กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 14

ศิลาที่ไม่มีวันสั่นคลอน

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
ความตายมิใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือการคืนกลับสู่รากเหง้าแห่งเต๋า แรงกดดันจากม่านพลังโบราณที่ถาโถมเข้าใส่ราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า ทำให้ข้อต่อกระดูกทั่วร่างของมู่หานส่งเสียงลั่นกรอบ ทว่าแผ่นหลังของเขากลับยังคงตั้งตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้าที่ปักค้ำฟ้า ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองผ่านความมืดมิดเบื้องหน้าไปยังสิ่งกีดขวางด่านสุดท้ายก่อนจะถึงประตูทางเข้าหอคอยดารา—พยัคฆ์อมตะสุริยันต์อัคคี สัตว์เทพผู้เฝ้าประตูที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าสาม丈 (สิบเมตร) เปลวเพลิงสีชาดที่ลุกโชนท่วมร่างของมันหลอมละลายหินผารอบกายให้กลายเป็นลาวาเดือดพล่าน "เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย... กล้าดียังไงถึงบังaชาญก้าวล่วงเขตแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้" เสียงคำรามของสัตว์เทพดังก้องกังวานสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ แรงสะือนนั้นรุนแรงจนทำให้กระแสลมปราณในตันtian (ตันเถียน) ของมู่หานปั่นป่วน แต่ใบหน้าของชายหนุ่มกลับปรากฏเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันอันเยือกเย็น เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน ความทะนงตนในวิถีกระบี่ไม่อนุญาตให้เขาก้มหัวให้ผู้ใด แม้แต่เบื้องหน้าสัตว์เทพบรรพกาล "ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม และตัด2อดีตที่พันธนาการตระกูลของข้า" มู่หานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กลิ่นอายกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกจากร่างกลายเป็นระลอกคลื่นสีเงินยวง ตัดผ่านความร้อนระอุของเปลวเพลิงสัตว์เทพจนเกิดเสียงดัง 'ฉ่า' ราวกับน้ำมันเดือดโดนน้ำเย็น ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายของเซียนจื่อเวยก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา แม้ใบหน้างดงามล้ำเลิศนั้นจะยังคงเรียบเฉยเยชาดั่งเช่นเคย แต่ดวงตาคู่งามที่ทอดมองมู่หานกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น นางเอ่ยเสียงเบา ทว่ากังวานชัดในโสตประสาทของเขา "ระวังตัวด้วย... เปลวเพลิงของพยัคฆ์อมตะตนนี้สามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งวิญญาณเซียน" มู่หานเหลือบสายตาขึ้นมองนาง ชั่วขณะนั้น ความอ่อนโยนสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจที่ด้านชา "หากวันนี้ข้าต้องดับสูญ ขอเพียงเจ้าจดจำไว้ว่า... กระบี่ในมือข้าไม่เคยยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน" สิ้นเสียงคำพูด พยัคฆ์อัคคีก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง อุ้งเท้าหน้าที่มีกรงเล็บคมกริบดั่งใบมีดเซียนตะปบลงมาหมายบดขยี้ร่างทั้งสองให้แหลกเป็นจุล พื้นดินเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึกทันที แรงปะทะแผ่ขยายเป็นวงกว้างทำลายหินผารอบด้านจนปลิวว่อน "เข้ามา!" มู่หานไม่หลบหนี เขาก้าวเท้าออกไปตามคัมภีร์วิถีธรรมชาติ ร่างกายพลิ้วไหวราวกับสายลมที่ไร้ร่องรอย กระบี่ในมือถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ปรากฏประกายแสงเจิดจ้าดั่งดาราดับแสง แสงกระบี่สายหนึ่งกรีดผ่าความมืดเข้าปะทะกับกรงเล็บเพลิงอย่างจัง เปรี้ยง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน คลื่นกระแทกอันมหาศาลซัดสาดจนมู่หานต้องถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าลึกปรากฏบนพื้นหินแกร่ง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากมุมปากของชายหนุ่ม ทว่าประกายในดวงตาของเขากลับยิ่งลุกโชนดั่งเปลวไฟแห่งความกระหายในการต่อสู้ พยัคฆ์อัคคีคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด มันไม่คาดคิดว่ามนุษย์ผู้มีขอบเขตพลังต่ำกว่ามันจะสามารถรับการโจมตีเต็มกำลังของมันได้ อ้าปากพ่นลูกไฟมหึมาที่มีอุณหภูมิสูงจนหลอมเหล็กกล้าได้ในพริบตาพุ่งตรงเข้ามา เซียนจื่อเวยขยับตัว นิ้วเรียวดั่งหยกขาววาดผ่านอากาศเบื้องหน้า ก่อเกิดเป็นม่านพลังน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าเข้าขัดขวางลูกไฟนั้น เสียงปะทะระหว่างความร้อนสูงสุดขั้วและความเย็นสุดขั้วสร้างไอหมอกหนาทึบท่วม "ข้าจัดการเอง เจ้าหาช่องว่างโจมตีจุดตายใต้คางของมัน" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว นางหันมาสบตากับมู่หาน เคมีและความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างคนทั้งสองไม่ต้องเอื้อ2จาให้มากความ นางคือจันทร์เจ้าผู้เย็นชา และเขาคือกระบี่ผู้ทะนง ทั้งคู่หลอมรวมจิตวิญญาณเข้าด้วยกันในชั่วพริบตา มู่หานสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ครั้ง ถ่าย 10 ส่วน ปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดเข้าสู่ตันเถียน กระบี่บรรพกาลในมือสั่นระริกส่งเสียงร้องคำรามดั่งมังกรผยองเดช เคล็ดวิชา 'กระบี่สะบั้นดารา' ขั้นที่ห้า 'จันทราไร้เงา' ถูกแปรเปลี่ยนเป็นวิถีดาบที่รวดเร็วและไร้รูปแบบที่สุด ร่างของมู่หานหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวอีกครั้งเหนือหัวของพยัคฆ์อัคคีในพริบตา ความเร็วของเขารวดเร็วจนแม้แต่สัตว์เทพยังไม่ทันตั้งตัว คมกระบี่สีเงินยวงสะท้อนแสงจันทราสาดส่องลงมาดั่งสายฟ้าฟาดฟันลงที่จุดตายใต้คางตามที่เซียนจื่อเวยระบุไว้พพอดี ฉับ! เสียงคมกระบี่ตัดผ่านเนื้อและกระดูกดังเฉียบขาด โลหิตสีทองของสัตว์เทพพวยพุ่งราวน้ำพุ ร่างมหึมาของพยัคฆ์อมตะสุริยันต์อัคคีแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่ใหญ่จะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงและหวาดกลัว ร่างของมันค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงเพลิงโปรยปรายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย มู่หานยืนนิ่งอยู่บนพื้นหิน ปลายกระบี่หยดหยาดโลหิตสีทองลงสู่พื้นช้าๆ ลมหายใจของเขาหอบถี่เล็กน้อย ทว่าความรู้สึกตระหนักรู้ถึงวิถีเต๋าและขอบเขตพลังที่กำลังจะทะลวงผ่านกลับเด่นชัดยิ่งกว่าสิ่งใด ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวผ่านประตูหอคอยดาราที่เปิดออก บรรยากาศโดยรอบก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ "นับว่าฝีมือไม่เลว... สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลมู่" น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น "แต่ทว่า... น่าเสียดายที่เส้นทางของพวกเจ้าต้องจบลงเพียงเท่านี้" มู่หานและเซียนจื่อเวยหันขวับไปมอง พร้อมกันนั้น ประตูหอคอยดาราเบื้องหลังก็ปิดตายลงในทันที ขังพวกเขาไว้ในวงล้อมมรณะที่ไม่มีทางหนี ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%