อักขระดาราเจ็ดดาวแปดทิศกำลังบิดเบี้ยว กลายเป็นวงแหวนโลหิตสีชาดที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งใจกลางห้องโถงลับหอคอยดารา
"ถอยไป!"
เสียงของเซียนจื่อเวยตวาดก้อง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ปราณกระบี่เหมันต์ในร่างของนางแปรปรวนจนสะท้อนย้อนกลับเข้าสู่อวัยวะภายใน ผลึกน้ำแข็งหมื่นปีที่ใช้เป็นฐานค่ายกลเริ่มแตกร้าว ส่งเสียง 'แครก... แครก...' ดังสะท้อนก้องกังวานดั่งเสียงกระดูกที่ถูกบดขยี้
นางหลงกลค่ายกลมายาของสำนักกระบี่โลหิตที่แฝงตัวเข้ามาบ่อนทำลายรากฐานพลัง พลังปราณดาราที่ควรจะไหลเวียนอย่างไร้รอยต่อ กลับย้อนศรกลายเป็นกระแสพิษโลหิตแผดเผาเส้นชีพจรของนางให้มอดไหม้ หากปล่อยไว้เพียงชั่วธูปดอกเดียว ร่างและวิญญาณของนางจะแตกสลายกลายเป็นผุยผง
มู่หานไม่เอ่ยคำใดให้มากความ แววตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองค่ายกลที่ซับซ้อนเบื้องหน้า ชายหนุ่มก้าวเท้าข้ามเขตอาคมเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคง แม้กระแสลมปราณที่ปั่นป่วนจะกรีดแท้งถนิมเนื้อจนเกิดรอยเลือดซึมบนอาภรณ์สีดำสนิทของเขา แต่มู่หานหาได้ใส่ใจไม่ ความตายสำหรับเขาเป็นเพียงเงาที่เดินเคียงข้างมาตลอดชีวิต
"เจ้าเข้ามาทำไม... ค่ายกลนี้กำลังกลืนกินวิญญาณ..." จื่อเวยกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเย็นชาที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าราวกับรูปสลักน้ำแข็งบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก สายตาที่ทอดมองเขามีทั้งความห่วง
ใยและความดื้อรั้น
"ข้าบอกแล้วว่า... ชีวิตของเจ้า ข้าเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ค่ายกลเดรัจฉานนี่!"
มู่หานแค่นเสียงเย็นเยียบ ร่างของเขาทะยานขึ้นกลางอากาศ นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาววาดผ่านความว่างเปล่า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกมาจากปลายนิ้ว พลังที่ปราศจากรูปทรงแต่ทรงอานุภาพทำลายล้างถึงขีดสุดพุ่งเข้าปะทะกับอักขระโลหิตที่กำลังแผดเผานาง
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหอคอยดารา ค่ายกลอาคมที่สะสมพลังมานับร้อยปีสั่นสะท้อนอย่างรุนแรง มู่หานกระอักเลือดคำโตออกมาเมื่อต้องรับแรงสะท้อนจากค่ายกลมารด้วยตัวคนเดียว แต่เขากลับไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว สายตายังคงแน่วแน่ดั่งภูผา
"หากเจ้าจะดับสูญ ข้าจะใช้กระบี่นี้ผ่ากลืนฟ้าดินเพื่อยื้อวิญญาณเจ้าไว้เอง!"
สิ้นเสียงคำราม มู่หานชักกระบี่บรรพกาลออกจากฝัก แสงสีครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิด วิชากระบี่ที่หลอมรวมจากปรัชญาธรรมชาติถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด คมกระบี่กรีดผ่านจุดตายของค่ายกลอาคมอย่างแม่นยำราวนักปราชญ์ชี้ทางสว่าง อักขระโลหิตที่หมุนวนค่อยๆ หยุดชะงักลงทีละน้อย ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์
ร่างของจื่อเวยที่หมดแรงทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของชายหนุ่ม กลิ่นอายความเย็นชาที่เคยห้อมล้อมตัวนางมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นจากไออุ่นของมนุษย์ที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน
มู่หานประคองร่างบางไว้แนบอก มือหนาลูบไล้เรือนผมสีดำขลับที่ชื้นเหงื่อเบาๆ ปราณอุ่นร้อนจากตันtian (ตันเถียน) ของเขาถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บในร่างของนาง จื่อเวยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นสั่นระริก หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตา นางกระซิบเสียงแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บงำ
"เหตุใด... จึงต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อข้า..."
"เพราะข้าไม่อาจมองดูดวงจันทร์บนฟ้าดับสลายไปต่อหน้าต่อตา..." มู่หานตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มอบให้เพียงผู้เดียวในใต้หล้า
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นที่เบื้องล่างของหอคอยดารา พร้อมกับเสียงหัวoเราะเยือกเย็นของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักกระบี่โลหิตที่ดังสะท้อนเข้ามา
"ฮ่าๆๆ... มู่หาน เจ้าศิษย์ทรยศ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะติดกับดักความรักจนมุมอยู่ที่นี่... วันนี้ทั้งชีวิตของเจ้าและนางเซียนผู้นี้ ต้องสังเวยให้กับกระบี่โลหิตของข้า!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 8
รอยร้าวบนผลึกน้ำแข็ง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!