเมื่อครู่กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่หลงเหลืออยู่ พิมพ์มาดาตกใจจนเผลออุทานออกมาเบาๆ "พฤกษ์ ปล่อยนะ ฉันเจ็บ" "อย่า... ไป" เสียงกระซิบแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเขา ดวงตาที่เคยคมกราบดั่งเหยี่ยวบัดนี้ปิดสนิท แต่คิ้วเข้มยังคงขมวดเข้าหากันด้วยความทรมาน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ภาพนี้ช่างแปลกตาเสียจนพิมพ์มาดากลืนคำพูดต่อว่าทั้งหมดลงคอ เธอค่อยๆ ใช้มืออีกข้างแกะปลายนิ้วที่เหนียวแน่นราวกับคีมเหล็กนั้นออกทีละนิ้ว แต่นอกจากเขาจะไม่ยอมปล่อยแล้ว ร่างสูงยังขยับตัวเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ ดึงข้อมือเธอเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกได้ หัวใจดวงน้อยของพิมพ์มาดาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขา มุมที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกัน มุมที่เปราะบางและดูโดดเดี่ยวเสียจนน่าใจหาย "นายเนี่ยนะ... เวลาไม่สบายแล้วกลายร่างเป็นเด็กเอาแต่ใจไปได้" พิมพ์มาดาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมนั่งลงข้างๆ เตียงโดยไม่พยายามดึงมือออกอีกต่อไป ปล่อยให้เขาใช้ฝ่ามือเธอเป็นที่พิงพักพิงยามค่ำคืน บรรยากาศในห้องนอนกว้างตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและลมหายใจสม่ำเสมอขึ้นของคนป่วย พิมพ์มาดามองสำรวจใบหน้ายามหลับใหลของเขา ใต้แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง สรรพคุณความร้ายกาจหายวับไปกับตา เหลือเพียงใบหน้าหล่อเหลาที่ดูผ่อนคลายลงบ้าง เธอยื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่ ตั้งใจจะปัดปอยผมที่ปรกลงมาบังหน้าผากชื้นเหงื่อให้อย่างเบามือ แต่ทว่า... พรึบ! จู่ๆ ดวงตาคมกริบที่ควรจะปิดสนิทก็ลืมขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ ในระยะประชิด นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นไม่ได้สะท้อนความงงงวยของคนเพิ่งตื่น แต่กลับเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่คมกริบและลุ่มลึกเกินกว่าจะคาดเดา พิมพ์มาดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาตีรัวที่ "ตื่น... ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" เธอถามเสียงตะกุกตะกัก พยายามจะดึงมือกลับแต่ถูกเขาตรึงไว้แน่นกว่าเดิม พฤกษ์ไม่ตอบ ร่างสูงที่เมื่อครู่ยังดูไร้เรี่ยวแรงกลับพลิกตัวตะแคงข้างอย่างรวดเร็ว ใช้แขนอีกข้างค้ำยันฟูกเตียงไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นไอความป่วยไข้ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "คิดจะฉวยโอกาสตอนผมป่วยเหรอครับ... คุณพิมพ์มาดา" เสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่แต่แววตากลับจริงจังจนน่ากลัว พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นมาบนใบหน้าไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะสถานการณ์อันตรายตรงหน้า "ฉันต่างหากที่ต้องพูดประโยคksนั้น นายต่างหากที่รั้งฉันไว้!" "อืม... ก็จริง" พฤกษ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ร้ายกาจและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "เพราะฉะนั้น... ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุดด้วยนะครับ" ยังไม่ทันที่พิมพ์มาดาจะได้อ้าปากเถียงหรือผลักไส ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แผ่ซ่านทำเอาสติของเธอเตลิดไปไกลลิบ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว และในเสี้ยววินาทีที่หัวใจเธอกำลังจะหลุดออกจากอก เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักส่วนตัวก็ดังขึ้น "ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด!" ขัดจังหวะความเป็นความตายนั้นลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา พฤกษ์หยุดชะงัก สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระคนไม่พอใจทันที พิมพ์มาดาใช้จังหวะนี้ออกแรงผลักอกแกร่งเต็มแรงแล้วกระโดดถอยหลังกรูดลงจากเตียง หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก "คะ... ใครมาดึกดื่นป่านนี้เนี่ย!" พฤกษ์ขบกรามแน่นด้วยความขัดเคือง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขายันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยใบหน้าบึ้งตึง เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ ตามมาด้วยเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนเรียกชื่อคนด้านในผ่านบานประตูหนา "พฤกษ์! นายอยู่ข้างในใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันหน่อย พิมพ์... เธอก็อยู่ในนั้นใช่หรือเปล่า ธนัตถ์เองนะ!" หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ยืนอยู่หลังประตู ในขณะที่พฤกษ์แค่นหัวเราะออกมาในลำคอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและหึงหวงจนน่ากลัว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนใจเต้นรัวนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%