กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 24

ความจริงที่น่าตกใจ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"เจ้า... ยังกล้าเอ่ยวาจานี้ต่อหน้าข้าอีกหรือ มู่หาน" น้ำเสียงของเซียนจื่อเวยในยามนี้มิได้เย็นชาดั่งเช่นกาลก่อน ทว่ากลับสั่นเครือเล็กน้อยราวกับแผ่นน้ำแข็งใต้ผืนปฐพีที่กำลังปริร้าว ละอองปราณดาราจักรสีครามรอบกายางนางหมุนวนปั่นป่วนสะท้อนถึงคลื่นอารมณ์ที่โถมซัด ดั่งพายุหิมะกลางยอดเขาหลิงเซียว มู่หานยืนนิ่งสงบ ทรนงองอาจราวกับยอดกระบี่เหล็กกล้าที่ปักษาดาราไม่กล้าแผ้วพาน เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่ระเบิดออก แม้ทั่วร่างจะชุ่มโชกไปด้วยโลหิตจากการฝ่าด่านค่ายกลดาราเก้าชั้นฟ้าเมื่อครู่ ทว่าแววตาของเขากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "เหตุใดข้าจึงไม่กล้าเล่า?" มู่หานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วตำหนักดาราเร้นลับ "ในเมื่อสวรรค์เบื้องบนบัญชาให้ข้าเป็นผู้ล้างมลทิน และเจ้า... ผู้คุมกฎแห่งหอคอยดารา กลับเป็นกุญแจสำคัญดอกสุดท้ายที่จะไขปริศนาทั้งหมด" จื่อเวยหลบสายตาไปวูบหนึ่ง นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนในอก ชุดคลุมยาวปักลายกลุ่มดาวแพรพราวสะท้อนแสงเรืองรอง นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับต้องการสร้างระยะห่างระหว่างความจริงอันโหดร้ายกับหัวใจที่เริ่มอ่อนระโอนของตนเอง "เจ้าไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เจ้ากำลังไขว่คว้ามันคืออะไร..." จื่อเวยกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยความขมขื่นล้ำลึก "ข้ามิใช่เพียงผู้คุมกฎแห่งหอคอยดาราอย่างที่เจ้าเข้าใจ... ตำแหน่งนี้เป็นเพียงโซ่ตรวนที่ผูกมัดวิญญาณของข้าไว้กับพันธสัญญาแห่งแดนสวรรค์ชั้นฟ้าเบื้องบน" มู่หานหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณแห่งวิถีกระบี่บอกให้เขารับรู้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวงที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าความอยากรู้อยากเห็นและจิตวิญญาณที่ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดกลับทำให้เขาก้าวเข้าไปประชิดนางทีละก้าวอย่างมั่นคง "ถ้าเช่นนั้น ฐานะที่แท้จริงของเจ้าคือผู้ใดกันแน่?" มู่หานเอާމถาม น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเด็ดเดี่ยว "เหตุไฉนสตรีผู้สูงศักดิ์ เย็นชา และไร้หัวใจต่อหน้าผู้คนนับหมื่น ถึงได้ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยข้าหลบหนีจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่... และเหตุใด แววตาของเจ้าในยามที่มองข้า ถึงสะท้อนความเจ็บปวดร้าวรานราวกับคนคุ้นเคยที่พลัดพรากกันมานับพันปีเช่นนี้?" คำถามของมู่หานดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเซียนจื่อเวย ร่างระหงสะท้านเฮือก นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบดั่งมหาสมุทรน้ำแข็งบัดนี้เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่สะท้อนแสงดาวระยิบระยับ "เพราะว่า..." จื่อเวยกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด นางสูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยวาจาที่เก็บงำความลับอันน่าตกใจนี้ไว้ชั่วกัลปาลักษ์ "เพราะว่า... ข้าคือผู้ให้กำเนิด 'เคล็ดกระบี่ผ่าดารา' ที่เจ้ากำลังฝึกฝนอยู่... และในขณะเดียวกัน ข้าก็คือ 'องค์หญิงแห่งแดนสวรรค์' ผู้ถูกองค์จักรพรรดิสวรรค์ลงทัณฑ์ให้ลงมาจุติเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแดนมนุษย์กับเขตแดนเซียน!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในตำหนักดาราเร้นลับพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาถูกหยุดนิ่งด้วยพลังแห่งเต๋า มู่หานชะงักงัน ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผาพลันแข็งค้าง ความคิดในหัวปั่นป่วนราวกับคลื่นลมในมหาสมุทร เคล็ดกระบี่ที่เขาใช้ฟาดฟันศัตรูมานับไม่ถ้วน วิชากระบี่ที่บรรลุจากธรรมชาติอันไร้ระเบียบ แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากสตรีตรงหน้าผู้นี้! "เจ้าว่าอย่างไรนะ..." มู่หานขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "เจ้า... คือผู้สร้างเคล็ดกระบี่นั้น?" "ถูกต้อง" จื่อเวยหลับตาลง ยอมรับความจริงที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนาน หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตากระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงิน "วิชากระบี่ที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วเป็นเพียงเศษเสี้ยวท่วงท่ารำดาบที่ข้าเคยใช้เมื่อครั้งยังพำนักอยู่บนแดนสวรรค์ชั้นเก้า เจ้าคิดว่าเจ้าคิดค้นมันขึ้นมาเองจากปรัชญาธรรมชาติกระนั้นหรือ? หาใช่ไม่... เจ้าเป็นเพียง 'ผู้สืบทอด' ที่โชคชะตาชักนำให้มาพบกับเจ้าของที่แท้จริง เพื่อทำลายล้างกฎเกณฑ์อันเน่าเฟะของพวกมัน!" รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของจื่อเวย นางลืมตาขึ้นจ้องมองมู่หานด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งหวาดกลัว และโล่งอกในเวลาเดียวกัน "และเหตุผลที่ข้าต้องลงมาจุติเบื้องล่าง..." นางกล่าวต่อ น้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย "ก็เพื่อตามหา 'กระบี่' เล่มที่จะมาสะบั้นโซ่ตรวนสวรรค์... ซึ่งกระบี่เล่มนั้น... มิใช่ศาสตราวิเศษใดๆ แต่มันคือตัวเจ้า มู่หาน!" ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศก้องของเซียนจื่อเวย ท้องนภาเบื้องบนตำหนักดาราเร้นลับที่เคยแจ่มใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆสีนิลทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปตาพายุขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำขาวคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธต่อการล่วงรู้ความลับสวรรค์ *เปรี้ยงงงงง!* สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เส้นมหาสมุทรผ่าทะลุหลังคาตำหนักลงมาเฉียดร่างของทั้งสองไปเพียงไม่กี่คืบ เศษหินและอักขระเวตรอบกายแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกดดันอันมหาศาลกดทับจนลมหายใจของมู่หานติดขัด ทว่าเขากลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว มู่หานกำกระบี่ในมือแน่น เส้นเลือดปูดโปนตามแขน แววตาดุดันฉายประกายความเด็ดเดี่ยวพุ่งพล่าน เขาหันไปมองจื่อเวยที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่าเนื่องจากแรงกดดันจากเบื้องบนพุ่งเป้ามาที่นางโดยตรง "ไม่ว่าเจ้าจะเป็นองค์หญิงสวรรค์ หรือผู้สร้างเคล็ดกระบี่..." มู่หานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่แข่งกับเสียงคำรามของสายฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ "ในเมื่อสวรรค์กล้าใช้โซ่ตรวนผูกมัดเจ้าไว้... วันนี้ ข้าผู้นี้จะใช้กระบี่ในมือ สะบั้นมันให้สิ้นซาก!" เขายื่นมือออกไปหมายจะประคองร่างของนางให้ลุกขึ้น ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนเสื้อผ้าของนางนั้น ประตูมิติเบื้องหลังจื่อเวยก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า— เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีทองอร่าม แผ่กลิ่นอายปราณเซียนระดับมหาเทพที่กดดันจนมู่หานต้องกระอักโลหิตออกมาคำโต! "บังAณ! บังอาจนักที่บังคมความคิดอาจเอื้อมเช่นนี้ต่อหน้าทายาทแห่งสวรรค์!" เสียงอันเยือกเย็นและทรงอำนาจดังก้องจากบุรุษปริศนาผู้มาใหม่ พร้อมกับปลายกระบี่สีทองที่จ่อตรงมาที่ลำคอของมู่หานโดยไม่ทันให้ตั้งตัว! --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%