กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา•ตอนที่ 6

สายตาที่เย็นเยียบ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"ความตาย... ไม่เคยมีรูปร่างที่แน่นอน เช่นเดียวกับวิชากระบี่ของเจ้า ที่ว่างเปล่าไร้แก่นสารจนน่าสมเพช" ซุ่มเสียงนั้นเย็นเยียบ ดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูที่หยดลงบนแผ่นหลัง สะท้อนก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของหอคอยดารา ชั้นที่เจ็ดสิบสอง ที่ซึ่งปราณดาราบรรพกาลกดทับจนอากาศรอบกายหนาแน่นราวกับปรอท มู่หานไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เจ้าตัวยังคงยืนตระหง่าน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีหมึกสะท้อนประกายแสงจันทร์ รอยยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าบ่งบอกถึงสมาธิที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ปลายเท้าของเขาสัมผัสอยู่บนพื้นศิลาหยกขาวที่สลักลวดลายกลุ่มดาว โลหิตจากรอยแผลที่หัวไหล่ซ้ายหยดลงกระทบพื้น ส่งเสียง *ติ๋ง... ติ๋ง...* ดังกังวานในความเวิ้งว้าง เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนง "วิชากระบี่ที่ไร้แก่นสาร... อย่างน้อยมันก็สามารถตัดผ่านม่านพลังดาราของหอคอยนี้ได้ครึ่งหนึ่ง แม่นางจื่อเวย เกรงว่าเจ้าคงไม่ได้ใช้สายตานี้มองข้ามานานเท่าใดแล้วกระมัง" พรึบ! ม่านหมอกสีครามเข้มพลันม้วนตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง เบื้องหน้าของมู่หาน ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นราวกับภูตพราย นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดาราเงินยวง เรือนผมสีดำสนิทปล่อยสยายยาวเคลียแผ่นหลัง ทว่าสิ่งที่ตรึงตราและบีบคั้นหัวใจผู้คนยิ่งกว่าสิ่งใด คือใบหน้ารูปไข่ที่งดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง ทว่ากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดั่งรูปสลักจากหยกพันปี นางคือ เซียนจื่อเวย... ผู้คุมกฎแห่งหอคอยดารา ผู้ซึ่งไม่เคยชายตาแลสรรพชีวิตในยุทธภพมานับร้อยปี ดวงตาคู่นั้น... สายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทอดมองมู่หานราวกับเขามีค่าไม่ต่างอะไรกับธุลีดินใต้ฝ่าเท้า "มู่หาน... เจ้ากล้าดียังไง ถึงกล้าเหยียบย่างเข้ามายังเขตหวงห้ามแห่งสำนักกระบี่ดารา" สุ้มเสียงของนางราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับกดดันจนเส้นโลหิตข้างขมับของมู่หานเต้นตุบๆ "สำนักขับไล่เจ้าออกไปในฐานะศิษย์ทรยศ เหตุใดจึงยังดึงดันใช้ชื่อวิชากระบี่สะบั้นดารามาแปดเปื้อนที่นี่อีก" มู่หานค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้านาง ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความท้าทายที่ลุกโชน "ทรยศ? สำนักต่างหากที่ทรยศต่อวิถีกระบี่แท้จริง!" มู่หานแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มแต่เปี่ยมด้วยพลังปราณสะท้อนก้องจนผนังหอคอยสั่นสะเทือน "พวกมันใช้คัมภีร์บรรพกาลเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจ เหยียบย่ำคุณธรรมและวิญญาณแห่งกระบี่ ข้า... มู่หาน เพียงแต่นำกระบี่ของข้าคืนกลับมา เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับตระกูลที่ต้องตายอย่างอยุติธรรม!" เซียนจื่อเวยหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวบางจนอากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "ความยุติธรรม? ในสายตาของเต๋า สวรรค์และโลกล้วนไร้ความปรานี เจ้าใช้ชีวิตของคนนับร้อยแลกกับการขึ้นมาถึงชั้นนี้ คิดหรือว่า... กระบี่ในมือของเจ้าจะบริสุทธิ์พอที่จะเอ่ยคำว่าความยุติธรรม?" "ถ้าเช่นนั้น... เจ้าลองสัมผัสดูกระบี่ของข้าสิ" มู่หานก้าวเท้าเข้าหาหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่ถึงสามศอก กลิ่นอายบุรุษเพศอันร้อนแรงและดุดันปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวหิมะของนางอย่างจัง หัวใจของจื่อเวยที่สงบนิ่งมาตลอดร้อยปี พลันกระตุกวูบไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว นางผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่าทิฐิอันสูงส่งก็ดึงนางให้กลับมายืนหยัดมั่นคงดังเดิม "เจ้า... คิดจะทำอะไร" นางถามเสียงเย็น "ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าเจ้า และไม่ได้มาเพื่ออ้อนวอนความเมตตาจากสตรีผู้เยือกเย็นที่สุดแห่งเก้าชั้นฟ้า" มู่หานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยของนาง "ข้ามาเพื่อพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่า... วิชากระบี่ที่เจ้าฝึกฝนมาตลอดชีวิต ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้หัวใจของหอคอยดารา มันเป็นเพียงแค่กรงขัง... หรือมันคือวิถีที่แท้จริงกันแน่!" สิ้นคำพูด ดัชนีมือขวาของมู่หานก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ไม่ใช่การโจมตีเพื่อปลิดชีพ ทว่าเป็นการปลายนิ้วที่แตะลงเบาๆ บนปลายกระบี่วิเศษที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเซียนจื่อเวย! *เปรี๊ยะ!* กระแสปราณสองสายปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟสีม่วงสว่างวาบไปทั่วห้องโถง เซียนจื่อเวยตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มผู้นี้จะกล้าหาญถึงขั้นแตะต้องอาวุธประจำกายของนาง ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสูงสุดของผู้คุมกฎ "บังอาจ!" นางตวาดลั่น ฝ่ามือเรียวดุจหยกขาวตวัดออกหมายซัดมู่หานให้กระเด็นออกไปด้วยฝ่ามือปราณดารา แต่มู่หานกลับไม่หลบหลีก เขากลับก้าวประชิดตัวเข้าไปอีก ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่รินรดกัน แขนแกร่งข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ขณะที่มืออีกข้างกุมทับมือของนางที่กำลังจะซัดพลังใส่เขาไว้แน่น เวลาในหอคอยดาราคล้ายหยุดเดินไปชั่วขณะ เซียนจื่อเวยตัวแข็งทื่อ นางไม่เคยถูกบุรุษใดแตะต้องเนื้อต้องตัวใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ความโกรธเกรี้ยว ความตกใจ และความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอกทำให้นางพูดไม่ออก ดวงตาคู่คมที่มักจะเย็นชาบัดนี้สั่นไหวระริก สะท้อนภาพใบหน้าอันคมคายและแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นท้าทายของมู่หานอย่างชัดเจน "ปล่อย..." นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายเริ่มสั่นเทาด้วยพลังปราณที่ควบคุมได้ยาก "ข้าจะไม่ปล่อยจนกว่าเจ้าจะตอบคำถามข้อเดียวของข้า..." มู่หานโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงของเขาแหบพร่าแต่นุ่มนวลอย่างประหลาด จนทำให้นางเซียนผู้สูงส่งถึงกับขนลุกซู่ "ในหัวใจที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งของเจ้า... เคยมีเงาของข้า... แม้เพียงเสี้ยวธุลีเดียวบ้างหรือไม่?" บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน เสียงลมหายใจของคนทั้งสองประสานกันเป็นจังหวะเดียว ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของเซียนจื่อเวยกำลังจะหลุดจากการควบคุมและยอมจำนนต่อกระแสความรู้สึกอันลึกล้ำนั้นเอง... *ครืนนนนน!* เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสนั่นหวั่นไหวจากท้องนภานอกหอคอยดารา ดังสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย เมฆทมิฬหนาทึบม้วนตัวเข้าปกคลุมยอดหอคอยในพริบตา พร้อมกับประกายสายฟ้าสีทองอร่ามที่ผ่าลงมาตรงกลางยอดโดมอย่างแม่นยำ! และก่อนที่มู่หานจะได้ทันตั้งตัว ร่างเงาสواریสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะลวงทะลุผนังกระจกแก้วผลึกเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกด้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังขึ้นจากเงาลึกลับผู้มาใหม่ "ฮ่าๆๆๆ! ศิษย์ทรยศมู่หาน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการขึ้นมาถึงชั้นเจ็ดสิบสองนี้ จะทำให้เจ้าหนีรอดจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่ดาราได้?" มู่หานหรี่ตาลงคมกริบ เขากอดกระชับเอวของเซียนจื่อเวยไว้มั่น มือขวาตวัดสะบัดกระบี่บรรพกาลออกจากฝักในพริบตา เสียงคมดาบกรีดอากาศดังสะท้อนดุจเสียงคำรามของมังกรหลับไหล! ---------------------------------------- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่บรรพกาลสะบั้นดารา กับจันทราผู้เย็นชาเหนือเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%