เสียงกุญแจกระทบกันในอุ้งมือของพฤกษ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ประตูบานหนาเปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าที่ยืนจังก้าด้วยแววตาคุกรุ่น ความหึงหวงระอุอยู่ในดวงตาสีเข้มคู่นั้นราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล แต่พิมพ์มาดากลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเธอยังคงกวนประสาทไม่เปลี่ยน แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกก็ตามที
"คิดจะทำอะไรในห้องของผม... พิมพ์มาดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความดุดัน ทว่าแฝงความสั่นไหวบางเบาที่คนฟังอย่างเธอจับสังเกตได้ พฤกษ์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยเข้าแตะจมูกจนพิมพ์มาดาต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่
"ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แค่เข้ามาสำรวจรสนิยมของท่านประธานผู้แสนเย็นชา... เผื่อว่าจะเจอความลับอะไรดำมืดซ่อนอยู่" เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงลอยชาย พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกด้วยการเชิดหน้าท้าทายตามนิสัย
พฤกษ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างบางที่ยืนแนบชิดติดโต๊ะอย่างถือสิทธิ์ มือหนายื่นไปค้ำยันขอบโต๊ะด้านข้างของเธอไว้ ขังร่างของหญิงสาวให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบอย่างแรงเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาCับคนตัวโตที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม
"ความลับเหรอ..." พฤกษ์กระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าจนขนลุกซู่ "คุณอยากรู้จริงๆ หรือว่าความลับของผมคืออะไร... พิมพ์"
ความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปทำให้พิมพ์มาดาต้องรีบเบือนหน้าหนี มือบางยกขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าจังหวะนั้นเอง ปลายมือของเธอกลับไปปัดถูกแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่วางหมิ่นเหม่ตรงมุมโต๊ะเข้าอย่างจัง
*แคว่ก... พรึบ!*
แฟ้มเอกสารร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม กระดาษภายในกระจัดกระจายหลุดลอยออกมาเผชิญหน้ากับแสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะ พิมพ์มาดาสบถเบาๆ ในใจก่อนจะรีบย่อตัวลงเพื่อเก็บมันขึ้นมา ทว่าสายตาเจ้ากรรมกลับสะดุดเข้ากับข้อความบนหัวกระดาษแผ่นหนึ่งที่หลุดออกมาจากซองเอกสารเก่าคร่ำคร่า
ตัวอักษรสีดำสนิทปรากฏหราอยู่บนกระดาษ A4 ที่เหลืองตามกาลเวลา...
*รายงานการแพทย์ และบันทึกข้อความจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า*
ชื่อบนหัวกระดาษคือชื่อของ 'พฤกษ์' พร้อมด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับอดีตที่ถูกฝังกลบไว้อย่างมิดชิด ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว รอยแผลเป็นทางจิตใจ และความพยายามที่จะปีนป่ายขึ้นมาจากจุดที่ต่ำที่สุดของสังคม เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้โลกใบนี้ได้เห็น ทุกถ้อยคำในกระดาษแผ่นนั้นสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองคนนี้ออกมาอย่างหมดเปลือก
พิมพ์มาดาชะงักงัน มือที่กำลังจะเอื้อมไปเก็บกระดาษหยุดค้างกลางอากาศ หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความโกรธและตื่นเต้นเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหน่วงหนับแปลกประหลาด ความตระหนักรู้บางอย่างแล่นริ้วเข้ามาในอก เธอมองกระดาษแผ่นนั้นสลับกับเงาร่างสูงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่
ที่แท้... ภายใต้เกราะป้องกันอันแข็ง1กร้าว รอยยิ้มเย่อหยิ่ง และท่าทีปากร้ายที่คอยไล่ต้อนเธอมาตลอด มันคือเกราะกำบังที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องเด็กชายผู้เปราะบางในอดีตคนนั้นเองหรอกหรือ
"อย่ามอง..."
เสียงเข้มตึงดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับมือหนาที่ก้มลงคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความเร็วสูง พฤกษ์ขยำมันยัดใส่ลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วกระชากปิดล็อกอย่างแรงด้วยสีหน้าที่มืดมนลงถนัดตา แววตาคู่คมที่เคยดุดันและพกล้อมด้วยความหึงหวงเมื่อครู่ บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดและหวาดระแวงอย่างที่พิมพ์มาดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่หนักอึ้ง พฤกษ์ยืนนิ่งค้าง ใบหน้าหล่อเหลาหันไปทางอื่นเพื่อซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วนภายใน ขณะที่พิมพ์มาดค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ความรู้สึกต่ออีกฝ่ายในใจของเธอได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีความรู้สึกอยากเอาชนะหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในอก
"ฉันไม่คิดว่า..." พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงกว่าปกติ ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น "คุณจะมีมุมแบบนี้เหมือนกันนะ... พฤกษ์"
พฤกษ์หันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยวที่ถูกล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว "คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินผม! และไม่มีสิทธิ์มาค้นข้าวของๆ ผมด้วย!" เขาตะคอกใส่ด้วยความฟادงงเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอที่ถูกเปิดเผย
"ฉันไม่ได้จะตัดสินคุณสักหน่อย!" พิมพ์มาดาเถียงกลับตามสัญชาตญาณความแสบที่เริ่มกลับมา เมื่อเห็นท่าทีตั้งกำแพงของเขา "แค่บังเอิญเห็นต่างหากเล่า ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนไปได้... คุณนี่มันเด็กจริงๆ เลยนะพฤกษ์"
"พิมพ์มาดา!" พฤกษ์คำรามลั่นด้วยความเหลืออด เขาพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างอวบอิ่มของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับแรงปะทะนั้น เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หมายจะเอ่ยปากต่อว่าแต่ก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ เมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขานั้นเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาของพฤกษ์ไม่ได้ดุดันอย่างที่ปากพูด แต่กลับลึกล้ำและร้อนแรงจนทำเอาสมองของเธอพร่ามัว
"อยากรู้นักใช่ไหมว่าผมเป็นใคร..." พฤกษ์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธอทีละน้อย หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวโครมครามจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน "งั้นก็ลองฟังคำตอบจากปากผมดูสิ..."
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะสัมผัสกันจนเกิดประกายไฟแห่งความเสน่หา...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามาจากด้านนอก ทำให้บรรยากาศสุดเร่าร้อนหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที
"พิมพ์! คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้พฤกษ์!"
เสียงของธนัตถ์ดังแทรกเข้ามา ทำเอาพฤกษ์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะระลอกใหม่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 9
ความลับในลิ้นชัก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!