"ถ้าคุณเดินชนคานปูนแล้วสมองกระทบกระเทือนจนไอเดียรีโนเวทพังไม่เป็นท่า ฉันจะไม่แปลกใจเลยนะคะคุณสถาปนิก... เพราะดูจากสายตาที่คุณมองฉันเมื่อกี่แล้ว เซลล์สมองส่วนตรรกะของคุณคงพังไปก่อนตึกนี้จะสร้างเสร็จเสียอีก"
น้ำเสียงใสแต่เชือดเฉือนของรสาแทบจะกลบเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดเข้าฝั่งหาดป่าตองในยามสาย เสียงหัวเราะหึในลำคอของกรณ์ดังขึ้นเบาๆ เป็นเชิงเยาะหยัน ขณะที่ร่างสูงในชุดลินินสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนกำลังยืนกอดอกพิงเสาเข็ม เขาปรายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ—ไม่ใช่สิ ลูกหมาตกโคลนต่างหาก
รองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังที่รสาอุตส่าห์ลงทุนใส่มาเหยียบไซต์งานภูเก็ตวันแรก บัดนี้จมดิ่งหายลับไปกับเลนสีดำสนิทที่เกิดจากการขุดเจาะฐานราก ส่วนกางเกงสแลคสีครีมตัวเก่งก็ประดับไปด้วยรอยเปื้อนโคลนตมส่งกลิ่นอดินอตรอว์อบอวลจนน่าเวียนหัว
"ผมเตือนคุณแล้วว่าให้ใส่รองเท้าบูationsยาง ไม่ใช่ส้นสูงราคาแพงที่เอาไว้เดินพรมแดงงานแฟชั่นวีค" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเรียบสนิท ไร้ซึ่งความเห็นใจ แต่นัยน์ตาสีเข้มกลับกวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรวดเร็วอย่างปิดไม่มิด "สมองคุณมีไว้ประดับเกียรติบัตรมัณฑนากรยอดเยี่ยมอย่างเดียวเหรอครับ ถึงประมวลผลคำเตือนพื้นฐานแค่นี้ไม่ได้"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังนะคะคุณกรณ์... สักวันกรรมจะตามสนองให้คุณต้องมานั่งก้มกราบขอร้องให้ฉันช่วยแก้แบบรีสอร์ทให้" รสาฟาดงวงฟาดงาใส่ พยายามดึงเท้าข้างที่ติดหล่มโคลนขึ้นมาจนเกิดเสียง 'จ๊วบ' น่าอนาถ เธอหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย
"ฝันไปเถอะ" กรณ์แค่นหัวเราะก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้มัณฑนากรสาวตัวเล็กต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหงุดหงิด "คนอย่างกรณ์ กิตติภัทร ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร และที่สำคัญ... ผมไม่มีวันขอร้องผู้หญิงซุ่มซ่ามที่เดินลงไปเหยียบไซต์งานเหมือนคนสมองกลับเด็ดขาด"
"นี่คุณ!"
รสาอ้าปากจะพ่นไฟใส่ต่อ แต่จังหวะนั้นเอง เธอกลับเสียการทรงตัวเพราะพยายามจะดึงเท้าอีกข้างให้หลุดจากโคลน ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว เตรียมจะล้มหน้าคว่ำลงไปคลุกโคลนตมให้สมใจอยาก
พรึบ!
ไวเท่าความคิด ท่อนแขนแข็งแกร่งของสถาปนิกหนุ่มพุ่งเข้าคว้าเอวบางของเธอไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงกระชากดึงรั้งทำให้รสาพุ่งเข้าชนแผงอกกว้างเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไอทะเลและกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนเธอชะงักกึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัวจะล้ม แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับอยู่ตรงเอวคอด
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เสียงคนงานก่อสร้างและเสียงคลื่นทะเลรอบข้างพลันเงียบหายไปในโสตประสาท รสาเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสคมเข้มที่มองลงมาพอดิบพอดี นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของกรณ์ฉายแววซับซ้อนบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันวับวาว หิวกระหาย และ... ดุดันราวกับต้องการจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
"ทีเรื่องหาเรื่องคนอื่นล่ะไวเป็นกรด แต่เรื่องทรงตัวนี่... ติดลบสมบูรณ์แบบเลยสินะครับคุณรมณีย์"
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดริมใบหูทำเอารสาขนลุกซู่ ความหวานละมุนที่วาบขึ้นในอกเมื่อครู่ถูกแผดเผาด้วยความหมั่นไส้ทันที เธอกัดริมฝีปากแน่น ใช้มือเล็กผลักอกกว้างของเขาออกสุดแรง
"ปล่อยค่ะ! ฉันยืนเองได้ ไม่ได้พิการ!"
กรณ์ยอมปล่อยมือออกอย่างง่ายดาย แต่ทว่ามุมปากหยักกลับยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้รสาอยากจะหยิบอิฐแถวนั้นมาปาใส่หน้าเขานัก "ก็ไม่ได้อยากจะช่วยหรอกนะ... แต่ถ้าหน้าสวยๆ ของคุณต้องไปจมโคลนจนเสียโฉมตั้งแต่เปิดไซต์วันแรก มีนาราคงหูชาเพราะคิดว่าผมกลั่นแกล้งคุณแน่ๆ"
มีนารา... ชื่อนี้ทำเอาไฟในอกของรสาพุ่งทะยานยิ่งกว่าเดิม เธอเชิดหน้าขึ้น ส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้สถาปนิกปากปีจอ
"อ๋อ เป็นห่วงกลัวพี่มีนาราจะว่าสินะคะ? ว้า... น่าเสียดายจัง นึกว่าแอบห่วงมัณฑนากรคนนี้เสียอีก"
กรณ์ชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มวับวาวขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ "เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว คุณควรไปล้างเนื้อล้างตัวแล้วเปลี่ยนรองเท้าซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่คุณกลับกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันแรก"
พูดจบ กรณ์ก็หมุนตัวเดินผละออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รสาได้แต่ยืนกำมือแน่นกระทืบเท้าเร่าๆ ลงบนพื้นแห้งๆ ที่เพิ่งเดินพ้นเขตโคลน
"ไอ้สถาปนิกน้ำแข็งขั้วโลก! ปากเสียที่สุด!" เธอบ่นพึมพำตามหลังร่างสูงที่เดินลิ่วๆ ไปคุยกับโฟร์แมนคุมงาน
ระหว่างที่รสาพยายามก้มลงเช็ดคราบโคลนออกจากชายกางเกงด้วยทิชชูเปียกอย่างหัวเสีย เสียงรถยนต์อเนกประสงค์หรูสีดำคันงามก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าสำนักงานชั่วคราวประจำไซต์งาน ประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดออก พร้อมกับร่างระหงของไฮโซสาวผู้เป็นเจ้าของโปรเจกต์ก้าวลงมาด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า
"อ้าว, รสา! กรณ์! มาถึงกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?" มีนาราก้าวเข้ามาทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสผ้าลินินแบรนด์ดังที่ดูเข้ากับบรรยากาศทะเล แต่ทว่าสายตาคู่สวยนั้นกลับมองตรงไปยังสถาปนิกหนุ่มที่เดินตรงเข้ามาต้อนรับเสียมากกว่า
รสาเงยหน้าขึ้นจากรอยเปื้อนบนกางเกง ยืนตัวตรงเตรียมจะทักทายลูกค้ารุ่นพี่ แต่จังหวะนั้นเอง กรณ์ที่เดินผ่านหน้าเธอไปกลับหยุดชะงัก แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้มัณฑนากรสาวถึงกับเลือดขึ้นหน้า
"พอดีผมกำลังจะพาคุณรสาไปจัดการธุระส่วนตัวครับ... เธอดูน่าสมเพชเกินกว่าจะยืนรับบรีฟงานตอนนี้"
รสาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนพูดทันทีด้วยความตกตะลึง ปากอ้าค้างกับคำพูดขวานผ่าซากที่จงใจจิกกัดเธอต่อหน้าลูกค้าคนสำคัญ
มีนาราหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี "ตายจริง น้องรสาไปทำอีท่าไหนถึงเนื้อตัวมอมแมมขนาดนั้นล่ะคะเนี่ย? งั้นให้กรณ์พาไปจัดการเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่มีเรื่องจะคุยกับสถาปนิกคนเก่งพอดี"
รสาเม้มปากแน่น ความโกรธพุ่งทะยานถึงขีดสุด เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ กำลังจะอ้าปากสวนกลับไอ้คุณสถาปนิกจอมเผด็จการให้หน้าหงาย แต่ทว่า... กรณ์กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้เดินตามไปที่รถพ่วงข้างสนามโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย
"เดินมานี่เลยครับคุณมัณฑนากร... อย่าทำให้ผมต้องอุ้มคุณไปต่อหน้าลูกค้านะครับ" กรณ์กระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำชิดริมฝีปากที่เต็มไปด้วยความเย้าแหย่ แต่แววตากลับจริงจังจนรสาใจสั่นสะท้าน
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้สะบัดมือออกและด่าเขากลับให้สาสม เสียงทุ้มคุ้นเคยของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังสำนักงานชั่วคราว
"อ้าว! น้องรสามาถึงแล้วเหรอครับเนี่ย... ผมนึกว่าจะมาถึงพรุ่งนี้ซะอีก"
ตรีภพ ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มทะเล้น แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองมือหนาที่ยังคงกุมข้อมือของรสาไว้แน่น สลับกับใบหน้าคมคายของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังขมวดมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด
กรณ์ชักสีหน้าใส่เพื่อนสนิททันที "แกไม่มีงานทำหรือไงตรีภพ ถึงมาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้?"
"อ้าว ก็ฉันเป็นห่วงเพื่อนกลัวว่าจะดูแลแขกไม่ดี... โดยเฉพาะแขกปากเก่งคนนี้" ตรีภพยิ้มกรุ่มกริ่ม ส่งซิกตาให้รสาอย่างรู้ทัน "แต่ดูท่าทางแล้ว... แกคงดูแล 'ใกล้ชิด' เกินกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะเนี่ย กรณ์"
รสาหน้าแดงซ่านด้วยความเขินปนโมโห เธอสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมของกรณ์ทันที ถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วเชิดใส่ทั้งคู่
"ไม่ต้องมาห่วงฉันค่ะ! ฉันจัดการตัวเองได้!" เธอกล่าวเสียงแข็ง ทิ้งสายตาอาฆาตใส่สถาปนิกหนุ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวยาวๆ หนีหายเข้าไปในห้องพักรับรองชั่วคราว
กรณ์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีไปด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ทว่าในอกกลับมีความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่—ความรู้สึกที่อยากจะตามไปเช็ดคราบโคลนบนตัวเธอนัก... ให้หายดื้อ!
เขากำหมัดแน่นเล็กน้อย ขยับตัวเตรียมจะก้าวตามไป แต่เสียงหวานใสของมีนาราก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
"กรณ์คะ... เรื่องแบบรีสอร์ทโซนริมผา ที่พี่เคยขอปรับแก้..."
สถาปนิกหนุ่มชะงักฝีถ้าว หันกลับไปหากลุ่มลูกค้าด้วยใบหน้านิ่งสนิทราวกับน้ำแข็งขั้วโลกตามเดิม แต่ทว่า... ในหัวใจกลับพะว้าพะวังอยู่กับห้องพักรับรองประตูถัดไป ที่มีมัณฑนากรสาวปากเก่งกำลังนั่งฮึดฮัดหัวเสียอยู่คนเดียว
และเขาก็รู้ดีว่า... ค่ำคืนนี้ที่ภูเก็ต คงไม่มีทางสงบสุขอย่างที่เคยคิดไว้อย่างแน่นอน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความปากแข็งของตาคุณสถาปนิกคนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ•ตอนที่ 4
ไซต์งานแรกก็บรรลัยแล้ว
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับมัณฑนากรสาวสายพ่นไฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!