กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 17

ปกป้องด้วยชีวิต

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นดั่งกลีบเหมยแดงกลางพายุหิมะ ร่างของมู่หานเซถอยหลังไปสามก้าว รอยกระบี่ลึกล้ำประทับอยู่บนแผ่นอก เสื้อคลุมสีดำขาดวิ่นเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่กลิ่นอายปราณมรณะกำลังกัดกินเส้นชีพจรอย่างบ้าคลั่ง ทว่าดวงตาคมกริบของบุรุษหนุ่มหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันกลับเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่ากระบี่โบราณที่เพิ่งได้รับการหลอมขึ้นรูป เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างมหึมาของราชันย์มารโลหิต ผู้ถือครองค้อนอัสนีทมิฬที่เตรียมฟาดซัดลงมาหมายปลิดชีพสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง "มู่หาน!" เสียงอุทานที่ปกติแล้วมักจะเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะ บัดนี้กลับสั่นเครือและเต็มไปด้วยความตระหนก เซียนจื่อเวยเบิกตากว้าง นางผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อความเป็นความตายของสรรพสิ่งในใต้หล้า ยามนี้หัวใจกลับบีบรัดแน่นจนแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นแผ่นหลังของบุรุษผู้ทะนงตนยอมรับคมกระบี่แทนตัวนาง "ถอยไป..." มู่หานเอ่ยเสียงแหบพร่า เลือดสดๆ ไหลยิ้มมุมปาก แต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย "ข้าบอกแล้ว... ตราบใดที่กระบี่ในมือข้ายังไม่หัก ไม่มีผู้ใดพรากเจ้าไปจากที่นี่ได้ แม้แต่เงาของความตายก็ไม่ละเว้น" จื่อเวยเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางมองแผ่นหลังที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของเขา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่นางไม่เคยรู้จักตลอดหลายร้อยปีแห่งการบำเพ็ญเพียร พลุ่งพล่านขึ้นในทรวงอก มันทั้งร้อนรุ่มและเจ็บปวด... นี่หรือคือความรู้สึกของการมี 'หัวใจ' นี่หรือคือความหมายของการ 'ปกป้องด้วยชีวิต' ที่บุรุษผู้นี้พร่ำบอกด้วยวิถีกระบี่ของเขา ราชันย์มารโลหิตหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ เสียงของมันสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าผ่า "ช่างเป็นความรักที่โง่งงมและน่าสมเพชยิ่งนัก! ศิษย์ทรยศแห่งสำนักกระบี่ ใกล้ตายถึงเพียงนี้ยังกล้าอวดดี ร่างกายเจ้าแหลกสลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ยังจะเอาอะไรมาต้านทานกระบวนท่าร้อยอัสนีทมิฬของข้า!" สิ้นเสียงคำราม พลังปราณสีดำทมิฬทะ่ลักทลายออกมาจากร่างของราชันย์มาร บรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว อัสนีสีม่วงเข้มแลบแปลบปลาทุ่งไปทั่วสารทิศ แรงกดดันระดับทะลวงขอบเขตเซียนแท้จริงกดทับลงมาจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นผุยผง มู่หานหอบหายใจหนักหน่วง ปราณกระบี่บรรพกาลในตันtian (จุดตันเถียน) สั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกทำให้การโคจรปราณติดขัด หากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไป คงสิ้นใจไปนานแล้ว แต่วิญญาณกระบี่ของมู่หานถูกหล่อหลอมขึ้นจากความอยุติธรรมและความเด็ดเดี่ยว ยิ่งสถานการณ์คับขัน ดลใจให้จิตวิญญาณแห่งกระบี่ของเขากลับยิ่งคมกล้าไร้เทียมทาน "เจ้าคิดว่ากระบี่ของข้า... มีไว้เพื่อฆ่าฟันเพียงอย่างเดียวงั้นหรือ?" มู่หานเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ คล้ายดวงดาวบนท้องฟ้ายามราตรีที่ส่องประกายท่ามกลางความมืดมิด เขายกกระบี่ในมือขึ้นช้าๆ ท่วงท่าเรียบง่ายไร้กระบวนท่า ทว่ากลับสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจและลมหายใจของธรรมชาติรอบตัว เซียนจื่อเวยมองการกระทำนั้นด้วยความตกตะลึง นางตระหนักได้ทันทีว่า มู่หานไม่ได้กำลังใช้พลังปราณเพื่อต่อสู้ แต่เขากำลัง 'เผาผลาญ' แก่นแท้แห่งวิญญาณกระบี่ของตนเองเพื่อแลกกับพลังที่ก้าวข้ามขีดจำกัด! "มู่หาน! อย่าทำเช่นนี้!" นางส่งเสียงห้าม น้ำเสียงที่เคยสง่างามราบเรียบบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อนในชีวิต "จื่อเวย..." มู่หานเหลือบสายตากลับมามองนางเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียว "ในโลกนี้ ข้าอาจเป็นศิษย์ทรยศที่ผู้คนรุมประณาม แต่ในสายตาของเจ้า... ข้าขอเป็นเพียงผู้เดียวที่ยืนหยัดปกป้องเจ้าก็พอแล้ว" พริบตา That moment นั้นเอง ท้องฟ้าเหนือหุบผาดาราพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินยวง เมฆฝนทะมึนถูกแหวกออกด้วยรัศมีกระบี่ที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภา อุณหือรอบด้านลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา วิชากระบี่บรรพกาลสะบั้นดาราบทที่เจ็ด — 'จันทรานิรันดร์ตัดสะท้อนโลกันตร์' ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว! ประกายแสงกระบี่เจิดจ้าเสียดแทงฟ้าดิน พลังอันยิ่งใหญ่สะกดข่มรัศมีมารจนแทบแหลกสลาย ราชันย์มารโลหิตแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก เมื่อมันตระหนักว่ากระบี่เล่มนี้ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ตัวมัน แต่พุ่งเข้าใส่ 'ห้วงมิติ' ด้านหลังเพื่อสร้างทางรอดให้สตรีผู้เป็นที่รัก "ไปซะ!" มู่หานคำรามลั่น เลือดทะ Erupt พุ่งออกจากปากอีกครั้ง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อขีดจำกัดของร่างกายถูกฉีกกระชาก "ไม่! ข้าไม่ไป!" จื่อเวยกรีดร้อง น้ำตากลุ่มแรกในรอบหลายร้อยปีร่วงหล่นจากดวงตาคู่งาม นางพยายามพุ่งเข้าไปหาเขา แต่ม่านพลังกระบี่ที่มู่หานสร้างขึ้นกลับผลักร่างของนางให้กระเด็นออกไปสู่อีกฟากของมิติที่เปิดออก "มีชีวิตอยู่... แล้วจดจำข้าไว้" นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่แสงสีเงินจะกลืนกินทุกสิ่ง และในวินาทีที่ม่านมิติปิดตัวลง ร่างของมู่หานก็ทรุดฮวบลงท่ามกลางกองเลือด ขณะที่ปลายกระบี่ของราชันย์มารโลหิตกำลังพุ่งทะลวงเข้าสู่หัวใจของเขาอย่างเหี้ยมเกรียม—! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%