กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 29

ความมืดมิดในใจมู่หาน

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
เลือดสดๆ หยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบลงบนแผ่นศิลาโบราณ เสียง *ติ๋ง* นั้นดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันราวกับเสียงฆ้องสวรรค์ มู่หานนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางค่ายกลโลหิตที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสีชาด ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยแรงสะท้อนจากพลังปราณมารที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรทีละเส้น ทว่าดวงตาคมกริบของเขากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อความตาย แม้ว่าความเจ็บปวดจะราดรดลงมาดั่งอัสนีบาตแผดเผาไขกระดูก "วิชากระบี่กลืนดารา... เดิมทีก็คือการฝืนลิขิตฟ้า หากข้าไม่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ได้ แล้วเหตุใดข้าจึงต้องมีลมหายใจต่อ?" เสียงพึมพำแหบพร่าเล็ดลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันจนห่อเลือด ความมืดมิดในจิตใจของมู่หานในยามนี้มิใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือเพลิงกาฬที่ถูกจุดขึ้นด้วยความแค้นและความอาลัยอาวรณ์ ภาพของเซียนจื่อเวย นางผู้เย็นชาดั่งหิมะโปรยปราย แต่กลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาในหอคอยดารา ยังคงวนเวียนเด่นชัดอยู่ในห้วงสำนึก บัดนี้ นางถูกกักขังไว้ด้วยพันธนาการแห่งทัณฑ์สวรรค์ และมีเพียงวิชาต้องห้ามบทนี้เท่านั้นที่จะมอบพลังให้เขาพังทลายค่ายกลบรรพกาลนั้นได้ ภายในถ้ำลึกลับที่ซ่อนเร้นจากสายตาฟ้าดิน อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นรอยแยกมิติสีดำสนิท ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยบริสุทธิ์และสง่างาม บัดนี้ถูกย้อมด้วยไอสีโลหิตเข้มข้น เมฆทมิฬก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหันเหนือยอดเขา ไร้ซึ่งสายฝน มีเพียงสายฟ้าสีม่วงเข้มที่แลบแปลบปลาดยอดเขา ทัณฑ์สวรรค์สัมผัสได้ถึงการฝืนกฎเกณฑ์ของมนุษย์ผู้หนึ่ง จึงส่งแรงกดดันมหาศาลกดทับร่างของมู่หานจนกระดูกลั่นกรอบ *ครืนนน!* กระบี่บรรพกาลที่ปักอยู่เบื้องหน้าสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ตัวกระบี่ส่งเสียงร้องโหยหวนคล้ายวิญญาณนับหมื่นกรีดร้อง รอยจารึกอักขระโบราณบนคมดาบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน มันกำลังดื่มกินโลหิตและจิตวิญญาณของเขา เพื่อแลกกับอานุภาพทำลายล้างที่สามารถผ่าดาราให้ขาดเป็นสองท่อน "มู่หาน... เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร?" เสียงหวานล้ำที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากห้วงลึกแห่งจิตใจ ทว่ามันช่างเลือนรางและเย็นชา ราวกับเสียงสะท้อนจากความฝัน มู่หานรู้ดีว่านั่นคือภาพลวงตาที่จิตมารสร้างขึ้นเพื่อบั่นทอนความตั้งใจของเขา แต่มันกลับทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกกระบี่นับพันเล่มแทงทะลุ "จื่อเวย..." มู่หานคำรามในลำคอ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างไร้สติ "ข้าไม่ยอมให้ผู้ใดพรากเจ้าไป... ต่อให้ต้องกลายเป็นมารร้ายที่ฟ้าดินสาปแช่ง ข้าก็จะลากพวกมันลงมานรกให้หมด!" สิ้นเสียงคำราม เมฆทมิฬเบื้องบนก็ระเบิดออก สายฟ้ามหึมาฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางถ้ำ แรงระเบิดทำให้หินผานับพันตันถล่มลงมากลบ In Medias Res ของความหายนะ ทว่าท่ามกลางฝุ่นควันและเศษซากหิน ร่างหนึ่งยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง กระบี่บรรพกาลในมือของมู่หานถูกชักออกจากฝักอย่างช้าๆ เสียง *กริ๊ง* ที่คมชัดดังกังวานทะลุชั้นเมฆา พลังปราณที่ระเบิดออกมาจากร่างของเขากวาดล้างทุกสิ่งรอบกายจนราบเป็นหน้ากลอง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความลังเล บัดนี้ว่างเปล่าและเยือกเย็นยิ่งกว่าห้วงอวกาศ ทว่า ในวินาทีที่เขาก้าวเท้าออกจากปากถ้ำเพื่อมุ่งหน้าสู่หอคอยดารา เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าขวางทางไว้ นางยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนเลือด ใบหน้างملงงดงามไร้ที่ติประดับด้วยหยดน้ำตาที่เยือกแข็ง ดวงตาสีรัตติกาลมองตรงมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "เจ้า... ฝึกฝนวิชามารโลหิตจริงหรือ?" เสียงของเซียนจื่อเวยสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันยังคงความเยือกเย็นตามวิสัยของผู้คุมกฎ มู่หานชะงักฝีเท้า ลมหายใจสะดุดกึก กระบี่ในมือหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา เขามองหน้านางผู้เป็นดั่งดวงจันทร์ในยามค่ำคืน แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดแม้แต่น้อยคือ ปลายกระบี่ในมือของนาง... กำลังจ่อตรงมาที่หัวใจของเขา ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%