คมกระบี่ที่ยังไม่เคยถูกชักออกจากฝัก... มักมีความคมกล้าที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณได้มากกว่าคมเหล็กนับร้อยเล่ม
ไอเย็นยะเยือกของพายุหิมะบนยอดเขาเมฆาหิมะหาได้ระคายผิวหนังของฉินอวี้เซียวไม่ ทว่ามันกลับแทรกซึมผ่านรอยแยกของอาภรณ์สีดำสนิท เข้าสู่กระดูกดำและกัดกินจิตใจที่แบกรับความแค้นอันหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง ลมปราณแท้จริงภายในร่างหมุนวนดั่งกระแสน้ำวนแห่งความตาย ทุกย่างก้าวที่เขายกเท้าเหยียบบนพื้นหิมะขาวโพลน ทิ้งรอยเท้าลึกที่ถูกกลบฝังด้วยเกล็ดน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ราวกับเส้นทางที่เขาเดินผ่านมา ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในวัฏจักรแห่งสวรรค์
"วิถีกระบี่ที่ปราศจากความเมตตา... ก็เป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่าที่รอวันขึ้นสนิม"
น้ำเสียงเยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรกน้ำแข็ง ดังแว่วมาจากเบื้องบน ทะลุผ่านม่านพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ฉินอวี้เซียวหยุดฝีเท้า ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีหันขวับไปมองเบื้องหน้า ร่างกายของเขาตื่นตัวขึ้นโดยสัญชาตญาณ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นพับๆ อยู่ภายในจุดตันtian (ตันเถียน) พร้อมทะยานออกสังหารทุกเมื่อที่เผชิญหน้ากับอันตราย
ณ เบื้องบนยอดผาสูงชัน ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปรายราวกับหมู่มวลดาราที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ ร่างหนึ่งยืนสง่างามอยู่บนยอดเสาหินน้ำแข็ง นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์และประกายหิมะ เส้นผมสีดำสนิทสยายยาวคลอเคลียแผ่นหลังบางเบา ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางพญาเซียนผู้ไร้ซึ่งกิเลสทางโลก ทว่าแววตากลับว่างเปล่า เยชาชา และเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวที่แม้แต่กาลเวลาก็ยังต้องหลั่งน้ำตาให้
นางคือไป๋หลินซือ... เทพเซียนผู้คุมกฎแห่งยอดเขาเมฆาหิมะ ผู้ซึ่งไม่เคยมีมนุษย์คนใดในยุทธภพสามารถก้าวล่วงเข้ามาถึงเขตแดนชั้นในได้โดยยังมีลมหายใจ
"เจ้าเป็นใคร?" ฉินอวี้เซียวเอถาม น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลัง ก้องกังวานแข่งกับเสียงคำรามของพายุ
"ข้าคือผู้ที่จะดับลมหายใจและฝังรากวิถีกระบี่ของเจ้าไว้ ณ ที่แห่งนี้... ฉินอวี้เซียว" ไป๋หลินซือกล่าวตอบ ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อยยามพิจารณาบุรุษหนุ่มเบื้องล่าง แม้มนุษย์ผู้นี้จะอยู่ในสภาพสะินทรุดโทรมจากการหลบหนีการไล่าล่าของสำนักกระบี่สวรรค์ ทว่ารัศมีกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างเขากลับดื้อรั้น ทระนง และท้าทายกฎเกณฑ์สวรรค์เสียจนนางรู้สึกแปลกประหลาดในใจ
วิถีกระบี่ของเขามีกลิ่นอายของความวิปลาส... แต่มันกลับบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวด
"หึ..." ฉินอวี้เซียวแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผู้คุมกฎแห่งสวรรค์? น่าขันสิ้นดี พวกมันส่งสุนัขรับใช้มาเพิ่มอีกกี่ตัว ข้าฆ่ามาหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ผู้ให้กำเนิดข้าเอง!"
สิ้นคำพูด ประโยคอันสะเทือนฟ้าสะเทือนดินนั้นก็ทำให้บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงชั่วขณะ พายุหิมะคล้ายจะหยุดชะงักไปชั่วพริบตา ไป๋หลินซือขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกเย็นชาภายในอกถูกรบกวนด้วยคำว่า 'อาจารย์' นางรู้ดีว่าฉินอวี้เซียวถูกทรยศโดยผู้นำสำนักกระบี่สวรรค์ ผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเขามา แต่นางไม่คาดคิดว่าจิตใจของชายหนุ่มจะด้านชาและเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
"การล้างผลาญผู้มีพระคุณ คือบาปมหันต์ที่แม้แต่เทพเซียนยังไม่ให้อภัย" ไป๋หลินซือเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันจากพลังปราณระดับเซียนที่แผ่พุ่งลงมากดทับร่างของฉินอวี้เซียวจนหิมะรอบกายแตกกระจาย
*ตึง!*
แรงกดดันระดับเซียนกดทับลงบนไหล่ทั้งสองข้างของฉินอวี้เซียวราวกับภูเขาทั้งลูก เข่าข้างหนึ่งทรุดฮวบลงสัมผัสพื้นน้ำแข็ง เยื่อบุในช่องปากมีรสคาวเลือดไหลซึมผ่านมุมปาก ทว่ากระดูกสันหลังของเขายังคงตั้งตรง ไม่ยอมก้มหัวให้แม้แต่เงาของสวรรค์! มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"บาปมหันต์งั้นหรือ?" ฉินอวี้เซียวเงยหน้าขึ้น จ้องมองนางเซียนบนยอดผาด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น "แล้วความอยุติธรรมที่พวกมันมอบให้ข้าเล่า? สวรรค์ตาทิพย์หรือตาบอดกันแน่ ถึงได้ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลและเหยียบย่ำชีวิตผู้อื่นตามอำเภอใจ หากสวรรค์บอกว่าข้าบาปหนา... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้แหละ สับทำลายสวรรค์ให้มันสิ้นซาก!"
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้ายามวิกาล สะท้อนใบหน้าที่มุ่งมั่นและดุดันของฉินอวี้เซียว
ไป๋หลินซือผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีกลับเต้นรำอย่างผิดจังหวะ นางมองลึกลงไปในดวงตาของชายหนุ่มผู้นี้ และพบกับความจริงอันน่าสะพรึงกลัว... เขาไม่ได้พูดเล่น เขามีเจตจำนงที่จะเผาผลาญทุกสิ่งแม้กระทั่งตัวเขาเองเพื่อท้าทายลิขิตฟ้า
ชั่วพริบตานั้น ไป๋หลินซืองطดพุ่งลงมาจากยอดผา ร่างระหงลอยละลิ่วลงมากลางพายุหิมะราวกับเทพธิดากลางสายหมอก ปลายเท้าแตะลงบนพื้นน้ำแข็งอย่างแผ่วเบาราวกับไม่มีน้ำหนัก นางยืนห่างจากฉินอวี้เซียวเพียงแค่สามก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยปะปนกับกลิ่นอายคาวเลือด
นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะเข้าที่คางของฉินอวี้เซียวอย่างถือวิสาสะ บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง
"เจ้ากล้าดียังไง..." ฉินอวี้เซียวขบกรามแน่น พยายามขยับตัว ทว่าพลังเซียนของนางได้ตรึงร่างเขาไว้ทั้งหมด
"หากเจ้าคิดจะสับทำลายสวรรค์..." ไป๋หลินซือเอ่ยกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากบางเฉียบอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงคืบ แววตาเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายลึกล้ำที่อ่านไม่ออก "เจ้าต้องผ่านด่านข้าไปให้ได้เสียก่อน... ฉินอวี้เซียว"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองหยุดนิ่ง ท่ามกลางความเหน็บหนาวของพายุหิมะ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความใกล้ชิดที่อันตรายและเย้ายวนใจก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่าในวินาทีที่ฉินอวี้เซียวเตรียมจะตอบโต้ด้วยการชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝักนั้นเอง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากเบื้องล่างของหุบเขา พร้อมกับเสียงตะโกนกึกก้องที่ทำลายความเงียบงัน
"เจอตัวมันแล้ว! มันหนีมาหลบอยู่บนยอดเขาเมฆาหิมะ! ฆ่ามันซะ อย่าให้ไอ้สวะฉินอวี้เซียวมีชีวิตรอดกลับไป!"
ธนับเพลิงนับร้อยดอกถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่องแสงสว่างวาบเผยให้เห็นเงาร่างของยอดฝีมือจากสำนักกระบี่สวรรค์นับร้อยชีวิตที่กำลังปิดล้อมภูเขาเข้ามาทุกที
ไป๋หลินซือหรี่ตาลงเล็กน้อย นางเหลือบมองกองกำลังที่กำลังคืบคลานเข้ามา ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มผู้ดื้อรั้นในอ้อมกอดทางสายตา นางขยับริมฝีปากเตรียมจะเอวาบางอย่าง ทว่าฉินอวี้เซียวกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาส่อประกายอำมหิตที่พร้อมจะลากทุกคนลงนรกไปกับเขา
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะแม่นาง" ฉินอวี้เซียวกล่าวเสียงกระซิบข้างหูของนางเซียน พร้อมกับนิ้วมือที่ขยับเข้าใกล้ด้ามกระบี่มากยิ่งขึ้น "ถ้าเจ้าอยากทดสอบวิถีกระบี่ของข้า... เจ้าต้องช่วยข้าเปิดทางเลือดนี้ออกไปเสียก่อน!"
ไป๋หลินซือชะงักไปชั่วครู่ ก่อนมุมปากงามจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่งดงามหยาดเยิ้มจนโลกต้องหยุดหมุน เป็นรอยยิ้มแรกในรอบร้อยปีของนางเซียนผู้เยือกเย็น
"หากเป็นความประสงค์ของเจ้า... ข้าจะย้อมผืนหิมะนี้ให้กลายเป็นสีเลือดกับเจ้าเอง"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่วิปลาสสะบั้นเมฆา กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา•ตอนที่ 2
นางเซียนกลางไอหมอก
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นเมฆา กับนางเซียนผู้เฝ้ามองดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!