คราบโลหิตสีชาดบนศิลาผาอัสนีบาตยังไม่ทันแห้งสนิท เสียงคำรามกึกก้องสะท้านเลื่อมล้ำจากกระบี่นับร้อยเล่มก็ดังแว่วมาจากเบื้องล่าง ราวกับฝูงกาเหว่าคลั่งที่ได้กลิ่นอายซากศพ
"เจ้ายังคิดจะเดินช้าอยู่เช่นนี้อีกหรือ? ฉินอวี้เซียว"
น้ำเสียงเยือกเย็นดั่งธารน้ำแข็งพันปีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ไป๋หลินซือยืนอยู่บนยอดเรียวของต้นสนโบราณ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่แปรปรวน ทว่าใบหน้ารูปสลักกลับปราศจากร่องรอยความตื่นตระหนก มีเพียงแววตาคู่คมที่สะท้อนเงาของชายหนุ่มผู้ยืนพิงผนังถ้ำด้วยท่าทีเกียจคร้าน
ฉินอวี้เซียวไม่แม้แต่จะชายตามองกระบี่อาคมที่กำลังพุ่งแหวกอากาศเข้ามา เขายกสุราในจอกขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ราวกับบรรยากาศการไล่ล่าล้างผลาญของสำนักเทพเซียนเป็นเพียงบทเพลงขับกล่อมยามราตรี
"ความเร็วนั้นมิได้วัดกันที่ฝ่าเท้า ไป๋หลินซือ..." ฉินอวี้เซียวแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ทอดมองไปยังหมอกหนาเบื้องล่าง "แต่วัดกันที่ว่า... ใจของเจ้าสงบพอที่จะมองเห็นช่องว่างของความตายหรือไม่ต่างหาก"
*ฉวบ!*
กระบี่บินเล่มหนึ่งพุ่งทะลุผนังหินเฉียดใบหูของเขาไปเพียงเส้นยาแดง ปราณกระบี่แหลมคมกรีดเส้นผมสีดำสนิทให้ขาดร่วงลงสู่พื้น ทว่ารอยยิ้มบนมุมปากของฉินอวี้เซียวมิได้จางหาย กลับลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์หาใช่การซ่อนเร้น หากแต่เป็นการกลืนกินตัวตนให้เป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน ในเมื่อสำนักเทพเซียนส่ง 'ค่ายกลกระบี่เก้าสวรรค์' มาต้อนรับ พวกมันย่อมหมายมั่นปั้นมือจะลบชื่อของเขาออกจากบัญชีมนุษย์และเทพเซียนให้สิ้นซาก การหลบหนีจึงไม่ใช่ความขลาดเขลา แต่เป็นการถอยเพื่อก้าวไปสู่จุดที่คมดาบของเขาสามารถปลิดชีพพวกมันได้ในคราเดียว
"ตามข้ามา"
นางเซียนแห่งยอดเขาเมฆาหิมะสะบัดแขนเสื้อ อักขระสีทองนับพันปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นสะพานแสงเชื่อมโยงระหว่างหน้าผาสองฝั่ง นางไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การตัดสินใจร่วมมือกับบุรุษผู้เย่อหยิ่งผู้นี้ คือการกระทำที่เดิมพันด้วยเกียรติภูมิและชีวิตทั้งหมดที่นางสั่งสมมานับพันปี
ยามเมื่อร่างระหงพุ่งทะยานนำหน้าไป ฉินอวี้เซียวก็ขยับกายตามติดอย่างแนบเนียน ทั้งสองเคลื่อนไหวรากเงาและสายลม ไร้ซึ่งร่องรอย ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า มีเพียงกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของน้ำแข็งและกลิ่นอายโลหิตที่จางหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
เบื้องล่างพวกเขา กองกำลังนับร้อยจากสำนักเทพเซียนนำโดย 'ผู้อาวุโสเทียนหยาง' กำลังแผ่ขยายจิตสัมผัสกวาดลานหินรอบด้าน แสงสว่างจากกระบี่วิเศษสาดส่องตัดความมืดมิดราวกับเสาเพลิงแห่งการพิพากษา
"ประกาศิตแห่งเจ้าสำนัก! ใครก็ตามที่เด็ดหัวฉินอวี้เซียวและนำตัวไป๋หลินซือกลับมาได้ จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายตรง พร้อมเม็ดโอสถทะลวงด่านสวรรค์เก้าขั้น!" เสียงตะโกนก้องกังวานของผู้อาวุโสเทียนหยางแฝงไว้ด้วยพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้เหล่ามือสังหารเร่งเร้าพลังวิญญาณจนถึงขีดสุด
ในซอกหลืบของหน้าผามืดทึบ ฉินอวี้เซียวและไป๋หลินซือซ่อนกายอยู่หลังม่านน้ำตกพลังปราณ มือเรียวบางของนางเซียนสั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันระดับนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากถูกจับได้ ทั้งความตายและจิตวิญญาณจะถูกจองจำไว้ในขุมนรกอัสนีชั่วนิรันดร์
"เจ้ากลัวหรือ?" เสียงกระซิบกระชับของฉินอวี้เซียวดังชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอระหง ทำให้ไป๋หลินซือสะท้านเฮือก นางหันไปมองค้อนด้วยสายตาเย็นเยียบ ทว่าดวงตากลับไหววับ
"ข้าเพียงแต่เสียดาย... ที่ต้องมาจบชีวิตลงเคียงข้างคนไร้ยางอายเช่นเจ้า" นางเอ่ยตอบเสียงเบา ทว่าริมฝีปากกลับเผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่หาดูได้ยาก
"เช่นนั้นเรามาลองเดิมพันกันดูไหม..." ฉินอวี้เซียวหรี่ตาลง มองผ่านม่านน้ำตกไปยังเงาร่างของมือสังหารที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ทุกที นิ้วมือเรียวยาวสัมผัสเข้าที่ด้ามกระบี่เก่าคร่ำคร่าข้างกาย "หากข้าสามารถใช้กระบี่เดียวสังหารผู้อาวุโสเทียนหยางได้... เจ้าต้องยอมรับคำขอหนึ่งข้อจากข้า"
ไป๋หลินซือชะงัก นางจ้องมองนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและประกายความบ้าคลั่งของชายหนุ่ม ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความกระหายใคร่รู้ในวิถีกระบี่ที่เหนือล้ำกว่าสามัญสำนึก
"แล้วหากเจ้าทำไม่สำเร็จเล่า?" นางเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ข้าจะยอมเป็นทาสรับใช้บนยอดเขาเมฆาหิมะของเจ้าไปตลอดกาล... ล้างกระโถน ชงชา และคอยกางร่มให้นางเซียนผู้สูงส่งเช่นเจ้า" เขายิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
ไป๋หลินซือแค่น A เสียงเบาในลำคอ แต่หัวใจกลับเต้นรำอย่างผิดจังหวะ นางไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด บุรุษผู้มีวาจาร้ายกาจผู้นี้ ถึงมักจะทำให้จิตใจที่สงบนิ่งดั่งน้ำในบึงลึกของนางเกิดระลอกคลื่นได้เสมอ
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะเข้าปกคลุมอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็หยุดลงตรงหน้าม่านน้ำตกพอดี!
ประกายแสงสีทองสว่างวาบขึ้น แสงสว่างเจิดจ้าทะลวงผ่านม่านน้ำตกเข้ามา เผยให้เห็นรอยเท้าคู่หนึ่งที่ประทับอยู่บนพื้นดินเปียกชื้น รอยเท้าที่ชัดเจนและสดใหม่จนน่ากลัว...
รอยเท้าที่มิอาจลบเลือน... และมันไม่ใช่ของพวกเขา!
ฉินอวี้เซียวหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม ขณะที่ไป๋หลินซือหน้าถอดสีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่แผ่พุ่งมาจากด้านหลังของพวกเขาเอง
"ฮ่าๆๆๆ... ฉินอวี้เซียว ลูกศิษย์เนรคุณ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการซ่อนตัวอยู่ในเงาของสตรี จะช่วยให้เจ้าหนพ้นจากเงื้อมมือของสำนักเราได้?"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องมาจากความมืดเบื้องหลัง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่พวกเขาสองคนคาดคิดไม่ถึงที่สุดก้าวออกมาจากม่านหมอก!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่วิปลาสสะบั้นเมฆา กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 3
รอยเท้าที่มิอาจลบเลือน
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นเมฆา กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!