สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ•ตอนที่ 12

กลับสู่กรุงเทพฯ พร้อมความรู้สึกแปลกๆ

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“ถ้าคุณยังเอาแต่จ้องหน้าฉันด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น โปรเจกต์คอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทคงได้กลายเป็นสุสานร้างก่อนที่จะได้ลงเสาเอกแน่ค่ะ คุณกรณ์” เสียงหวานใสแต่แฝงเข็มเล่มเล็กๆ ของรสาหลุดลอดออกมาท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสิบสองของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดเสียจนตรีภพที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอ พร้อมกับส่งสายตาขอความเห็นใจมาให้เพื่อนสนิทตัวดีที่นั่งตีหน้าตายอยู่หัวโต๊ะ กรณ์ กิตติภัทร ขยับตัวเล็กน้อย ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือเคาะเบาๆ กับพื้นโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่นัยน์ตาสีเข้มคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าเนียนใสของมัณฑนากรสาวรุ่นน้องเลยแม้แต่น้อย เขายกยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มที่เอมเมอรัลด์อายส์กล้าการันตีได้เลยว่ามันชวนหมั่นไส้และน่าหยิกให้เนื้อเขียวในเวลาเดียวกัน “ผมแค่กำลังพิจารณาว่า... ระหว่างสไตล์การออกแบบภายในที่จัดจ้านเกินเบอร์ของคุณ กับสมองอันน้อยนิดที่คุณใช้คิดมันอันไหนน่าปวดหัวกว่ากัน” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจ “นี่คุณ!” รสาเกือบจะดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความโมโห มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในฝ่ามือ ตั้งแต่กลับมาจากทริปตรวจไซต์งานที่ต่างจังหวัด บรรยากาศระหว่างเธอกับผู้ชายคนนี้ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นคู่กัดที่ปะทะฝีปากกันด้วยเรื่องงาน ตอนนี้มันกลับมีคลื่นใต้น้ำบางอย่างที่ร้อนรุ่มและแปลกประหลาดจนเธอไม่กล้าสบตานานเกินสามวินาที ใช่... พวกเธอกำลัง “มองหน้ากันไม่ติด” อย่างแท้จริง ความทรงจำจากคืนนั้น คืนที่ฝนตกหนักจนพวกเขาต้องติดอยู่ในบ้านพักหลังเล็ก และความใกล้ชิดเกินความจำเป็นที่เกือบจะทำให้เส้นกั้นระหว่างเจ้านายจอมเผด็จการกับลูกน้องจอมพยศพังทลายลง ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของรสาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง แม้ว่าวันรุ่งขึ้นทั้งคู่จะทำเป็นลืมเรื่องทั้งหมดแล้วตีหน้าขรึมใส่กันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่ยอมร่วมมือด้วยเลยสักนิด “พอๆ ครับคุณกรณ์ คุณรสา เบรกความร้อนระอุไว้ตรงนี้ก่อนเถอะครับ” ตรีภพรีบแทรกขึ้นก่อนที่สงครามขนาดย่อมจะปะทุขึ้นกลางห้องประชุม “เรามีเรื่องแปลนชั้นเพนเฮาส์ที่ต้องเคลียร์ให้จบวันนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวมีนาราโทรมาตามอีกรอบ ผมหูชาแน่” พอนามของ “มีนารา” หลุดออกจากปากของตรีภพ รสาก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงโดยอัตโนมัติอย่างไม่รู้ตัว เธอแอบเหลือบมองปฏิกิริยาของสถาปนิกหนุ่มฝั่งตรงข้าม ทว่ากรณ์ยังคงนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ราวกับชื่อของไฮโซสาวลูกค้ารายใหญ่ไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรกับเขาเลย—ทั้งๆที่ใครๆ ในออฟฟิศต่างก็ซุบซิบกันว่าคุณมีนารากำลังทำคะแนนรุกฆาตท่านสถาปนิกหนุ่มหัวกะทิคนนี้อยู่ “ถ้าคุณมีนาราโทรมา ก็เชิญคุณตรีภพรับสายตามสบายนะคะ ดิฉันไม่มีธุระอะไรจะคุยกับลูกค้าวีไอพีคนนั้นนอกเหนือจากเรื่องแบบแปลนอยู่แล้วค่ะ” รสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงติดจะประชดประชันโดยไม่รู้ตัว กรณ์หรี่ตามองคนปากแข็งที่กำลังทำท่าทางราวกับแมวขนฟูที่พร้อมจะขู่ฟ่อใส่ทุกคน เขาวางปากกาในมือลงช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทราบลงบนโต๊ะ พร้อมกับประสานมือเข้าหากัน สายตาดุดันคู่นั้นจดจ้องเข้ามาในดวงตาของเธอตรงๆ “หึงเหรอครับ?” คำถามสั้นๆ แต่ทว่ากวนประสาทสุดขีดทำเอารสาสำลักน้ำลายตัวเองทันที เธอยกมือขึ้นไอโขลกเบาๆ ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธปนความเขินที่ตีรวนขึ้นมาพร้อมกัน “ใคร! ใครหึงคุณคะ อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย คุณกรณ์! หน้าตาอย่างคุณ ต่อให้แถมทองคำแท่งให้อีกสิบบาท ฉันก็ไม่มีทางเอามาทำสามีหรอกค่ะ!” รสาพ่นไฟใส่ชุดใหญ่ สีหน้าเอาเรื่องสุดฤทธิ์ “ผมยังไม่ได้พูดถึงเรื่องสามีสักคำ... แต่ถ้าคุณสนใจจะลองพิจารณาดูจริงๆ ผมก็ไม่ติดนะ” กรณ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าสายตากลับพราวระยับ เป็นประกายล้อเลียนที่ทำเอารสาแทบคลั่ง “คุณกรณ์!” “อ้า, หมดเวลาพักเบรกแล้วครับคุณรสา เชิญอธิบายแปลนห้องครัวต่อได้แล้ว ผมอยากรู้เหมือนกันว่าสมองอันน้อยนิดของคุณจะจัดสรรพื้นที่สิบตารางเมตรนี้ยังไงให้มันไม่ดูรกหูรกตาเหมือนปากของคุณ” รสาอยากจะหยิบแฟ้มเอกสารหนาปึ้กปาใส่หน้าหล่อๆ ของคนกวนประสาทเหลือเกิน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก3เพื่อเรียกสติ บังคับมือไม่ให้สั่นขณะเปิดหน้าแปลนงานออกแบบภายในของเธอขึ้นมาอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน แม้ว่าในใจจะอยากกระโดดเข้าไปทึ้งหัวคนตัวสูงฝั่งตรงข้ามให้หายแค้นก็ตาม เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสองชั่วโมง จนกระทั่งการประชุมย่อยสิ้นสุดลง ตรีภพขอตัวปลีกตัวออกไปเคลียร์งานข้างนอกก่อน ปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ตามลำพังในห้องประชุมที่เงียบสงบ รสาเก็บกระดาษและอุปกรณ์เครื่องเขียนลงกระเป๋าด้วยความรีบร้อน เธอไม่อยากอยู่ร่วมห้องกับผู้ชายอันตรายคนนี้นานเกินความจำเป็น โดยเฉพาะเวลาที่เขามองเธอด้วยสายตาแบบนั้น สายตาที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงความรู้สึกที่เธอพยายามซ่อนเอาไว้ หมับ! ข้อมือเรียวถูกคว้าเอาไว้โดยไม่ทันตั้งตัว แรงดึงที่ไม่มากไม่น้อยแต่กลับทำให้เธอนิ่งค้าง รสาหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ทว่าร่างสูงของกรณ์ได้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นสะอาดเฉพาะตัวของเขาลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าหัวใจดวงน้อยให้เต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล “ปล่อยนะคะคุณกรณ์ นี่มันในออฟฟิศนะ เกิดใครเดินมาเห็นเข้า...” รสาพยายามบิดข้อมือออก แต่กรณ์กลับยิ่งกระชับนิ้วให้แน่นขึ้น ร่างสูงก้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ จนเธอต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ “กลัวคนอื่นเห็น หรือว่า... กลัวห้ามใจตัวเองไม่ไหวกันแน่ครับ รสา” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง รสาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาแข็งกร้าวสู้กลับ “คุณมันบ้าไปแล้ว...” “ใช่... ผมบ้าไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผมแล้วทำเป็นเก่งใส่ผมนี่แหละ” กรณ์เอ่ยเสียงพร่า สายตาคมกริบเลื่อนลงมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี ก่อนที่ปลายนิ้วแกร่งจะยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับบุคลิกเย็นชาโดยสิ้นเชิงทำเอารสาหมดฤทธิ์ไปชั่วขณะ บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนจิกหมอนจนแทบจะละลาย ทว่าในวินาทีที่กรณ์กำลังโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกเกือบจะแตะกันนั้นเอง— ปัง! ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นดังชัดเจน ตามด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ “กรณ์คะ! แย่แล้วค่ะ มีเรื่องใหญ่แล้ว...” เสียงของมีนาราดังขึ้นหยุดชะงักกึกทันที เมื่อสายตาของเธอกวาดมาเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มเนื้อหอมกำลังยืนคร่อมร่างมัณฑนากรสาวติดผนังกระจกในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าแทบจะไม่มีอากาศแทรกผ่าน! รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบใช้สองมือผลอกอกแกร่งของกรณ์ออกทันทีแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ส่วนกรณ์... สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกลับถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขายืดตัวตรง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยในเสี้ยววินาที แล้วหันไปมองแขกผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นชาไร้อารมณ์เช่นเดิม “มีอะไรครับ คุณมีนารา?” —โปรดติดตามตอนต่อไป— ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักป่วนๆ ของทั้งคู่เสมอนะคะ — เอมเมอรัลด์อายส์ —
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%