“กฎแห่งหอคอยดารา... มิเคยมีความปรานี แม้กระทั่งกับเจ้าผู้เป็นถึงผู้คุมกฎ!”
เสียงตะคอกก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางใจฟ้า ดับสิ้นสรรพเสียงทั้งมวลในหุบเขาหมันซาน ม่านหมอกหนาทึบที่เคยปกคลุมยอดเขาบัดนี้ถูกแหวักออกเป็นทางด้วยแรงกดดันมหาศาลจากค่ายกลดาราประหาร ขอบฟ้าถูกย้อมด้วยสีเลือดและประกายแสงสีครามจากโซ่ตรวนอัคคีสวรรค์เก้าเส้น ที่พุ่งทะยานลงมาจากห้วงนภาดุจพญานาคเพลิงขย้ำเหยื่อ
มู่หานยืนหยัดอยู่บนยอดผา ร่างกายของเขาสะบักสะบอม ลมปราณในตันเถียนปั่นป่วนจากการหักล้างกับค่ายกลสวรรค์เมื่อครู่ กระบี่บรรพกาลในมือสั่นระริก ปลายคมกระบี่จดลงบนพื้นศิลาจนเกิดรอยร้าวลึกยาวนับร้อยวา ทว่าสายตาของเขากลับมิได้มองไปยังเหล่าผูอาวุโสแห่งหอคอยดาราที่รายล้อมนับสิบชีวิต หากแต่จับจ้องไปยังร่างบอบบางที่คุกเข่าอยู่เบื้องกลางวงล้อมนั้น
เซียนจื่อเวย... สตรีผู้เยือกเย็นดั่งจันทราเหนือเมฆา อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยโลหิตสีชาด เส้นผมสีดำสนิทที่เคยปล่อยสยายราวกับสายน้ำตกยามค่ำคืน บัดนี้ยุ่งเหยิงและชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทว่าแววตาของนางยังคงความทะนงองอาจ ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่ทอดมองมายังเขา—บุรุษผู้พลิกคว่ำกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์เพื่อยื้อแย่งนางไว้
“มู่หาน... เจ้าถอยไป” เสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงก้องกังวานในโสตประสาทของเขา ดั่งห้วงธารน้ำแข็งที่แตกสลาย “นี่คือทัณฑ์ของข้า ความผิดฐานปล่อยให้เจ้า... ผู้เป็นศิษย์ทรยศหลบหนีจากคุกอัคคี และ... และหัวใจที่ไขว้เขวจากวิถีแห่งเซียน”
“ฮ่าๆๆ วิถีแห่งเซียนอันใด? กฎเกณฑ์น่าขันอันใด?” มู่หานเงยหน้าหัวเราะลั่นฟ้า เสียงหัวเราะของเขาทรงพลังเสียจนยอดศิลาเบื้องล่างสั่นสะเทือน แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนฉายแววดุดันราวกับพญาอินทรีย์กางปีก “ข้า มู่หาน ไม่เคยสนใจสวรรค์ ไม่เคยสนใจหอคอยดารา หากการปกป้องสตรีในดวงใจคือความผิด เช่นนั้นข้าจักใช้กระบี่ในมือนี้... ฟันฝ่าสวรรค์ให้พังทลายลงมาเป็นจุล!”
สิ้นคำ ประกายแสงสีเงินยวงก็ระเบิดออกจากร่างของมู่หาน เคล็ดวิชากระบี่บรรพกาลขั้นที่เจ็ด ‘ดาราดับสูญ’ ถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รอยแยกมิติจำนวนมากปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับใยแมงมุม ความกดดันจากลมปราณกระบี่ทำให้เหล่าผูอาวุโสแห่งหอคอยดาราถึงกับใบหน้าถอดสี ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... มีคนเร็วกว่า
*ฟุบ!*
เงาร่างหนึ่งสายพุ่งวาบดั่งภูตผี ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอคอยดารา ‘เทียนซุน’ ผู้มีฉายา ‘กระบี่ไร้เงา’ ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเซียนจื่อเวยในพริบตา นิ้วมือเหี่ยวแห้งดั่งกิ่งไม้โบราณกดลงบนจุดชีพจรสำคัญของนางอย่างแม่นยำ ปราณดาราอันหนתหนาพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างของนางเพื่อปิดผนึกจุดตันเถียนและเส้นลมปราณทั้งหมดทันที
“อึก...” จื่อเวยส่งเสียงครางเบาๆ ร่างกายทรุดฮวบลงพิงกับพื้นศิลา ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยทอประกายเย็นชาบัดนี้หม่นแสงลงชั่วขณะเมื่อพลังปราณทั้งหมดถูกพันธนาการ
“จื่อเวย!” มู่หานคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ความโกรธเกรี้ยวแผดเผาจิตวิญญาณจนลมปราณรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีดำสนิท
“มู่หาน เจ้าอย่าได้ลุ่มหลงจนเกินไป” ผู้อาวุโสเทียนซุนกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เย็นเยียบ ไร้ซึ่งความรู้สึก มือข้างหนึ่งตวัดขึ้น โซ่ตรวนอัคคีสวรรค์พุ่งเข้าพันธนาการร่างของเซียนจื่อเวยไว้แน่นหนาก่อนจะดึงร่างของนางลอยขึ้นสู่อากาศ “นางคือผู้คุมกฎแห่งหอคอยดารา มีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับคนนอก และมีจิตใจที่แปดเปื้อนด้วยกิเลสแห่งมนุษย์ นางจะต้องถูกนำตัวกลับไปรับทัณฑ์สะบั้นวิญญาณที่แดนชำระบาตรัตติกาล... ส่วนเจ้า หากยังดึงดันขัดขวาง วันนี้คือวันตายของเจ้า!”
มู่หานไม่กล่าววาจาใดๆ อีกต่อไป ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปอย่างไร้สติ แต่นี่คือความนิ่งสงบก่อนที่พายุคลั่งจะกวาดล้างทุกสิ่ง มือที่กำด้ามกระบี่บรรพกาลแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปรัชญาเต๋าแห่งธรรมชาติที่เขาบำเพ็ญเพียรมาแรมปีหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณกระบี่ กลายเป็นหนึ่งเดียวที่ไร้ช่องโหว่
เขารู้ดีว่าหอคอยดารานั้นน่ากลัวเพียงใด แดนชำระบาตรัตติกาลคือสถานที่ที่แม้แต่เซียนผู้บรรลุขอบเขตอมตะยังต้องหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บปวด หากจื่อเวยถูกนำตัวไปที่นั่น นางจะต้องเผชิญกับการทรมานทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณจนกว่าดวงจิตจะแตกสลาย
นั่นคือการสูญเสียที่เขา... ไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!
“ข้าบอกแล้ว...” มู่หานก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวลงไป พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกดดันระดับขอบเขตทะลวงสวรรค์แผ่ซ่านออกไปกดทับจนเหล่าศิษย์หอคอยดาราต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน “แม้นว่าฟ้าดินจะลงทัณฑ์นาง แม้นว่าเทพเซียนทั่วทั้งสามภพจะขวางหน้า... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ แหวกม่านฟ้า สังหารเทพเซียน และพังทลายหอคอยของพวกเจ้าให้ราบคาบ!”
“สามหาว!” ผู้อาวุโสเทียนซุนสีหน้าเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ สะบัดมือเรียกกระบี่ประจำกาย ‘ดาราผ่าปฐพี’ ออกมา ประกายแสงเจิดจ้าพุ่งทะยานเข้าหามู่หานในพริบตา
ทว่า มู่หานกลับไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง เขายกกระบี่ขึ้นตั้งรับด้วยท่าทางที่เรียบง่ายที่สุด แต่กลับแฝงไว้ด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้งไร้ขอบเขต—วิชากระบี่ไร้กระบวนท่า!
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะระดับสะเทือนฟ้าดินระเบิดออก คลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนยอดเขาสั่นสะเทือนหินถล่มลงมาดั่งหิมะตก ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง สายตาของมู่หานประสานเข้ากับเซียนจื่อเวยที่ลอยอยู่กลางอากาศผ่านม่านควันเพลิง
นางไม่ได้มองมาที่เขาด้วยความหวาดกลัว แต่ริมฝีปากบางเฉียบของนางขยับเป็นคำพูดที่ไร้เสียง... *“มีชีวิตอยู่... แล้วมาหาข้า”*
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของจื่อเวยก็ถูกดึงหายวับไปในประตูมิติสีครามที่เปิดออกโดยเหล่าผู้อาวุโส มิติเบื้องบนปิดตัวกลายเป็นความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจางๆ ของดอกเหมยเย็นชาที่ติดตรึงอยู่ในอากาศ และเงาร่างของผู้อาวุโสเทียนซุนที่ยืนขวางเส้นทางของเขาไว้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“หมดเวลาสนุกแล้ว เจ้าเด็กน้อย... เจ้าคิดว่าจะตามนางทันหรือ?”
มู่หานยืนนิ่งค้างอยู่ ณ จุดเดิม ดวงตาคมกริบกวาดมองความว่างเปล่าเบื้องบน ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเขา มือข้างที่ถือกระบี่คลายออกเล็กน้อย ก่อนจะกำมันแน่นขึ้นกว่าเดิมจนกระบี่ส่งเสียงร้องคำรามก้อง
“เจ้าคิดว่า... ประตูมิติของหอคอยดาราจะขวางทางข้าได้กระนั้นหรือ?”
มู่หานพึมพำเบาๆ กับความว่างเปล่า รอบกายของเขาจู่ๆ ก็ปรากฏอักขระโบราณสีทองอร่ามลอยวนเวียนขึ้นมาจากพื้นดิน... มันคือเคล็ดวิชาลับต้องห้ามที่สืบทอดมาในตระกูลของเขา—*วิชากระบี่ผ่าวัฏสงสาร* ที่แลกมาด้วยการเผาผลาญอายุขัยครึ่งหนึ่งเพื่อเปิดเส้นทางข้ามมิติ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 28
การสูญเสียที่ไม่อาจเลี่ยง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!