ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีสุดท้ายจากตอนที่แล้ว ยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศราวกับเศษแก้วที่รอเวลาบาดลึก
ดวงตาของพฤกษ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่กลไกการป้องกันตัวอันเย่อหยิ่งและปากร้ายจะทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก
"เธอคิดว่าเรื่องแบบนี้... จะเอามาล้อเล่นกันได้ง่ายๆ งั้นเหรอพิมพ์มาดา"
น้ำเสียงของประธานหนุ่มไฟแรงต่ำทุบลงบนความเงียบงันในห้องทำงานกว้างขวาง ร่างสูงสง่าก้าวเข้าไปประชิดตัวภรรยาตามนิตินัยด้วยความหงุดหงิดที่ตีรวนขึ้นมาเป็นริ้วความร้อนระอุในกระแสเลือด เขากลัว—ใช่ พฤกษ์ไม่เคยยอมรับมันง่ายๆ แต่ความกลัวที่จะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปทำให้เขากลายเป็นคนพาล ปากร้าย และซึนเดระจนเกินเยียวยา
พิมพ์มาดาไม่ถอยหลังหนี เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาจนน่าใจหาย—รอยยิ้มท้าทายที่เคยประดับอยู่บนริมฝีปากฉ่ำสีระเรื่อบัดนี้มลายหายไปจนสิ้น
"ฉันดูเหมือนคนกำลังล้อเล่นอยู่หรือไงครับ... คุณพฤกษ์"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก สร้างความปวดหนึบขึ้นในอกของคนฟังทันที พฤกษ์กัดกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กเพื่อดึงรั้งเธอเข้ามาหาตัวตามสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แต่พิมพ์มาดากลับก้าวถอยหลังหลบได้อย่างทันท่วงที ราวกับรู้ทันทุกย่างก้าวของเขา
พรึบ!
กระดาษแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี แผ่นกระดาษสีขาวสะอาดตาที่มีตัวอักษรพิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบ และที่มุมด้านล่างมีลายเซ็นของเธอตวัดไว้อย่างเด็ดเดี่ยว ชัดเจน และไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
หัวข้อตัวหนาบนกระดาษแผ่นนั้นสะท้อนเข้าสู่เรตินาของพฤกษ์จนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ
*ใบหย่า*
"อ่านให้ชัดเจนแล้วก็เซ็นชื่อซะ เราจะได้จบกันเสียที" พิมพ์มาดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่ามือข้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กระเป๋าเสื้อสูทจะกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรงก็ตาม เธอกลั้นใจไม่ให้หยาดน้ำตากลุ่มสุดท้ายร่วงหล่นลงมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้ ปมในอดีตที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแสบสันต์กำลังร้องเตือนว่า หากเธอยังอยู่ตรงนี้ต่อ เธอจะพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอของตัวเอง
พฤกษ์จ้องมองแผ่นกระดาษนั้นด้วยความรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะเผาไหม้ทุกสิ่งรอบตัว เขากวาดสายตาอ่านข้อความในใบหย่าด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยดวงตาสดุดีเพลิงหึงหวงและร้าวรานในคราเดียวกัน
"เธอคิดจะไปหาไอ้ธนัตถ์สินะ... ถึงได้กล้าเอาเรื่องนี้มาขู่ฉัน!"
พฤกษ์เอ่ยชื่อเพื่อนสนิทออกมาด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน ความระแวงที่สะสมมานานระเบิดออก เขาคิดว่าที่เธอเปลี่ยนไป ที่เธอทำตัวห่างเหิน และที่เธออาจหาญกล้าท้าทายอำนาจของเขา เป็นเพราะมีชายอื่นคอยหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง
"คุณนี่มัน... มั่นใจในตัวเองสูงเกินไปจริงๆ ด้วยนะพฤกษ์ สมองของคุณมีพื้นที่เหลือให้คิดเรื่องอื่นนอกจากความระแวงบ้างไหม? ต่อให้ในโลกนี้ไม่มีธนัตถ์... ฉันก็ยังอยากจะหย่ากับคุณอยู่ดี เพราะฉันทนอยู่กับคนปากเสียอย่างคุณไม่ไหวแล้วไง!"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟัง พฤกษ์สะอึกไปชั่วขณะ ความเย่อหยิ่งที่มีถูกกระชากจนหลุดลุ่ย ร่างสูงพุ่งเข้าไปประชิดตัวเธอรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ มือหนาทั้งสองข้างควσόเข้าที่ไหล่บอบบางทั้งสองข้างแล้วเขย่าเบาๆ อย่างลืมตัว ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ
"ฉันไม่เซ็น! ไม่มีวัน! เธอกล้าดียังไงมาสั่งให้ฉันหย่า ทั้งๆ ที่ฉัน... ทั้งๆ ที่ฉัน..."
พฤกษ์ชะงักไป คำว่า *'ฉันรักเธอ'* จุกอยู่ที่ลำคอ ความซึนเดระที่ฝังรากลึกในนิสัยทำให้เขาไม่สามารถเอ่ยคำว่ารักออกไปได้ในยามที่ศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ เขาทำได้เพียงแค่ใช้อารมณ์เข้าขู่เพื่อปกปิดความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินวิญญาณ
"ทั้งๆ ที่อะไรครับ?" พิมพ์มาดาย้อนถาม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "พูดไม่ออกล่ะสิ เพราะในหัวของคุณมีแต่คำว่าเอาชนะไงล่ะ... เก็บใบหย่าแผ่นนั้นไว้เถอะครับ ฉันเซ็นเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอให้คุณไปเซ็นต่อที่อำเภอ... ลาก่อนนะพฤกษ์ ขอบคุณสำหรับบทเรียนราคาแพงในชีวิตแต่งงานครั้งนี้"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์มาดาก็สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม ร่างบางหมุนตัวหันหลังให้เขาอย่างเด็ดเดี่ยว กระเป๋าเดินทางใบย่อมที่เตรียมไว้ถูกลากติดมือไปอย่างไร้ความอาลัยอาวรณ์ เสียงล้อกระเป๋าบด
พฤกษ์ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานหรูหราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหนתวเหน็บและว่างเปล่าเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เขาก้มลงมองใบหย่าบนโต๊ะทำงาน ลายเซ็นของพิมพ์มาดายังคงเด่นชัด บาดตา และทิ่มแทงหัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
มือหนาเอื้อมไปหยิบปากกาบนโต๊ะด้วยความสั่นเทา หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความคิดที่จะปล่อยเธอไปสวนทางกับสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่บอกว่าเขาจะไม่มีวันยอมให้เธอก้าวเดินออกจากชีวิตเขาไปเด็ดขาด!
"พิมพ์มาดา! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
พฤกษ์ตะโกนก้องพร้อมกับคว้าปากกาเตรียมจะจรดปลายลงบนกระดาษเพื่อเซ็นชื่อตามที่เธอต้องการ ขอแค่เธอยอมหันกลับมามองเขา ขอแค่เพียงคำเดียว...
แอ๊ด...
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นแผ่วเบาขัดจังหวะความเป็นความตายตรงหน้า พฤกษ์ชะงักมือที่กำลังถือปากกา ดวงตาคมหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะลุขีด
แต่ทว่า... บุคคลที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบและแฟ้มเอกสารในมือ กลับไม่ใช่แม่บ้าน เลขา หรือแม้แต่รปภ. ตามที่เขาคาดคิด
ร่างสูงโปรดของ "ธนัตถ์" เพื่อนสนิทผู้ตกเป็นจำเลยสังคมในใจของพฤกษ์ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของประธานหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา
"อ้าว... เซ็นกันไปถึงไหนแล้วล่ะพฤกษ์ หรือว่านายช้าเกินไปจนพิมพ์เขาโทรศัพท์ตามฉันมารับแทนซะแล้ว?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะครับ
*ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ*
ทวงคืนยัยตัวแสบ•ตอนที่ 26
ใบหย่าบนโต๊ะทำงาน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงคืนยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!