เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์หญิงผู้ฝืนลิขิตวิญญาณ•ตอนที่ 2

รอยร้าวในคัมภีร์กระบี่

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปนไปกับกลิ่นโอโซนของสายฟ้าที่เพิ่งฟาดลงมาบนพื้นดิน หลี่มู่เฉินไม่ได้ขยับกายแม้เพียงกระเบียดนิ้ว ทว่าไอร้อนจากฝ่ามือที่เขากดลงบนแผ่นหลังของจ้าวเฟยหลินนั้นกลับแผ่ซ่านจนทำให้นางรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา “อย่าหันมา” เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทุ้มลึกราวกับเสียงกระดิ่งทองแดงที่ร้าวราน “หลับตาลง แล้วจงลืมสิ่งที่เจ้าเห็นในวินาทีนี้นึกเสียว่าข้าเป็นเพียงน้ำแข็งที่ไร้ความรู้สึก ไม่ใช่มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อให้เจ้าต้องถวิลหา” จ้าวเฟยหลินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ เบื้องหน้าของทั้งคู่... รอยแยกบนมิติเวลาค่อยๆ ปริแตกออก เผยให้เห็นเศษเสี้ยวของภาพนิมิตที่ซ้อนทับกัน มันไม่ใช่แค่การปรากฏตัวของอสูรเทวะ แต่มันคือ ‘ความทรงจำ’ ของคนตรงหน้า นางลอบลืมตาขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อล้น ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่คัมภีร์กระบี่ที่นางเคยฝึกฝน แต่มันคือจารึกบนผืนผ้าไหมเก่าคร่ำที่บรรจุ ‘อักขระแห่งโชคชะตา’ ซึ่งหลี่มู่เฉินเป็นผู้ขีดเขียนมันด้วยหยดเลือดของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทุกชาติภพที่เขาพยายามดึงนางออกมาจากเงื้อมมือของความตาย “ศิษย์พี่... นี่คือเหตุผลหรือคะ?” นางกระซิบถาม เสียงสั่นเครือ “เหตุผลที่ท่านต้องเย็นชา เหตุผลที่ท่านต้องผลักไสข้า... เพราะท่านไม่ได้ต้องการเป็นเซียนกระบี่ที่ไร้ใจ แต่ท่านกำลัง ‘แลกเปลี่ยน’ หัวใจของท่านกับสวรรค์เพื่อยื้อเวลาชีวิตให้ข้า?” หลี่มู่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่เจ็บปวด เขาดึงมือนางมาแนบไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย... ตรงนั้นไม่มีจังหวะการเต้นของหัวใจ แต่มันกลับมีความร้อนแรงของเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญวิญญาณของเขาอย่างช้าๆ “เจ้าฉลาดเกินไปเฟยหลิน” เขาตอบเสียงเรียบ ทว่าแววตาที่จ้องมองนางนั้นกลับฉายชัดถึงความอาลัยอาวรณ์ที่เขากักขังไว้ “การเป็นเซียนกระบี่ไร้ใจคือวิธีเดียวที่จะทำให้ตบะของข้าแกร่งกล้าพอจะ ‘ฝืนลิขิตวิญญาณ’ ได้ หากข้าแสดงความรักออกไปเพียงนิด ความเห็นอกเห็นใจนั้นจะกลายเป็นจุดอ่อนที่สวรรค์ใช้ลงทัณฑ์เราทั้งคู่” ในยุทธภพนี้ ใครต่างก็คิดว่าหลี่มู่เฉินคือจอมยุทธ์ผู้ละทิ้งความรู้สึกเพื่อบรรลุวิชาขั้นสูงสุด แต่ไม่มีใครรู้ว่า ‘หัวใจ’ ของเขาไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกเก็บไว้ในอักขระอาคมที่สลักลึกลงบนรอยร้าวของห้วงมิติ เพื่อคอยปัดเป่าเคราะห์กรรมให้นางคนเดียวเท่านั้น “ข้าไม่ต้องการให้ท่านแลกด้วยสิ่งนี้!” เฟยหลินคำรามในลำคอ นางรวบรวมพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดประคองร่างของเขาไว้ “หากการฝืนลิขิตต้องแลกด้วยการไร้ตัวตนของท่าน ข้าขอเป็นผู้ดับสูญไปพร้อมกับท่านยังจะดีเสียกว่า!” แรงกดดันจากอสูรเทวะทวีความรุนแรงขึ้น ดินแดนเบื้องล่างสั่นสะเทือน หลี่มู่เฉินกระอักเลือดออกมาคำโต เลือดสีสดหยดลงบนผืนปฐพี ทำให้เกิดดอกบัวน้ำแข็งผุดขึ้นมากลางกองเลือดเหล่านั้น สิ่งนี้ยืนยันได้ดีว่าวิถีของเขาไม่ใช่ธรรมดา... แต่มันคือวิถีแห่งการ ‘ท้าทายสวรรค์’ “เจ้าดูนั่นสิ...” หลี่มู่เฉินเชิดคางนางขึ้นให้มองไปยังท้องฟ้าที่บัดนี้กลายเป็นสีม่วงคล้ำ “พันธสัญญาที่เราทำไว้กับโชคชะตาในอดีตชาติกำลังจะขาดสะบั้น หากข้าไม่ดึงกระบี่เล่มนั้นออกมาและตัดสายสัมพันธ์นี้เสียตอนนี้ ทั้งเจ้าและข้าจะถูกกงล้อแห่งเวลาบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ” เขายื่นมือไปหยิบกระบี่ที่วางอยู่บนแท่นศิลาโบราณ มันไม่ใช่กระบี่ธรรมดา แต่เป็น ‘กระบี่ล้างแค้นสวรรค์’ ที่เขาสร้างขึ้นจากความผิดพลาดในอดีตชาติที่เขาเคยสูญเสียเธอไป ทุกครั้งที่เขาชักกระบี่ออกจากฝัก มันคือการประกาศสงครามกับเบื้องบนโดยตรง จ้าวเฟยหลินมองกระบี่เล่มนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด นางรู้ดีว่าหากกระบี่พ้นฝัก ความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นจะถูกทำลายลงโดยสมบูรณ์ แต่พร้อมๆ กันนั้น ‘ทัณฑ์สวรรค์’ ที่หมายตาเขาไว้ก็จะลงมาพิพากษาถึงที่ “หากวันนี้คือวันสิ้นสุดของทุกอย่าง...” นางเอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่ร่วมกับเขา สัมผัสถึงความร้อนแรงของปราณที่ไหลเวียนผ่านปลายนิ้ว “เราจะเผชิญหน้ากับมันด้วยกัน ไม่ใช่ในฐานะเซียนกับศิษย์ แต่ในฐานะคนสองคนที่ลิขิตเส้นทางของตัวเอง” หลี่มู่เฉินมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง... ครั้งนี้เขาไม่ได้ซ่อนความรู้สึกอีกต่อไป เขายิ้ม... รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดและความงดงามที่สุดเท่าที่นางเคยเห็นมา เขาออกแรงกระชากกระบี่ออกจากฝักอย่างรุนแรง เสียงครวญครางของเหล็กกล้าดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ฟ้าผ่าลงมาเป็นสายตรงเข้าที่จุดที่พวกเขายืนอยู่ ทันใดนั้นเอง ประตูมิติที่ควรจะเปิดออกเพื่อทำลายพวกเขากลับแตกสลายกลายเป็นละอองดาว แต่ทว่า... สิ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์ แต่มันคือร่างของ ‘หลี่มู่เฉิน’ อีกคนหนึ่งที่ดูมืดดำและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย เขาสวมชุดเดียวกับหลี่มู่เฉินทุกประการ ยกเว้นเพียงอย่างเดียว... ดวงตาข้างซ้ายของเขานั้นเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต และเขากำลังจ่อปลายกระบี่มาที่หัวใจของจ้าวเฟยหลิน! "ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของพวกเขาทั้งสองคนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ"
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์หญิงผู้ฝืนลิขิตวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%