ปลายกระบี่สีนิลมัวหม่นสั่นระริกอยู่ห่างจากจุดชีพจรหัวใจของจ้าวเฟยหลินเพียงหนึ่งนิ้ว กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นราวกับซากศพหมื่นปีแผ่ซ่านออกมาจากร่างเงาที่ดูเหมือนหลี่มู่เฉินราวกับส่องกระจก ทว่าดวงตาข้างซ้ายสีแดงฉานดุจโลหิตคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ มันคือดวงตาของ ‘ผู้ที่สูญเสียทุกอย่าง’
“เจ้าเป็นใคร” หลี่มู่เฉินในร่างจริงกระซิบ เสียงของเขาเรียบสนิทดุจผิวน้ำในยามไร้ลม แต่มือที่กุมด้ามกระบี่วิญญาณสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
“ข้าคืออนาคตที่เจ้าปรารถนาจะหลบหนีอย่างไรเล่า มู่เฉิน” ร่างเงานั้นแสยะยิ้ม มุมปากฉีกกว้างจนเกือบถึงใบหู “เจ้าระลึกชาติกลับมาเพื่อแก้ไข แต่ลืมไปแล้วหรือว่า... โชคชะตาคือสัตว์ร้ายที่ไม่เคยยอมปล่อยให้เหยื่อตัวใดรอดพ้นไปได้โดยไม่สังเวยเลือด”
จ้าวเฟยหลินขยับกายบังหน้าหลี่มู่เฉินไว้โดยสัญชาตญาณ แม้ปลายนิ้วของเธอจะชาดิกเพราะไอสังหารที่กดทับ แต่แววตาของหญิงสาวกลับเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า “ต่อให้เจ้าเป็นอนาคตที่บิดเบี้ยวหรืออดีตที่เน่าเฟะ ข้าไม่ยอมให้เจ้าแตะต้องเขา”
“โง่เขลา” ร่างเงานั้นหัวเราะร่วน ดังก้องไปทั่วมิติที่บิดเบี้ยว “เจ้าคือกุญแจสำคัญ จ้าวเฟยหลิน หากปราศจากเลือดของเจ้าที่หลั่งลงบนเทพศาสตราในยามเที่ยงคืนของวันจันทรคราส ข้าจะไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตเซียนอมตะนี้ไปได้... และมู่เฉินเอง ก็จะเป็นเพียงกระบี่หักที่นอนจมกองเลือดเจ้าไปตลอดกาล”
ทันใดนั้น ภาพนิมิตแห่งความตายก็พุ่งเข้าสู่สมองของหลี่มู่เฉินอย่างรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์ เขาเห็นเฟยหลินยืนอยู่กลางแท่นศิลาโบราณ เลือดของนางสีแดงฉานอาบย้อมคมกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่เขาทุ่มเทฝึกฝนมาทั้งชีวิต เสียงกรีดร้องของนางในนิมิตนั้นบาดลึกเข้าไปในวิญญาณของเขาจนหลี่มู่เฉินแทบกระอักเลือด
เขาเห็นตัวเองในอนาคตกำลังยืนมองนางสิ้นใจด้วยความว่างเปล่า หัวใจของเขาในตอนนั้น... ตายไปแล้วจริงๆ
“หยุด!” หลี่มู่เฉินแผดเสียงก้อง กระบี่ในมือวาดวงโค้งเป็นเส้นแสงสีครามพุ่งเข้าปะทะร่างเงานั้นอย่างดุดัน พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นสะเทือนมิติที่แตกสลายจนเกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ร่างเงานั้นสลายตัวกลายเป็นฝุ่นควันดำ แต่ก่อนที่จะเลือนหายไป มันกลับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางเอกของเราถึงกับเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง “มู่เฉิน... เจ้าทำลายร่างแยกของข้าได้ แต่มิอาจทำลาย ‘ความจริง’ ที่เจ้าเพิ่งเห็นในหัวหรอก จงเลือกเอาเถอะ ระหว่าง ‘โลก’ ที่ไม่มีนาง หรือ ‘นาง’ ที่ต้องแลกด้วยการล่มสลายของโลกทั้งใบ”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณเมื่อร่างเงาหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่จางหายไปกับสายลม หลี่มู่เฉินทรุดตัวลงคุกเข่าหนึ่งข้าง ลมหายใจหอบถี่ ดวงตาที่เคยสงบนิ่งดั่งทะเลสาบในยามนี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
จ้าวเฟยหลินรีบปราดเข้าไปประคองเขาไว้ ปลายนิ้วสัมผัสถึงความเย็นเยือกจากกายของชายหนุ่ม “มู่เฉิน... ท่านเห็นอะไรในนิมิตนั่น”
หลี่มู่เฉินหันมามองใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ความเป็นห่วงใยและความกังวลที่ฉายชัดในดวงตาของนางกลับยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกเหมือนถูกคมมีดนับพันกรีดลงบนอก เขาไม่อาจบอกนางได้ว่าในนิมิตนั้น เขาคือคนลงมือ... หรือเขาคือคนที่ไร้ความสามารถจนต้องเฝ้ามองนางถูกเทพศาสตรากลืนกินวิญญาณ
“เฟยหลิน” เขาเรียกชื่อนาง เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดบังไม่มิด “หากข้าตัดสินใจเลือกทางที่เห็นแก่ตัวที่สุด... เจ้าจะยังเคียงข้างข้าอยู่หรือไม่”
จ้าวเฟยหลินไม่ลังเล นางใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของเขาให้สบตา “ข้าไม่สนว่าปลายทางจะเป็นความตายหรือสวรรค์ หากท่านคือผู้ขีดเส้นทาง ข้าจะเป็นดั่งกระบี่ที่ไม่มีวันหักกลาง... เราจะร่วมฝืนลิขิตนี้ไปด้วยกัน”
คำพูดของนางทำให้น้ำตาของหลี่มู่เฉินรื้นขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายภพชาติ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะโอบกอดนางไว้ เสียงที่ไม่มีใครคาดคิดก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง
“ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก... แต่เสียใจด้วยนะศิษย์พี่หลี่ ทว่าลิขิตที่เจ้าพยายามฝืนนั้น บัดนี้ได้เริ่มดำเนินไปตามกงล้อแห่งชะตากรรมแล้ว”
หลี่มู่เฉินดีดตัวขึ้นยืนในทันที กระบี่ในมือกระชับแน่น เขากวาดสายตามองไปรอบด้าน และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นับร้อยเล่มที่ลอยละล่องอยู่กลางอากาศ ทั้งหมดต่างหันปลายคมกระบี่มาที่จุดที่พวกเขายืนอยู่ และหนึ่งในนั้น... คือกระบี่ประจำกายของ ‘อาจารย์’ ผู้ที่ตายไปแล้วตั้งแต่สงครามเซียนครั้งก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเมฆหมอกไปกับมู่เฉินและเฟยหลินนะคะ โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์หญิงผู้ฝืนลิขิตวิญญาณ•ตอนที่ 3
นิมิตแห่งความตาย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์หญิงผู้ฝืนลิขิตวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
