กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังไม่ทันจางหายจากคมกระบี่ไร้ชื่อ หยดเลือดสีชาดหยาดหนึ่งก็ร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาจนเกิดเสียงก้องกังวานดั่งเสียงระฆังสำริดในความเงียบงัน มู่หานยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลัก ปลายกระบี่ชี้ต่ำทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นดิน ไอสีครามจางๆ แผ่ซ่านออกมาจากคมดาบ สะท้อนเงาใบหน้าอันคมคายและแววตาดุดั่งพยัคฆ์หมอบของเขา สายลมจากหุบเขาเบื้องล่างพัดพาเอาละอองหมอกสีเทาเข้ามาปกคลุมข้อเท้าของคนทั้งสอง ราวกับผืนแผ่นดินกำลังพยายามกลืนกินร่องรอยการสังหารเมื่อครู่
"เจ้าก้าวล้ำเส้นเขตแดนของหอคอยดาราแล้ว มู่หาน"
เสียงหวานใสราวกับกระดิ่งหยก ทว่าเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งพันปีดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซียนจื่อเวยยืนอยู่บนยอดคบเพลิงหินเก่าแก่ ชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมท่ามกลางหมู่เมฆที่เคลื่อนคล้อยต่ำ นางไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ทว่ารัศมีกดดันระดับ "หลอมรวมวิญญาณ" ขั้นสมบูรณ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น ความกดดันนี้นับว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่ง หากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไป เกรงว่าคงคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวไปนานแล้ว แต่มู่หานกลับเพียงแค่ปรายตามองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันตนเองบางเบา
"เขตแดนของหอคอยดารา หรือกรงขังที่พวกเจ้าใช้ล่ามโซ่สัจธรรมกันแน่? จื่อเวย... เจ้ายังคงยึดติดกับกฎเกณฑ์จอมปลอมพวกนั้นไม่เสื่อมคลาย"
มู่หานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ แต่มั่นคงดั่งขุนเขา ทะนงตนในวิถีกระบี่จนแม้แต่ฟ้าดินก็มิอาจสยบเขาได้
เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วเรียวสวยเล็กน้อย แววตาคู่คมที่เคยราบเรียบไร้ระลอกคลื่นฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง นางจ้องมองแผ่นหลังของบุรุษผู้เป็นทั้งสหายร่วมสำนักเก่าและเป้าหมายที่นางต้องกำจัดตามราชโองการแห่งหอคอย นางรู้ดีว่าวิชากระบี่ของมู่หานหลุดพ้นจากกรอบกฎเกณฑ์ไปไกลลิบ การที่เขาสามารถสังหารผู้คุ้มกฎระดับเดียวกันสามคนโดยไม่แม้แต่จะหอบหายใจ ย่อมพิสูจน์แล้วว่าวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาก้าวไปถึงดินแดนที่แม้แต่นางก็ยังหวาดหวั่น
"กฎก็คือaugur... กฎคือความสงบเรียบร้อยของยุทธภพ หากไร้ซึ่งกฎ ยุทธภพจักต่างอันใดกับแดนอสูร" นางเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบพยายามซ่อนความสั่นไหวในใจไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา
"ยุทธภพที่แปดเปื้อนด้วยผลประโยชน์และความโลภเช่นนี้ สมควรแก่การล้างผลาญให้สิ้นซาก" มู่หานแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้านัยน์ตากับนางตรงๆ "แต่ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนทนากับเจ้าเรื่องความถูกผิด ข้ามาเพื่อสิ่งนี้ต่างหาก"
เขายื่นมือขวาที่ปรากฏคราบเขม่าจางๆ แบออกเบื้องหน้า ฝ่ามือของเขามีแผ่นหยกโบราณสีนิลสลักลวดลายประหลาด คล้ายรูปดาราจักรที่กำลังหมุนวน สลักด้วยอักขระเตราบรรพกาลที่ปล่อยพลังปราณดุร้ายออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า ทันทีที่หยกชิ้นนั้นปรากฏขึ้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับปรากฏกลุ่มเมฆสีดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปอัสนีบาต
ดวงตาคู่สวยของเซียนจื่อเวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว "นั่นมัน... แผ่นหยกนำทางสู่สุสานกระบี่บรรพกาล! เจ้า... เจ้าพบมันที่หุบเขาไร้ชื่อจริง ๆ หรือ?"
"ถูกต้อง" มู่หานเก็บแผ่นหยกกลับเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงของนางทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีกดดันของนางแม้แต่น้อย กลิ่นอายบุรุษเจือจางปะปนกับกลิ่นอายโลหิตและกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ลอยละล่องเข้าจมูกของเซียนจื่อเวย นางผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาหินโบราณเสียแล้ว
มู่หานหยุดยืนอยู่ตรงหน้าing นาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น สายตาคมกริบของเขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความลังเลและสับสน
"จื่อเวย เจ้าคิดว่าหอคอยดาราตามล่าข้าเพราะข้าทรยศสำนักกระบี่จริง ๆ หรือ? หรือเป็นเพราะบรรพบุรุษของพวกเจ้าต่างหาก ที่ต้องการครอบครองเคล็ดวิชาในสุสานบรรพกาลนั้นแต่ไร้ความสามารถที่จะเปิดมัน จึงต้องใช้เลือดของตระกูลข้ามาเป็นกุญแจสังเวย!" น้ำเสียงของมู่หานแม้จะแผ่วเบา ทว่ากลับเฉียบคมดั่งคมกระบี่ที่กรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว
เซียนจื่อเวยรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ คำพูดของมู่หานสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่นางยึดถือมาตลอดชีวิต นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเย็นชาที่นางใช้ปกป้องตนเองมานานเริ่มร้าวราน นางอยากจะปฏิเสธ ทว่าความจริงที่นางลอบสืบพบในหอคอยลับเมื่อหลายวันก่อนกลับซ้อนทับกับคำพูดของเขาอย่างไร้รอยต่อ
"ข้า..." นางเอ่ยเสียงสั่น พยายามยกกระบี่ขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับตนเอง ทว่ามือเรียวกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
มู่หานยื่นมือข้างหนึ่งขึ้นสัมผัสคมกระบี่ของนางแผ่วเบา ปลายนี้มนไร้คมในยามที่สัมผัสกับปลายนิ้วของเขา เขาออกแรงกดมันลงเบื้องล่างช้าๆ อย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว ราวกับต้องการบอกให้นางวางอาวุธลง
"เชื่อใจข้าสักครั้ง จื่อเวย..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ยามเมื่อมองสตรีผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งที่กำลังจะละลายในอ้อมกอดของโชคชะตา "หนทางเบื้องหน้าคือความเป็นความตาย และข้าไม่ต้องการให้คนที่กุมหัวใจข้าไว้ ต้องมาตายอยู่ใต้เงื้อมมือของคนพวกนั้น"
คำว่า *"คนที่กุมหัวใจข้าไว้"* ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเซียนจื่อเวย ร่างกายของนางแข็งทื่อ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งด้วยกฎเหล็กมาตลอดหลายร้อยปีพลันเต้นรัวระรัวดั่งกลองศึก นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความเยือกเย็นทั้งหมดสลายกลายเป็นหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยตา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผสานกลมกลืนระหว่างความเป็นและความตาย ความรักและความแค้นนั้นเอง...
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีทองคำสายมหึมาผ่าลงมาจากยอดเขาสูงสุด ทะลวงผ่านม่านเมฆลงมาเบื้องล่างอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของศิลาแตกกระจายเป็นจุล แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนเซียนจื่อเวยต้องอุทานออกมาและถูกแรงลมซัดจนร่างเซถลาออกไป
"ใคร!" มู่หานคำรามลั่นในลำคอ ตวัดร่างพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศพร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักในพริบตา แสงกระบี่สีครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของราตรีกาล ส่องสว่างทั่วทั้งหุบเขาไร้ชื่อ
ทว่า บนยอดเขาสูงสุดที่ควรจะว่างเปล่า บัดนี้กลับปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองปักลายมหาสมุทร ยืนไขว่ห้างอยู่บนยอดกระบี่บินนับพันเล่มที่ลอยเค្វ้งคว้างกลางอากาศ กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของผู้นำมาซึ่งความกดดันระดับ "สวรรค์สะท้าน" ที่สูงส่งจนมู่หานต้องหรี่ตาลงด้วยความตกตะลึง
"มู่หาน เจ้าหนูโง่... คิดว่าเจ้าเป็นผู้เดียวที่ถือครองแผ่นหยกนั้นหรือ? ส่งมันมาให้ข้าเสียดีๆ มิฉะนั้น ศิษย์รักของหอคอยดาราผู้นี้ จะต้องดับสูญพร้อมกับวิญญาณของเจ้า ณ ที่แห่งนี้!"
เสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งอสุนีบาตของผู้มาใหม่ทำให้นัยน์ตาของมู่หานหดแคบลงถึงขีดสุด เมื่อเขาหันกลับไปมองเบื้องล่าง ร่างของเซียนจื่อเวยกลับถูกพัน
*ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ*
กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 2
เมฆาคล้อยเหนือยอดเขา
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!