กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 10

เข้าสู่เขตแดนหวงห้าม

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"หุบเขามรณะแห่งนี้ ไม่ได้มีไว้ให้ผู้ใดก้าวเข้ามาเพื่อรอดกลับไป แต่มีไว้เพื่อฝังกลบความทะเยอทะยานของคนเขลาลงใต้ผืนทรายสีเลือด" เสียงราบเรียบดุจน้ำแข็งของเซียนจื่อเวยดังกังวานขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วปากทางเข้าเขตแดนหวงห้าม สายตาของนางที่มองไปยังมู่หานมิได้แฝงความห่วงใย หากแต่เป็นความนิ่งสงบที่ยากจะหยั่งถึง ทว่าภายใต้ท่าทีเย็นชาดุจหิมะเหนือเมฆา มือเรียวงามของนางกลับกำกระบี่ประจำกายแน่นจนสันนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด มู่หานไม่ตอบคำ เขายืนตระหง่านอยู่หน้าม่านพลังสีดำสนิทที่เต้นระริกราวกับหัวใจของอสูรกาย แผ่นหลังของเขากว้างใหญ่และดูโดดเดี่ยว ทรงพลังด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่ที่เขาหลอมรวมจากสัจธรรมแห่งธรรมชาติ "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาชีวิตไปทิ้ง" มู่หานเอ่ยพลางปัดเศษฝุ่นบนแขนเสื้อช้าๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ก้องกังวานด้วยความเด็ดเดี่ยว "ข้ามาเพื่อทวงคืนความจริงที่ถูกฝังกลบ และหากสวรรค์ต้องการจะขวางทางข้า ข้าก็แค่ต้องหักมันทิ้งด้วยปลายกระบี่เล่มนี้" เขาก้าวเท้าผ่านม่านพลังไปโดยไม่ลังเล ทันทีที่ร่างกายสัมผัสกับไออสูรที่หนาแน่นดุจน้ำมันดิบ เขตแดนหวงห้ามก็แผดเสียงคำราม เสียงโหยหวนของวิญญาณเซียนที่ตกตายในอดีตดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มู่หานหาได้หวั่นไหว จิตวิญญาณกระบี่ของเขาเปล่งประกายสีครามครอบคลุมร่างกาย ลบเลือนไอสังหารที่พยายามกัดกินตัวตนของเขาออกไปจนหมดสิ้น เซียนจื่อเวยที่ก้าวตามเข้ามาหยุดชะงัก สายตาของนางกวาดมองไปรอบหุบเขาที่เต็มไปด้วยเศษซากของอาวุธระดับตำนานที่หักสะบั้นและรอยเลือดที่แห้งกรังเป็นสีดำสนิท นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่คุ้นเคย กลิ่นอายที่อาจทำให้นางหวนกลับไปสู่เส้นทางแห่งการไร้ใจดั่งเดิม "ระวัง" นางเอ่ยคำเดียวสั้นๆ ก่อนจะชักกระบี่หิมะดาราออกมาจากฝัก แสงสีเงินยวงสว่างวาบไปทั่วบริเวณทันที "ท่านไม่ต้องห่วงข้า" มู่หานหันกลับมามองนาง แววตาของเขาอ่อนแสงลงชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาดุดันตามวิถีแห่งจอมยุทธ์ "ในดินแดนที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ สิ่งเดียวที่ข้าเชื่อมั่น คือรอยคมกระบี่ของท่านที่ยืนอยู่เคียงข้างข้า" คำพูดนั้นทำให้นางเซียนผู้สูงศักดิ์ถึงกับชะงัก หัวใจที่เคยเยือกแข็งดุจธารน้ำแข็งหมื่นปีกลับมีรอยร้าวที่แผ่ขยายออกไป นางไม่เคยรู้จักความหมายของการ 'ร่วมตาย' จนกระทั่งพบชายผู้นี้ ชายที่กล้าหาญพอจะฉีกกระชากกฎสวรรค์ด้วยมือเปล่า ทันใดนั้น ผืนดินเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาร่างมหึมาที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดค่อยๆ ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือ 'ศิลาจารึกแห่งบรรพกาล' ที่บัดนี้กลับเคลื่อนไหวได้ อักขระโบราณนับพันตัวลอยวนรอบตัวมัน ปล่อยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว มู่หานสูดลมหายใจเข้าลึก เขาตั้งท่าวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ แสงสว่างจากพลังปราณพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับต้องการตัดแบ่งเมฆาให้แยกจากกัน "นี่ไม่ใช่บททดสอบของสำนัก" มู่หานพึมพำขณะมองอักขระที่กำลังหมุนวน "นี่คือการล้างบาง... ของผู้ที่อยู่เหนือขึ้นไป" ศิลาจารึกพุ่งเข้าหาทั้งสองด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ มู่หานทะยานตัวออกไปข้างหน้า กระบี่ของเขาเปล่งประกายดุจดาวตกที่ร่วงหล่น ทว่าในวินาทีที่กระบี่ของเขาจะปะทะกับศิลา อักขระตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างรวดเร็ว เขาเบี่ยงตัวหลบ ทว่ากระแสพลังนั้นกลับรุนแรงจนฉีกกระชากแขนเสื้อจนขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยประทับสีแดงฉานบนหัวไหล่—รอยประทับที่บ่งบอกว่าเขาคือ 'ผู้ถูกเลือก' ให้เป็นเครื่องสังเวย เซียนจื่อเวยกรีดร้องในใจ นางเห็นรอยประทับนั้นชัดเจน ความตื่นตระหนกที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนปะทุขึ้น นางก้าวเท้าเหินเวหาเข้ามาเคียงข้างมู่หาน กระบี่หิมะดาราของนางปล่อยไอความเย็นเข้าสกัดศิลาจารึกไว้ "มู่หาน! ถอยออกไป! รอยประทับนั่น... มันคือเครื่องหมายของคนทรยศที่จะถูกสวรรค์สลายวิญญาณ!" มู่หานยิ้มเยาะ แววตาของเขาไร้ซึ่งความกลัว เขากระชับด้ามกระบี่แน่นขึ้น แรงปะทะจากการโจมตีของศิลาจารึกทำให้เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก แต่นั่นกลับทำให้จิตวิญญาณของเขายิ่งฮึกเหิม "สวรรค์สลายวิญญาณหรือ? หากสวรรค์ต้องการให้ข้าสลายไป ข้าก็จะใช้กระบี่นี้ สลายสวรรค์ทิ้งเสีย!" เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายกระบี่ อักขระสีครามรอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม บรรยากาศโดยรอบนิ่งสนิท ราวกับว่าห้วงเวลาถูกหยุดไว้ชั่วขณะ ศิลาจารึกหยุดการเคลื่อนไหว อักขระนับพันบนนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรูปใบหน้าของบุคคลผู้หนึ่ง—บุคคลที่มู่หานคุ้นเคยดีที่สุด มันคือใบหน้าของ 'อาจารย์' ผู้ที่ส่งเขามายังหุบเขามรณะแห่งนี้ มู่หานเบิกตากว้างเมื่อเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่หลังเงามืดนั้น พลังที่เขาเตรียมจะปล่อยออกไปเริ่มสั่นไหว มือของเขาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความจริงที่ว่าคนผู้นี้—อาจารย์ของเขากำลังรอคอยอยู่ที่ก้นบึ้งของหุบเขานี้ด้วยเป้าหมายที่เหนือความคาดหมาย ทว่าในจังหวะที่มู่หานกำลังตกตะลึง เงาสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งทะลุร่างศิลาจารึกออกมา—มันคือเงาร่างที่ปราศจากใบหน้า ถือกระบี่ที่ส่องประกายสีเลือด และเป้าหมายของมันไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก 'เซียนจื่อเวย' ที่กำลังเสียหลักจากการป้องกันเขา! "จื่อเวย! ระวัง!" มู่หานคำรามลั่นพร้อมกับกระชากกระบี่หมายจะเข้าไปขวาง ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นในหัวของเขา ราวกับเสียงของเทพเซียนที่เฝ้ามองลงมาจากยอดเขาที่สูงที่สุด 'ความรักคือพันธนาการ... เจ้าจะเลือกทางเดินเซียน หรือจะเลือกนางผู้เป็นจุดดับของวิถี?' มู่หานชะงักค้าง ปลายกระบี่ของเขาอยู่ห่างจากลำคอของเงาร่างนั้นเพียงไม่กี่นิ้ว ในขณะที่กระบี่สีเลือดของเงาร่างนั้นห่างจากหัวใจของหญิงสาวผู้เป็นที่รักเพียงแค่ปลายเส้นผม ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%