"กระบี่ในมือเจ้า ช่างไร้ซึ่งความละอายแก่ใจยิ่งนัก มู่หาน!"
เสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อนสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาเมฆาคล้อย แรงกดดันจากลมปราณระดับมหาวัชระแผ่พุ่งจนมวลอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีคราม เงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มปักลายพยัคฆ์เหินเวหาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างกะทันหันราวกับภูตผี ไอปราณสังหารที่เข้มข้นจนกลายเป็นหมอกสีเลือดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของ 'ไป๋อี้หลาง' ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักกระบี่นภาเมฆา ศัตรูเก่าผู้จองเวรที่มู่หานไม่อาจลืมเลือน
มู่หานไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลัง ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่สะท้อนภาพของผู้อาวุโสผู้เคยนับถือ ทว่าแววตานั้นกลับราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง มีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ชายหนุ่มประสานมือคารวะตามมารยาทจอมยุทธ์ ทว่าวาจากลับเฉียบคมบาดลึกยิ่งกว่ากระบี่ในฝัก
"ผู้อาวุโสไป๋... ผ่านไปสามปี ฝีมือของท่านยังคงย่ำอยู่กับที่ ทว่าความหน้าด้านกลับเติบโตงอกงามตามกาลเวลา สมแล้วที่เป็นเสาหลักของสำนักที่เน่าเฟะจากภายใน"
"สามหาว!" ไป๋อี้หลางกระชากเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาดั่งสัตว์ร้ายกระหายเลือด ฝ่ามือข้างขวาตบลงกลางอากาศเบื้องหน้า ปราณกระบี่นับพันสายพรั่งพรูออกมาจากปลายนิ้วรวมตัวกันเป็น "ค่ายกลกระบี่สังหารโลหิต" พุ่งเข้าใส่มู่หานในพริบตา
บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหยุดหายใจ พลังปราณที่รุนแรงแผดเผาต้นไม้ใบหญ้าจนแหลกสลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา ทว่าท่ามกลางพายุคมกระบี่ที่ถมทับเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ มู่หานกลับยืนหยัดสงบนิ่งราวกับยอดเขาไท่ซาน ปรัญชาแห่งวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์หลอมรวมเข้ากับลมหายใจเข้าออก ดึงดูดพลังธรรมชาติรอบตัวให้เข้ามาหมุนวนอยู่รอบกาย
ทันใดนั้นเอง แสงจันทร์สีเงินยวงก็สาดส่องทะลุผ่านหมู่เมฆหนาทึบลงมาทาบทับร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ นางคือ เซียนจื่อเวย ผู้คุมกฎแห่งหอคอยดารา ชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลมปราณ ใบหน้างดงามล่มเมืองเยชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าในยามนี้ แววตาของนางที่มองไปยังไป๋อี้หลางกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็นยิ่งกว่าความตาย
"สำนักกระบี่นภาเมฆาช่างกล้าหาญนัก กล้าดียังไงมารังควานคนที่ข้าคุ้มครองถึงอาณาเขตหอคอยดารา"
น้ำเสียงของจื่อเวยราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทว่ากลับทำให้ทิวทัศน์รอบด้านลดอุณหภูมิลดลงจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพฤบตา นางยกปลายนิ้วเรียวงามขึ้นวาดกลางอากาศเบื้องหน้า อักขระดาราเจิดจรัสปรากฏขึ้นเป็นวงแหวนเจ็ดชั้น หมุนวนรับมือกับปราณกระบี่โลหิตของไป๋อี้หลางได้อย่างง่ายดาย ราวกับเอาน้ำเย็นราดลงบนกองไฟ
ไป๋อี้หลางหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันลี้ลับของสตรีผู้นี้ แม้เขาจะเป็นยอดฝีมือรุ่นอาวุโส แต่ชื่อเสียงความโหดเหี้ยมและพลังอันไร้ก้นบึ้งของเซียนจื่อเวยนั้นเป็นสิ่งที่แม้แต่เจ้าสำนักของเขายยังต้องเกรงกลัวสามส่วน
"เซียนจื่อเวย! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า นางเซียนเยือกเย็นผู้นี้ เหตุใดจึงต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องศิษย์ทรยศผู้นี้ด้วย? มู่หานมันคือคนบาปที่สังหารศิษย์พี่ร่วมสำนัก ขโมยคัมภีร์ลับบรรพกาลหนีไป ความผิดนี้ย่อมต้องชดใช้ด้วยชีวิต!" ไป๋อี้หลางตะโกนเสียงกร้าว พยายามใช้ความชอบธรรมจอมปลอมกดดัน
มู่หานแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาฉายแววเย้ยหยันล้ำลึก "ศิษย์พี่ร่วมสำนักงั้นหรือ? เจ้าพวกนั้นวางยาพิษลอบสังหารท่านพ่อของข้าเพื่อแย่งชิงตำราตระกูลมู่ ข้าเพียงแต่ทวงความยุติธรรมด้วยกระบี่ในมือ ส่วนคัมภีร์บรรพกาล... หึ มันเป็นของบรรพบุรุษข้าตั้งแต่แรก เหตุใดจึงเรียกว่าขโมย?"
ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาในห้วงคำนึง อดีตที่ถูกขับไล่ ตระกูลที่ถูกทำลายล้างอย่างไร้ความปรานี และสายตาดูแคลนของคนในสำนักกระบี่นภาเมฆา ล้วนเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงให้จิตวิญญาณกระบี่ของมู่หานแกร่งกล้าขึ้นทุกค่ำคืน การปรากฏตัวของไป๋อี้หลางในวันนี้ มิใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอนเพื่อบังคับให้เขาต้องสะสางบัญชีแค้นนี้ให้จบสิ้น
"รนหาที่ตาย!" ไป๋อี้หลางแผดเสียงด้วยความคับแค้นใจ เมื่อเห็นว่าเจรจาไม่เป็นผล เขากระชากกระบี่ประจำกายออกจากฝัก แสงสีทองสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า พลังปราณระดับมหาวัชระขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกอย่างไร้ความปราณี วิชากระบี่ประจำสำนัก "เก้าสวรรค์สะบั้นนภา" ถูกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง หวาดผ่าลงมาหมายผ่าร่างของมู่หานและจื่อเวยให้ขาดเป็นสองท่อนในกระบี่เดียว
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่สีทองกำลังจะพุ่งเข้าประชิดตัว มู่หานกลับไม่ขยับเขยื้อน เขากลับหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้จิตสำนึกแห่งกระบี่เชื่อมต่อกับห้วงจักรวาล ในขณะที่เซียนจื่อเวยก้าวขึ้นมาขนาบข้าง มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่จันทราเร้นเมฆาของนางแน่น ไอปราณสีครามเข้มระเบิดออกผสานกับลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของชายหนุ่ม เกิดเป็นคลื่นพลังงานผสานหยินหยางที่ทรงพลังจนสะท้านสะเทือนไปถึงแก่นโลก
"ไป๋อี้หลาง..." มู่หานลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาดำขลับฉายประกายแสงสีเงินเจิดจรัสราวกับดวงดาวนับล้านดวงระเบิด "ในเมื่อเจ้าดลบันดาลให้อดีตตามมาหลอกหลอนข้าถึงที่นี่ เช่นนั้น... ข้าจะใช้กระบี่นี้ ส่งเจ้ากลับไปยมโลกเพื่อชดใช้หนี้เลือดเสียที!"
สิ้นเสียงคำราม ดาบในมือของมู่หานก็เริ่มสั่นระริก ปราณกระบี่ไร้รูปร่างแต่คมกล้าสามารถตัดผ่านมิติเวลาพุ่งออกจากฝัก พร้อมกับพลังกดดันจากขอบเขตพลังใหม่ที่กำลังทะลวงทะยานขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ท้องฟ้าเหนือหุบเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีม่วงคำรามก้องรับทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังจะมาเยือน
และในวินาทีนั้นเอง ที่เงามืดเบื้องหลังของไป๋อี้หลางไม่ได้มีเพียงแค่ลมปราณของเขาเอง ทว่ากลับปรากฏร่างของบุคคลปริศนาผู้สวมหน้ากากทองคำขาว ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้หัวใจของมู่หานและจื่อเวยต้องกระตุกวูบ...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 16
อดีตที่ตามมาหลอกหลอน
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!