กระบี่วิปลาสสะบั้นเมฆา กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 4

หนึ่งกระบี่ต้านหมื่นมาร

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายศัสตรา กระทบลงบนพื้นศิลาขาวโพลนของยอดเขาเมฆาหิมะ เกิดเป็นเสียงกังวานดั่งระฆังสำริดในความเงียบงัน "เจ้าคิดว่าวิถีกระบี่เช่นนี้ จะสามารถสั่นคลอนเสาหลักสวรรค์ได้จริงหรือ..." สุ้มเสียงของไป๋หลินซือราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตาคู่คมกลับจับจ้องร่างของบุรุษเบื้องหน้าไม่กี่ชั่วยาม นางยืนอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ ฉินอวี้เซียวมิได้หันกลับไปมอง นางเซียนผู้สูงส่งผู้นี้คือผู้คุมกฎแห่งแดนเซียน เป็นดั่งเงาจันทราที่คอยกำราบผู้ฝืนลิขิตฟ้าดินมานับร้อยปี แต่ในยามนี้ แววตาของเขากลับทอประกายคมปลาบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝักมานานแสนนาน ความทรงจำอันมืดมนจากการถูกอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชาชีพหักหลัง ยังคงกรีดแทงหัวใจดั่งพันคมดาบ แต่แทนที่จะสยบยอมต่อโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ ฉินอวี้เซียวกลับเลือกที่จะกำชับด้ามกระบี่ในมือให้แน่นขึ้น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำ "กฎเกณฑ์สวรรค์อันอยุติธรรม... หากฟ้าดินไม่เมตตา ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่ามันออกเป็นสองเสี่ยง" น้ำเสียงของฉินอวี้เซียวแหบพร่าแต่มั่นคง ทรงพลัง เปี่ยมด้วยความทะนงตนที่แม้แต่เทพเซียนยังต้องหวั่นเกรง เขาไม่ใช่จอมยุทธ์ผู้แสวงหาความเป็นอมตะเพื่อหลุดพ้น แต่คือผู้ที่ต้องการล้างบางความเน่าเฟะของแดนสวรรค์ด้วยคมกระบี่ของตนเอง ฉับพลัน ท้องนภาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีนิลกาฬ เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางลานพิธี เกิดเป็นแรงกดดันมหาศาลที่กดทับบดขยี้ร่างของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ไป๋หลินซือขมวดคิ้วเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังตื่นขึ้นจากร่างของบุรุษผู้นี้ พลังที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในบันทึกโบราณของแดนเซียน "เจ้าบ้าไปแล้ว..." นางเอ่ยแผ่วเบา ทว่าลึก and ในน้ำเสียงนั้นกลับซ่อนความห่วงใยที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชามาเนิ่นนาน "การท้าทายทัณฑ์สวรรค์ขั้นนี้ มีแต่ต้องดับสูญสลายกลายเป็นธุลี" "หากการมีชีวิตอยู่หมายถึงการก้มหัวให้พวกมัน ข้าขอเลือกดับสูญในวิถีกระบี่ของตนเองยังจะดีกว่า!" ฉินอวี้เซียวแผדเสียงคำรามก้องสะท้านฟ้า ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภาดั่งมังกรทะยานเหิน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนนับหมื่นสาย พัดพาเกล็ดหิมะและเศษศิลาให้ลอยเคว้งคว้าง แสงกระบี่เจิดจ้าบาดตาจนแม้แต่ดวงตะวันยังต้องหลบเร้น เบื้องล่าง ไป๋หลินซือแหงนมองภาพนั้น หัวใจที่ด้านชามานับพันปีกลับเต้นรัวระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพเงาร่างของบุรุษผู้โดดเดี่ยวที่กำลังเผชิญหน้ากับสายฟ้าพิโรธของสวรรค์ลำพัง ซ้อนทับกับความปรารถนาลึกๆ ในใจของนาง นางผู้ซึ่งถูกพันธนาการไว้ด้วยหน้าที่และกฎเกณฑ์ บัดนี้กลับอยากจะก้าวออกไปยืนเคียงข้างเขา แม้จะต้องทรยศต่อแดนเซียนทั้งหมดก็ตาม *ครืนนน—!* สายฟ้าสีทองขนาดมหึมาฟาดย้อยลงมาจากยอดเมฆ พุ่งตรงเข้าใส่ฉินอวี้เซียวหมายจะบดขยี้ให้แหลکสลายในพริบตาเดียว แรงระเบิดสะท้อนสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา เมฆหมอกสลายหายไปในพริบตา เผยให้เห็นห้วงมิติที่ฉีกขาดเป็นทางยาว ท่ามกลางกลุ่มควันและประกายสายฟ้าที่ยังคงคุกรุ่น ฉินอวี้เซียวยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยพิษสงของทัณฑ์สวรรค์ โลหิตสีแดงฉานไหลอาบใบหน้าคมคาย ทว่ามือข้างที่ถือกระบี่ยังคงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย เขายกกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า ดวงตาดำสนิทคู่นั้นสะท้อนประกายกระบี่ที่เจิดจ้าที่สุดในรอบร้อยปี "มารฟ้า หรือ เทพสวรรค์... ผู้ใดขวางวิถีกระบี่ของข้า ล้วนต้องดับสูญ!" สิ้นเสียงคำรามนั้น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก็ระเบิดทะลวงขีดจำกัด ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตัดผ่านม่านเมฆสีนิลจนขาดวิท ทว่าในวินาทีที่กระบี่กำลังจะปะทะกับทัณฑ์สวรรค์ระลอกสุดท้าย ท้องฟ้าเบื้องบนกลับเปิดออก ปรากฏร่างเงาสีทองขนาดยักษ์ของ "เทพผู้คุมกฎโบราณ" ที่หลับใหลมานับหมื่นปีค่อยๆ ลืมตาขึ้น พร้อมกับแรงกดดันระดับสภาวะเซียนแท้จริงที่พุ่งเข้ากดทับฉินอวี้เซียวจนกระอักโลหิตคำโตออกมา! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นเมฆา กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%